วิวาห์ฟ้าแลบ ประธานตัวร้าย

ตอนที่ 57 จัดงานแต่ง

ตอนที่ 57 จัดงานแต่ง

เห็นลูกตาของเฟิงหันเซียงเกือบจะหล่นออกมานั้น ยังทำหน้าตามั่นหน้า ดูถูกอีกด้วย หลีโน่วแอบจิ้มเฟิงอี่โม่ว

ก็ไม่รู้ว่าวันนี้เขาไปโดนตัวไหนมา อยู่นิ่งไม่เป็นตั้งแต่อยู่ในห้องนอนแล้ว ตอนนี้ถูกคนอื่นจับได้แล้ว เป็นไงล่ะ!

ตอนแรกก็แค่คิดว่าเตือนเขาหน่อย ยังไงก็ไม่ถูกกับเฟิงหันเซียงอยู่แล้ว เธอก็ไม่ได้คิดจะทักทายกับเธออยู่แล้วด้วย แต่พอดีว่าตรงที่เขาสองคนอยู่ กำลังขวางทางคนอื่นพอดี

หันหลังกลับ จู่ๆ เฟิงอี่โม่วก็พูดขึ้นอย่างเย็นชา: “เป็นใบ้เหรอ”

เธอตกใจและนึกว่าเขากำลังคุยกับตัวเองอยู่ ขณะที่เงยหน้าขึ้น หลีโน่วจึงเข้าใจคำว่า“ไม่สนโลก”คืออะไร เทียบกับเขาแล้ว เฟิงหันเซียงเป็นแค่มดน้อยๆ

ขณะนี้ เฟิงอี่โม่วเอามือข้างหนึ่งล้วงในกระเป๋า มืออีกข้างยังอยู่ตรงเอวของเธออยู่ สายตาที่มองเอียงนั้น ไม่ใช่แค่สูงส่งเท่านั้น ยังมีความรู้สึกแบบฉันเป็นใหญ่ ไม่มีใครสามารถยุ่งกับฉันได้อย่างนั้น ชัดเจนมากเลยว่าเขากำลัง—หาเรื่องอยู่!

แบบนี้ไม่เหมือนสไตล์เขาเลยนิ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น

ครั้งที่แล้วที่กลับมา สัมผัสได้เลยว่าเขาไม่เข้ากับบ้านนี้เลย แต่เขาทำตัวเย็นชาตลอดเวลา วันนี้ เขาแปลกมากเลย!

วินาทีนั้น สีหน้าของเฟิงหันเซียงเปลี่ยนทันที หลีโน่วก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย

ทันทีที่จะปะทะกัน คาดไม่ถึงเลยว่า เธอกลับก้าวเข้าข้างหน้า ยังก้มหัวลงไปน้อยๆ : “พี่ใหญ่ อรุณสวัสดิ์! ”

เหมือนกับว่ารอมาเป็นหนึ่งศตวรรษอย่างนั้น เธอถึงจะพูดออกอย่างไม่ยอม: “พี่สะใภ้ อรุณสวัสดิ์! ”

อย่างกับเห็นผีอย่างนั้น หลีโน่วงงอึ้งไปสามวิ ส่งสายตาไปยังเฟิงอี่โม่วโดยอัตโนมัติ จนได้ยินว่าเขาพูดว่า“อืม”เธอจึงจะเอ่ยขึ้น:

“อรุณสวัสดิ์! ”

ต่อจากนั้น ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้องทานข้าว

ก่อนเก้าโมงก็จะเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว

คนหนึ่งก่อนคนหนึ่งหลังเข้ามาข้างใน! วันนี้พอดีมากเลย คุณพ่อเฟิงเพิ่งกลับมาถึงบ้านเช้านี้นี่เอง

เฟิงอี่โม่วจะทานข้าวที่บ้าน หลีโน่วก็ต้องอยู่กับเขา อาหารเช้ามาถึงแล้ว เธอก็เอาขนมปังกี่แผ่นและนมถั่วเหลืองมาทาน

เขาทำรอยดูดตรงคอของเธออย่างชัดเจนมาก ฉะนั้น ทานอาหารแค่มื้อเดียว เธอก็ถูกสายตาต่างๆ ทรมานเป็นร้อยรอบพันรอบอย่างไม่เข้าใจว่าทำไม ในใจยังคิดอย่างงุนงง

“หาเวลาจัดงานแต่งให้มันเสร็จๆ! ถ้าแกไม่ว่าง เดี๋ยวพ่อช่วยแกจัดการได้!

กำลังกลืนขนมปังลงไปอยู่ หลีโน่วเกือบติดคอตาย จัดงานแต่งหรอ แล้วพวกเขายังจะมีทางถอยได้อีกไหม

ดูออกเลยว่าเฟิงอี่โม่วไม่อยากรับน้ำใจนี้: “ตอนวันจัด

พ่อคือห่วงแกนะ! หรือแกอยากจะให้ลูกออกมาแล้วแต่เขายังไม่มีสถานะอะไรเลย ยังไงก็จดทะเบียนสมรสเสร็จแล้ว

พูดด้วยความตั้งใจและความห่วงใย ท่าทางของคุณพ่อเฟิงรู้สึกว่ายังมีการขอร้องด้วย

ลูกของผม แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาจะต้องมีสถานะ! และเขาจะมีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่อย่างนั้น ผมจะไม่ให้เขามาอยู่บนโลกนี้เด็ดขาด

หลีโน่วสัมผัสความเกลียดแค้นได้อย่างชัดเจนมาก เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกเขาแข็งทื่อมาก

เจี่ยอ้ายเตะขาของเฟิงหันเซียง

ทำไมนายมาทำกิริยาแบบนี้ใส่ห๊า ไม่น่าเลยที่คุณพ่อเอ็นดูนาย ห่วงใยนาย

เพิ่งเห็นว่าเฟิงอี่โม่วตัวถูกซอสเปื้อน หลีโน่วก็รีบเอาทิชชู่มาเช็ดให้: “สามีคะ! ”

มองแรงให้กับคนอยู่ตรงข้าม สายตาของเฟิงอี่โม่วกลับตกอยู่ตรงอีกที่หนึ่ง: “นี่ก็คือมารยาทที่คุณสอนหรอ”

“เซียงเซียง นี่ทำอะไรเนี่ย วุ่นวายจริงๆ เลย รีบขอโทษพี่ชายใหญ่เร็ว!

“หนูไม่ผิดสักหน่อย! หนูนี่คือขอความยุติธรรมให้กับคุณพ่อ! ”

คุณพ่อเฟิงก็พูดอะไรอีกไม่ได้ ใช้น้ำเสียงให้อ่อนลง:“ไม่ต้องพูดแล้ว กินข้าวเถอะ!

“คุณพ่อคะ ก็เพราะว่าคุณพ่อชอบปล่อยเขาทำตามใจตัวเอง เขาถึงได้ไม่กลัวใครเลย! ”

ท่าทางดูเหมือนจะโกรธมาก เธอก็เอาตะเกียบขว้างไปเรื่อยอีก

“เซียงเซียง! ”

รู้สึกว่าเธอวุ่นวายเกินไป

ขณะนี้ เฟิงหันเซียงก็ผลักเก้าอี้ออกและเดินไปยังประตูอย่างโกรธเคือง เมื่อเธอเดินผ่านหลีโน่ว

“ก็พวกคุณลำเอียงจริงๆ อ่ะ ฉันไม่ผิดสักหน่อย! ”。

Bình Luận ()

0/255