วิวาห์ดุษฎี

บทที่ 3 ทานเป็นเพื่อนพ่อหน่อย

“ถ้าฉันจะขออะไรเป็นครั้งสุดท้าย ให้หนูนากับชานนท์แต่งงานกัน นายจะทำเพื่อฉันได้ไหม” ราเชนทร์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“ถ้าฉันตาย ธุรกิจของฉันทั้งหมดจะตกกับหนูนา นายก็รู้ว่าหนูนาถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน ลูกฉันไม่เคยเจอโลกกว้าง อยู่กับฉันเหมือนกับไข่ในหิน เธอไม่มีทางรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคน ทรัพย์สมบัติของฉันที่ตกทอดไปยังหนูนาจะไม่ปลอดภัย ฉะนั้นคนที่เข้ามาหาหนูนาทุกคนฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น"

ราเชนทร์เดินเอามือล้วงกระเป๋าหันหน้ามองตรงไปยังวิวกว้างริมหน้าต่างบนตึกสูงระฟ้า เขาเห็นหนูนามาตั้งแต่เด็ก เธอสดใส น่ารักเรียบร้อยและมองโลกในแง่ดีเสมอ เป็นจุดอ่อนที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ในการใช้ชีวิตคนเดียวโดยอายุเพียงแค่ ยี่สิบสองปี พร้อมกับทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลแบบนั้น

“นายก็รู้ว่าชานนท์เจ้าชู้ขนาดไหน ฉันกลัวลูกชายฉันจะทำลูกสาวของนายเสียใจ” ราเชนทร์พูดอย่างเป็นห่วง

“ฉันไม่ได้มั่นใจตาชานนท์ แต่ฉันมั่นใจในตัวนายต่างหาก ฉันเชื่อว่านายจะเป็นพ่อคนหนึ่งให้กับหนูนาได้ ที่จะคอยชี้แนะและปกป้องลูกสาว รวมไปถึงทรัพย์สมบัติแทนฉันด้วย” วิรุณเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเพื่อน พลางยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อฝากฝังเป็นครั้งสุดท้าย

“บางทีฉันควรขอโทษนายไว้ตรงนี้ก่อน เพราะฉันมั่นใจว่าชานนท์ต้องทำลูกสาวนายมีน้ำตาแน่ๆ” ราเชนทร์หันพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง แบบไม่มั่นใจนัก

“ถ้านายเป็นฉัน นายก็จะทำแบบฉัน เพื่อรักษาทุกอย่างไว้ให้กับหนูนา เพราะนายคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุดในตอนนี้” วรุณหันกลับไปนั่งยังโซฟา แล้วหยิบเอกสารเก็บใส่กระเป๋าไปอย่างช้าๆ ใครจะล่วงรู้ว่านาทีนี้หัวใจของคนเป็นพ่อเจ็บปวดเพียงใด ที่มิอาจอยู่ดูลูกเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งทรัพย์สมบัติมหาศาลที่เปรียบเสมือนดาบสองคมสำหรับลูกสาวนั้น เป็นสิ่งที่คนชราห่วงที่สุด

“ฉันขอนะราเชนทร์ช่วยฉันและครอบครัวสักครั้ง และคงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต” หลังจากทั้งสองทำการตกลงกันไว้เป็นที่เรียบร้อย วรุณจึงเรียกทนายส่วนตัวเข้าพบในวันนั้น ทั้งสามปรึกษาบางอย่างโดยละเอียดเพื่อวางแผนอนาคตของเด็กสองคนในภายภาคหน้า

เสียงมือถือดังขึ้นขณะที่หนูนากำลังเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น เธอละจากเตาไฟแล้วหันมากดรับ เมื่อเห็นว่าเบอร์โทรเข้าเป็นของน้ำเหนือ เพื่อนสนิทของเธอเอง รอยยิ้มกว้างแสดงขึ้นพร้อมกับเสียงตอบรับปลายสาย

“ฉันดูข่าวเมื่อช่วงเช้าแล้ว

“ฉันไม่ได้คิดอะไร มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา”

“สิทธิ์ของเขาได้ไง เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขานะ”

“แล้วจะให้ฉันทำไง จะให้ฉันด่าทอ

“แต่เขาทำแบบนี้มันไม่ถูก” น้ำเหนือพูดอย่างไม่เห็นด้วย ในขณะที่หนูนาปล่อยวางเสียจนน่ากลัว

“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ น้ำเหนือ เขาอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเขา

“แม่ดูสิ คุณหนูนาทำอาหารเผื่อไว้ให้คุณชานนท์ทุกวันเลย แต่คุณชานนท์ก็ไม่เคยกลับมาทานข้าวเย็นสักมื้อ มื้อนี้ก็ต้องทิ้งตามเคย” เต้าฟูลูกสาวของคนใช้ประจำบ้านหันมามุ่ยหน้าพูดกับแม่ของตน

เมื่อเรือนหอสำหรับชานนท์และหนูนาสร้างเสร็จ คุณราเชนทร์จึงมอบหมายให้เธอมาอยู่ดูแลทั้งคู่ที่บ้านหลังนี้แทน ทั้งสองเฝ้ามองพฤติกรรมของเจ้านายแล้วคอยรายงานคุณราเชนทร์อยู่เนืองๆ ตามคำสั่งเสมอ แต่ก็อดสงสารหนูนาไม่ได้

“คราวนี้นายเข้าใจสิ่งที่ฉันเคยเตือนไปแล้วหรือยัง

“ฉันยังมั่นใจ

เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด ที่ไม่สามารถจัดการลูกชายตัวแสบของตนได้ อีกทั้งเพื่อนหัวรั้นก็ไม่ยอมฟังคำเตือน

หลังจากจอดรถยังไม่สนิทพอ เต้าฟูเด็กหญิงวัยสิบสามก็รีบวิ่งเข้ามาเปิดประตูให้

“คุณหนูนาล่ะ”

“ทำอาหารอยู่ในครัวค่ะ” ชายชราพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปทันที

“คุณพ่อ” หนูนาหันมาเจอ ก่อนจะยกมือไหว้เคารพ

Bình Luận ()

0/255