ทัณฑ์สวาทจอมมาร

27 พิสูจน์หัวใจ

*** ทักทายคร้า ***

อเล็กซิสนั่งอ่านหนังสือธุรกิจอยู่ข้างภรรยาสุดที่รัก เมื่อคนมาใหม่เดินเข้ามาพร้อมกับบุตรสาวก็เงยหน้าขึ้นมอง กังสดาลเดินนำชายหนุ่มไปนั่งตรงข้ามกับผู้ให้กำเนิด ในใจหวั่นๆ เมื่อเห็นสายตาเฉยชาของบิดา

“ร่องรอยการต่อสู้ดุเดือดเอาการนะจ๊ะ หวังว่าคงไม่ถอดใจเสียก่อนนะ” อารยามองรอยฟกช้ำด้วยประกายเอ็นดู อัลฟาโล่มองหน้านวลของกังสดาลแล้วเอื้อมมือออกไปหมายจะจับมือบาง แต่สายตาเอาเรื่องกับเสียงห้ามของว่าที่พ่อตาก็ดังขัดขึ้น

“อะแอ้ม…” อัลฟาโล่หน้าเสียหดมือกลับช้าๆ กังสดาลเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อารยาวางมือบนหลังมือยับย่นของสามีพร้อมกับเอนตัวไปกระซิบเบาๆ พอได้ยินกันสองคน

“เข้มมากเดี๋ยวลูกสาวขึ้นคานนะคะพ่อ” แม้จะเข้าใจบททดสอบของสามี แต่อารยาก็อดเห็นใจไม่ได้ อัลฟาโล่ยิ้มให้ว่าที่แม่ยาย

“ผมพร้อมจะพิสูจน์ทุกอย่างเพื่อนางฟ้าของชาโรน็อฟครับคุณพ่อคุณแม่” อัลฟาโล่บอกเสียงทุ้ม อารยานั้นพอใจนักหนากับท่าทีเปิดเผยของชายหนุ่ม แต่คนที่ถูกเรียกพ่อหน้าบอกบุญไม่รับ

“ฉันจำได้ว่าไม่มีลูกชายหน้าตาขี้เหร่แบบนี้”

“รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้บอกความจริงใจครับคุณพ่อ” อัลฟาโล่บอกอย่างนอบน้อม พร้อมกับส่งรอยยิ้มจริงใจไปให้ว่าที่พ่อตา

“คิดยังไงกับลูกสาวแม่จ๊ะ” อารยาถามเพื่อย้ำความมั่นใจ เมื่อเห็นแววตาเอ็นดูก็รู้ว่ามีพวกเพิ่ม อัลฟาโล่เอื้อมมือไปกุมมือกังสดาล อเล็กซิสคำรามในลำคออย่างไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจภรรยาสุดที่รัก

“แรกๆ ต้องตาครับ แต่ตอนนี้ผมมั่นใจว่าต้องใจเธอเข้าให้แล้ว”

“หึ แค่ต้องใจอย่าหวังว่าจะได้นางฟ้าชาโรน็อฟ” อเล็กซิสบอกพลางลุกขึ้นยืน อัลฟาโล่ลุกตามเพื่ออธิบายต่อ หากคำพูดต่อไปของประมุขใหญ่แห่งชาโรน็อฟทำให้ชายหนุ่มต้องนิ่งงันไปชั่วขณะ

“ความรักที่ไร้เสียง มันก็เป็นเพียงเสียงตะโกนที่ดังก้องอยู่ในใจ”

“แต่คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำนะครับท่าน” อัลฟาโล่บอกเสียงจริงใจและเปิดเผย “ท่านอาจจะไม่ไว้ใจผมเพราะภาพลักษณ์ในอดีต แต่ผมสัญญานับจากนี้และอนาคตข้างหน้า ผมจะมีเพียงนางฟ้าของชาโรน็อฟ”

“นั่นคือสิ่งที่คุณต้องพิสูจน์อัลฟาโล่ แต่ถ้าพูดเพราะคะนองปาก ก็อย่ายุ่งกับนางฟ้าของเรา เพราะเมื่อไรที่นางฟ้าเจ็บ คนที่ทำให้เจ็บก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ต่อ” อเล็กซิสเดินออกไปจากห้อง ท่ามกลางสายตาสามคู่ที่มองตามด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน กังสดาลเห็นใบหน้าคมเครียดเคร่งก็เข้าใจว่าสิ่งที่บิดาพูดถูกทุกอย่าง ความร้าวรานกระจายไปทั่วหัวใจดวงน้อย ร่างงามลุกเดินไปยืนข้างมารดา สายตาเจ็บร้าวเมินไปอีกทางที่ไม่มีร่างสูง อัลฟาโล่มองหน้านวลก่อนจะตัดสินใจเดินไปหยุดตรงหน้าอารยา

“ผมขอคุยกับนาเดียตามลำพังได้ไหมครับ”

“พ่อฉันพูดชัดเจนแล้วนะคะ” กังสดาลหันไปมองหน้าคม อารยาถอนหายใจเบาๆ แล้วลูบแขนกลมกลึงของบุตรสาวไปมา

“คุยกันให้เคลียร์ ถ้าได้เวลาอาหารเย็นแม่จะให้เด็กมาตามนะจ๊ะ” อารยาเอ่ยอนุญาตอยู่ในทีก่อนจะเดินออกจากห้องไป กังสดาลขยับจะตามมารดาไปอีกคน แต่อัลฟาโล่คว้ามือไว้

“เดี๋ยวสิมายเดียร์”

“ปล่อย!” เธอบิดข้อมือออกจากอุ้งมือใหญ่ อัลฟาโล่ออกแรงฉุดให้เธอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นข้างๆ พร้อมกับกดล็อกประตูเพื่อป้องกันคนรบกวน กังสดาลหันกลับไปมองประตูอย่างตกใจ

“อย่าแม้แต่จะคิดเอาเปรียบกันในถิ่นฉัน คุณอัลฟาโล่ เพราะคุณจะไม่มีลมหายใจออกไปจากที่นี่” เธอขู่แต่คนอย่างอัลฟาโล่ไม่คิดจะกลัว ร่างสูงย่างสามขุมเข้าไปหาในขณะที่เท้าเรียวถอยไปด้านหลังเพื่อรักษาระยะห่าง

“ต่อให้ต้องตายผมก็ยอม ขอแค่คุณหยุดฟังในสิ่งที่ผมจะพูด”

“มีอะไรก็พูดมาสิคะ ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว” เธอเหลือบมองนาฬิกาข้างผนัง

“ผมมีเพียงสามคำที่อยากจะบอก” อัลฟาโล่ใช้ความเร็วรวบเอวบางเข้าไปกอดหลวมๆ กังสดาลดิ้นขลุกขลักตากลมเขียวปัด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยเธอก็ทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แต่ร่างหนาก็ไม่สะทกสะท้านแถมไม่โต้ตอบอีกต่างหาก กังสดาลทำร้ายเขาจนเหนื่อยหอบก็เลยต้องหยุดไปเองโดยปริยาย

“กระทิงเถื่อนกลับไปอยู่ในที่ของคุณ อย่ามายุ่งกับฉัน” เธอแว้ดใส่เสียงเครือเล็กน้อย หากแฝงไปด้วยความน้อยใจจนอัลฟาโล่รู้สึก

“ที่ของผมต้องมีคุณอยู่ด้วยมายเดียร์ และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป”

“ฝันไปเถอะ ปล่อย!”

“ฝันผมเป็นจริงเสมอ เพราะ…” เขาสะกดเธอด้วยสายตา ร่างงามที่ดิ้นรนในวงแขนหยุดนิ่ง ดวงตาสองคู่สบกันเนิ่นนาน และอัลฟาโล่ก็พูดในสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในใจ

“เพราะ…ผม…รัก…คุณ” อัลฟาโล่ย้ำทุกคำพูดอย่างชัดเจน กังสดาลนิ่งงันกับสิ่งที่ได้ยิน ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพัน

“คะ?! คุณว่าอะไรนะคะ?!” เธอถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน อัลฟาโล่ยิ้มกริ่มไล้ปลายนิ้วบนผิวแก้มนุ่ม

“ผมรักคุณมายเดียร์ และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวคุณมั่นใจ”

“คุณรักผู้หญิงง่ายแบบนี้ทุกคนหรือไง เรารู้จักกันไม่นานนี้เองนะคะ” เธอถามอย่างไม่แน่ใจนัก เพราะผู้ชายเต็มไปด้วยเสน่หาอย่างเขาคงไม่ขาดสาวข้างกาย และนั่นคือสิ่งที่เธอรับไม่ได้

“คนที่ใช่เจอกันเพียงเสี้ยวนาทีก็รู้ได้ด้วยหัวใจ แต่คนที่ไม่ใช่ ต่อให้เห็นหน้ากันทุกวันก็ไม่มีความหมาย วันนี้คุณไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่ผมบอก แต่ผมพร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง ขอแค่มีคุณเป็นกำลังใจ” คำพูดที่หลุดออกมาทำเอากังสดาลนิ่งงัน หัวใจที่เต้นรัวอุ่นซ่านและพองคับอก แต่เท่าที่เธอรู้มา ข่าวคาวเรื่องผู้หญิงของเขาดังกระฉ่อนไม่แพ้ความสำเร็จของงานเช่นกัน

“เคลียร์ตัวเองเรื่องผู้หญิงของคุณก่อนดีกว่านะคะ เพราะฉันกลัวว่าพวกหล่อนจะดาหน้ามากล่าวหาฉันว่าแย่งคุณ และฉันไม่ลดตัวเองไปแย่งคุณกับใครแน่”

“คนในอดีตแม้จะอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่มีค่าเท่ากับคนที่อยู่ในใจหรอกครับ คุณเข้ามาวิ่งวุ่นในหัวใจผมตั้งแต่วันแรกที่เป็นนางโชว์แล้วนะรู้ตัวหรือเปล่า” นัยน์ตาสีอำพันที่มองอยู่อบอุ่นและอ่อนโยน

“คุณก็เลยจับไปปล้ำเพราะคิดว่าฉันง่าย” กังสดาลบอกเสียงแข็งและเมินหน้าหนี หากปลายนิ้วแข็งแรงจับปลายคางมนหันกลับมา แววตาคมกริบมองดวงหน้านวลเนียนยิ้มๆ

“วันแรกใช่ครับ เพราะผู้ชายเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างผม แค่มองสาวๆ ก็วิ่งเข้ามาหา บางทีครูซก็จัดให้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก ถ้าใครไม่เล่นด้วยผมก็จะไม่ตอแยให้เสียเวลา แต่กับคุณต้องตาต้องใจจนปล่อยไปไม่ได้ เลยต้องเสี่ยงบุกมาในดงเสือ”

“ชาโรน็อฟจะไม่ปล่อยให้คุณผงาดง่ายๆ ถ้าคุณยังรังแกฉันอยู่แบบนี้” เธอแกะมือเขาออก อัลฟาโล่คลี่ยิ้มมองริมฝีปากอวบอิ่มแสนหวานที่เขาเท่านั้นที่ได้ลิ้นลอง ก่อนจะล้มลงไปหาช้าๆ เพื่อให้เวลาเธอปฏิเสธ แต่สุดท้ายร่างงามในวงแขนก็ไม่ขยับหากเผยอปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกริมฝีปากหยักได้รูปปิดเสียสนิทและบดเคล้าเบาๆ ราวขนนก แล้วค่อยๆ เพิ่มแรงกดหนักขึ้น จูบอ่อนหวานซ่านทรวงเปลี่ยนเป็นดูดดื่มเร่งเร้า ร่างงามครางประท้วงไม่นานก็อ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน แถมร่างนุ่มยังเอนตัวเข้ามาหา บดเบียดผิวกายกับผิวกายร้อนผ่าว เพราะความหวานซ่านทรวงของจุมพิตดึงเธอเข้าไปในวังวนเสน่หา

“อื้อ…” กังสดาลครางเสียงแผ่วเมื่อถูกเขาและเล็มกลีบปากทั้งบนล่าง ฝ่ามือหยาบกร้านก็ลูบไล้เคลื่อนไหวไปตามเรือนร่างสมส่วน หญิงสาวเผยอปากสูดลมหายใจของเขาเข้าไปในปอด เปิดโอกาสให้ลิ้นสากรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากชื้นพร้อมกับกวาดลิ้นเก็บเกี่ยวความหวานซ่านทรวงด้วยความลำพอง

อำนาจแห่งจุมพิตดูดดื่มดึงเธอถลำลึกลงสู่ห้วงเสน่หา สติที่เคยอยู่กับตัวยามนี้เลอะเลือน สมองทำงานแทนที่หัวใจ ไร้การประมวลผลจนไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้ ปล่อยให้ลิ้นสากตักตวงความหวานของริมฝีปาก และมือหนาลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน ความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในกายถูกปลุกเร้าจนปั่นป่วนไปทั่วร่าง ความเสียวซ่านแผ่ซ่านจนไม่รู้ว่าเขาพาไปนั่งบนบนโซฟาตั้งแต่เมื่อไร มารู้อีกทีร่างกำยำก็ทาบกายลงไปทับ ปากก็บดขยี้จูบไซ้เร่าร้อนเรียกร้อง ร่างงามสั่นระริกยกมือเกาะกอดเขาไว้แน่น

“ผมอยากอุ้มคุณหายเข้ากลีบเมฆเสียเดี๋ยวนี้มายเดียร์” อัลฟาโล่บอกเสียงพร่าเหนือริมฝีปากแดงก่ำ หญิงสาวสบตาคมหวานฉ่ำในระยะประชิด สติที่เลือนรางกลับมาแม้ไม่เต็มร้อยแต่ก็พอรู้ผิดชอบชั่วดี ฝ่ามือเรียวขาวผลักเขาออกห่างและลุกขึ้นฟาดลงบนแก้มสากจนสะบัด อัลฟาโล่หันหน้ากลับมาช้าๆ ด้วยประกายตาเรียบเฉย หากแววตาลุกวาวของเธอทำให้เขาเย็นลง

“นี่น่ะเหรอความรักที่คุณมีให้ฉัน มันเป็นความใคร่ล้วนๆ ต่างหาก” เสียงครางเมื่อสักครู่กลายเป็นเสียงแข็งกระด้าง แววตาหวานเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวราวกับมีกองไฟสุมอยู่นับร้อย

“ความรักกับความใคร่มีเพียงเส้นใยบางๆ กลางกั้นทูนหัว และผมก็มั่นใจว่าความรักของผมคือความรู้สึกในหัวใจล้วนๆ”

“งั้นก็พิสูจน์สิคะว่ามันใช่ ฉันจะได้มั่นใจว่ามีค่าพอ ไม่ใช่นางฟ้าที่ตกอยู่ในอุ้งมือมาร” กังสดาลพูดจบก็ต้องเบือนหน้าหลบ เพราะสายตาคมที่มองมาอย่างตัดพ้ออยู่ในที

“พูดได้ดีมายเดียร์ นางฟ้าในอุ้งมือมาร แล้วมารอย่างผมก็คงต้องร้ายให้สมกับฉายาที่คุณอุตส่าห์ตั้งให้สินะ” เขายิ้มที่มุมปาก

“คุณจะทำอะไร” เธอสบตาคมกริบเรียบลึกจนเธอหวั่นๆ อัลฟาโล่ขยับไปใกล้และลูบไล้ลำแขนกลมกลึงไปมา แล้วจับมือบางข้างที่ทำให้หน้าชาไปทั้งแถบขึ้นไปจูบ หญิงสาวชักมือกลับเขาก็ยึดไว้ แล้ววางมือเธอบนอกซ้ายของตัวเอง

“หัวใจมารร้ายอยู่ในอุ้งมือนาง” พูดจบเขาก็จูบหนักๆ ที่ต้นคอระหง ทิ้งรอยแดงไว้ให้เธอดูต่างหน้า จากนั้นก็ละเลื่อนขึ้นไปพรมจูบทั่วดวงหน้า แต่ก่อนที่ความวาบหวามจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างเขาและเธอ เสียงของนิโคลัสก็ดังขึ้น

“วูฟล์ วูฟล์ เอาเชือกมา ฉันจะจับกระทิงไปส่งโรงฆ่าสัตว์” นิโคลัสตะเบ็งเสียงดังอยู่หน้าประตูเพื่อให้คนที่อยู่ข้างในได้ยิน อัลฟาโล่ค้างจมูกบนผิวแก้มนุ่มพลางถอนหายใจดังๆ อย่างหงุดหงิด กังสดาลเอนตัวออกห่าง

“แสบจริงๆ แบบนี้ต้องดวนกันให้รู้แพ้รู้ชนะ จะได้ไม่ซ่าแบบนี้” อัลฟาโล่บอกเสียงต่ำ กังสดาลตวัดค้อน

“พาล นิสัยไม่ดี” หญิงสาวต่อว่าใบหน้างอง้ำ อัลฟาโล่ก้มลงไปจูบแก้มฟอดใหญ่ทั้งซ้ายขวา ก่อนจะปล่อยเธอเป็นอิสระ

“เป็นคนดีสาวไม่ชอบ ก็ต้องเป็นจอมมาร สาวๆ จะได้ติดตรึม” เขาบอกเสียงเรียบก่อนจะเดินไปกระชากประตูเปิดออก หมัดตรงของนิโคลัสสวนกลับมา แต่อัลฟาโล่ไวกว่าเบี่ยงตัวไปด้านข้าง เมื่อรู้ว่าพลาดเป้านิโคลัสก็ตวัดลำแขนใส่ อัลฟาโล่ระวังตัวอยู่แล้วก็ย่อตัวหลบและสวนหมัดกลับอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย…” นิโคลัสเบี่ยงหลบและกระโดดตวัดเท้าเข้าใส่ การห้ำหั่นจึงเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง โดยมีกังสดาลยืนลุ้นอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวรอจังหวะจะเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกสองหนุ่มจับหมุนและผลักห่าง

“ว้าย…” กังสดาลร้องเสียงหลงเมื่ออัลฟาโล่จับเอวบางเหวี่ยงเป็นวงกลม นิโคลัสกระโจนเข้าไปประชิดตัวหมายจะชิงตัวน้องสาวกลับมาแต่อัลฟาโล่ก็ไม่ยอม การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายแต่เป้าหมายแตกต่างดำเนินต่อไปไม่นาน เสียงหวานของอารยาก็ดังขึ้น

“สนุกกันพอแล้วก็ไปที่โต๊ะอาหารนะจ๊ะสองหนุ่ม ทุกคนรออยู่ ชักช้าคะแนนตกแม่ไม่รู้ด้วยนะ” ได้ยินเพียงเท่านั้นสองหนุ่มก็หยุดใช้กำลัง กังสดาลเบี่ยงตัวออกจากวงแขนแกร่ง เดินออกจากห้องโดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อย

“อย่าคิดว่าจะได้หัวใจนางฟ้าชาโรน็อฟง่ายๆ เพราะลูกเสือยังไงก็ไม่ยอมสิ้นลายจนกว่าจะมั่นใจ และนั่นหมายถึงว่านายต้องพิสูจน์ด้วยหัวใจ ไม่ใช่ใช้กำลังขืนใจ” นิโคลัสบอกพลางสบตาคมกริบอีกฝ่าย

“ฉันพร้อมจะพิสูจน์ขอแค่นายให้โอกาส”

“โอกาสเป็นของคนที่จริงใจเสมออัลฟาโล่ ถ้านายสร้างความมั่นใจให้ชาโรน็อฟไม่ได้ สิ่งที่คิดไว้ก็เลิกคิดเสีย เพราะเราจะไม่ยอมปล่อยให้นางฟ้าไปทุกข์ระทมแน่นอน” พูดเสร็จนิโคลัสก็เดินจากไป อัลฟาโล่เดินตามไปเงียบๆ หากในหัวก็คิดหาวิธีที่จะได้นางฟ้าไปนอนกอดตลอดชีวิต

ขอบค่ณคร้า

Bình Luận ()

0/255