วิวาห์ฟ้าแลบ ประธานตัวร้าย

ตอนที่ 53 การเสียหน้าที่อัศจรรย์

ตอนที่ 53 การเสียหน้าที่อัศจรรย์

เห็นเฟิงอี่โม่วเดินไปยังชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าสองคนนั้นกำลังสนทนาเรื่องอะไรกัน พูดคุยอย่างสนุกเลย หลีโน่วยิ้มอ่อนๆ :

ในที่สุด ก็ถูกเขาลากมาแล้วอยู่ดี!

แปลกมากเลย ความโกรธในใจทำไมจู่ๆ ก็หายไปแล้ว กลับไปอีกครั้ง ก็เล่นตัวเกินไปแล้ว! ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว หลีโน่วก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องรู้สึกอึดอัด คิดไปคิดมา ก็อยากจะไปหาจุดที่ยืนได้สะดวก

ขณะนี้ เวทีเล็กๆ ที่สร้างขึ้นชั่วคราวมีไฟส่องจนสว่างเลย ดนตรีก็เปลี่ยนเป็นอีกเพลงหนึ่งแล้ว เธอหันข้างโดยไม่รู้ตัว และก็ให้ความสนใจกับตรงนั้น ขณะนี้ คุณแม่เฟิงควงแขนคุณพ่อเฟิงเดินขึ้นเวที คุณพ่อเฟิงรับไมค์มาในมือตัวเอง:

“ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณญาติๆ เพื่อนๆ ทั้งหลายที่เสียสละเวลามาในงานวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติกระผม เวลาต่อไปก็มีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เตรียมให้กับเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย เพื่อแค่การสนุกสนาน หวังว่าทุกคนจะมาเข้าร่วมด้วยครับ เล่นให้สนุกนะครับ ก่อนจะเริ่มก็ขออนุญาตให้กับลูกชายกระผมมาเต้นรำเปิดงานกับคู่ของเขานะครับ! ”

เป็นไปตามเสียงปรบมือที่เป็นช่วงๆ คุณพ่อเฟิงก็คืนไมค์ให้กับพิธีกรแล้ว เหมือนว่ากำลังบอกรายละเอียดที่ต้องดำเนินกันต่อให้กับเขา ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง พ่อบ้านก็เดินออกมาข้างนอกแล้ว กำลังจัดการให้ลูกน้องไปแจกบัตรเลขที่ให้กับวัยรุ่นทั้งหลายที่ยังโสดอยู่อย่างมีระเบียบ เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าทุกอย่างเตรียมกันไว้มาก่อนแล้ว

แสงไฟสถานที่ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ในขณะนี้ เฟิงอี่โม่วกลับเดินมาหา และยังยื่นมือออกเชิญเธอไปเต้นรำอีกด้วย: “ไปเถอะ! ”

“ฉันหรอ”

หลีโน่วตะลึงจนดวงตาจ้องใหญ่เลย เมื่อกี้เธอยังสงสัยอยู่เลยว่าลูกชายและคู่ของเขาที่จะเต้นรำเป็นใครหรอ เพราะยังไงก็ไม่เคยได้ยินข่าวเลยว่าเฟิงอี่เซียวมีแฟนนิ ส่วนความสัมพันธ์ของเฟิงอี่โม่วกับพวกเขา เธอไม่กล้าคิดไปที่เขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

มือนี่มาที หลีโน่วก็งงเลย!

ที่พูดอยู่นี่เป็นเธอสองคนหรอ

แตกต่างจากการเต้นในไนท์คลับ คนที่อยู่ต่อหน้ามีแต่คนไม่รู้จัก ถึงจะเสียหน้ายังไงก็เสียแต่หน้าตัวเอง และก็ยังมีแมคอัพหนาๆ บังอยู่ จู่ๆ จะมาอยู่ต่อหน้าญาติพี่น้องแบบนี้ และแต่ละคนมีชื่อเสียงมีฐานะกันไปหมด เอามือไว้บนไหล่เขา หลีโน่วก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเลย

“ไม่เป็นไรหรอก เชิญตามสบายเลย! ”

ที่ไหลเข้ามาในหัวใจ หลีโน่วก็จะยิ้มอย่างสดใส เพิ่งจะยกขาขึ้น จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าโดนใครผลัก ไม่ทันได้ระวังขา

“อ๊าย~”

“ระวัง! ”ถึงแม้ว่าเฟิงอี่โม่วจะตาแหลมมือเร็วพยุงเธอไว้ แต่ก็ยังได้ยินเสียงดัง“แกร็ก”เหมือนจะเป็นเสียงส้นรองเท้าหัก

หลีโน่วยิ้มอ่อนๆ ดูไปที่ขา: ตายแล้ว

พอแบบนี้แล้วหลีโน่วก็รู้สึกกังวลจนเหงื่อออกเต็มเลย คิดไปคิดมา

“นายเต้นแทงโก้เป็นไหม”

พูดไปพูดมา เธอก็ส่องสายตารีบร้อนไปยังขาตัวเอง ทันใดนั้น เฟิงอี่โม่วก็เข้าใจและพยักหน้าทีหนึ่ง:

“งั้นตอนนี้ก็เริ่มได้เลย! ไม่เป็นไรนะ ผมเชื่อ! ”

เฟิงอี่โม่วยกมือส่งสัญญาณ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็เปลี่ยนเพลงเต้นรำให้ทันทีเลย

หลีโน่วยกขาขึ้นถีบรองเท้าหนึ่งข้างออก ต่อจากนั้นเดินอ้อมเขาไป

ในนฤตยศาลา การเต้นรำของคู่นี้มีความสง่างามมาก ดูเข้ากันดีมาก ท่าเต้นรำที่สวยงาม

ตามไปด้วยโน้ตเพลงอันสุดท้ายจบลง หลีโน่วก็จับคอเฟิงอี่โม่วไว้ ทำท่าจบที่งดงามและมีความหมายลึกซึ้ง

และยังมีการชื่นชมให้คุณยายเฟิงฟังอีกด้วย ส่วนตรงอีกมุมหนึ่ง จ้องมองอยู่

“ขอบคุณการแสดงอันงดงามของคู่นี้ด้วยนะคะ ต่อไปเราก็มาเริ่มเกมแรกของคืนนี้ด้วยกันดีกว่าค่ะ

จุดสนใจเปลี่ยนไป เฟิงอี่โม่วก็เอ่ยขึ้นว่า: “ผมอุ้มคุณกลับไป! ”

“ไม่เอา คนเยอะขนาดนี้! ”

พ่อบ้านก็เอารองเท้าแตะมาให้: “คุณชายใหญ่ คุณหญิงใหญ่!

ขณะที่เดินกลับด้วยทางเดิมตอนที่มา เฟิงอี่โม่วยังมีการสังเกตบนพื้นโดยตั้งใจ เหมือนกับว่าจะเห็นท่าทางของเขา

“ไม่รู้ว่าเป็นแขกท่านไหนที่ทำน้ำหก เมื่อสักครู่ผมให้คนไปเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วครับ! ”

“อืม! ”

อันที่จริงเขาก็เดาออกได้แล้ว เมื่อกี้ที่เขาจะไปหาหลีโม่ว เขาก็เห็นไกลๆ

Bình Luận ()

0/255