วิวาห์ฟ้าแลบ ประธานตัวร้าย

บทที่ 85 คุณไม่ชอบที่ฉันไม่โตไม่ใช่หรอ

บทที่ 85 คุณไม่ชอบที่ฉันไม่โตไม่ใช่หรอ

น่าเสียดายที่ Li Nuo ไม่สามารถอาเจียนได้แล้ว

เธอหันกลับมาเพื่อที่จะเอาลวดนั้นออก แต่ทันทีที่ขยับตัวเธอก็รู้สึกว่าข้อเท้าปวดขึ้นมา เพียงแค่ขยับนิดเดียวก็ปวดไปหมด เธอจึงนั่งลงยองๆและเอาลวดที่เกี่ยวอยู่ออกไป

ทันใดนั้นฝนก็ตกหนักขึ้นมาอีก แต่เธอกลับไม่คิดจะวิ่งอีก เธอรู้สึกปลงจริงๆ

และในขณะนั้นก็ได้มีรถสีดำคันหนึ่งมาจอดอยู่ข้างๆ

เฟิงหีโม่ขับวนหาเธออยู่ที่เดิมมาสองรอบแล้ว แต่เพราะฝนตกหนักทำให้เขามองไม่เห็นเธอ เมื่อลงรถมาเขาจึงโกรธมาก

“หลีโน่ คุณไปทำอะไรมา”

เมื่อเธอเห็นเฟิงหีโม่ เธอก็รู้สึกราวกับว่าพบกับแสงสว่าง เธอไม่ทันสังเกตเห็นหน้าบึ้งๆของเขาด้วยซ้ำ ก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเขาไว้ โดยไม่สนใจว่าจะสกปรกหรือไม่ เธอพูดทั้งน้ำตาว่า

“สามี”

ตอนนั้นเขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเนื้อตัวของเธอมอมแมมไปหมด ตอนที่เขากอดเธอ ความโกรธก็มลายหายไปหมด

เขาใช้มือข้างหนึ่งกอดเธอที่ร้องไห้เหมือนเด็กๆแน่น พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงมาก “ไม่เป็นไรแล้ว”

เขายัดร่มใส่มือเธอ พร้อมทั้งถอดเสื้อสูทของตัวเองมาคลุมร่างเล็กไว้ จากนั้นจึงยกมือขึ้นมาเช็ดหน้าเลอะๆของเธอ

“โง่จริงๆเลย ขึ้นรถก่อนเถอะ”

ในตอนนั้น เฟิงหีโม่ก็เพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองเมื่อสักครู่ห่วงเธอมากขนาดไหน แค่เจอเธอ ได้รู้สึกตัวตนของเธอจริงๆ อะไรก็ไม่สำคัญอีกแล้ว

เมื่อขึ้นรถ เขาก็เห็นว่าทั้งจมูกและตาของเธอต่างแดงไปหมด เขาจึงหยิบทิชชู่ให้เธอเช็ดหน้า

“เกิดอะไรขึ้น ไม่ทำปิดเครื่อง ผมบอกให้คุณรออยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรอ มัวไปประชดอยู่ที่ไหน”

เสื้อผ้าก็ฉีกขาดไปหมด

ยังดีที่เขาไม่พูด ถ้าเขาพูดขึ้นมา หลีโน่คงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนปล่อยโฮออกมาอีกรอบแน่ๆอย่างหยุดไม่อยู่แน่ๆ

จากนั้นก็มีเสียงแตรดังขึ้นมาจากด้านหลัง เฟิงหีโม่จึงแตะที่ท้ายทอยเธอเบาๆ จากนั้นจึงดึงเข็มขัดนิรภัยมารัดให้

“โอเคๆ ไม่ว่าแล้ว พวกเรากลับกันก่อนเถอะ”

ระหว่างทาง อารมณ์ของหลีโน่ก็ไม่ได้คงที่นัก จะมีสะอื้นเป็นพักๆ ดังนั้นทั้งคู่จึงไม่ได้พูดอะไรกันมาก

กลับถึงบ้านตระกูลเฟิง ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักมากขึ้น สถานที่จัดงานบาร์บีคิวข้างนอกจึงยกเลิกไป และเปลี่ยนเป็นทำบาร์บีคิวกินกันเองที่ห้องข้างใน

หลีโน่เดินตามหลังเฟิงหีโม่เข้ามา เธอยังคงหดหู่อยู่

เมื่อได้ยินเสียงเดินเข้ามา คุณยายก็เดินออกมา “กลับมาแล้วหรอ เป็นอะไรน่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ โดนฝนข้างนอกก็เลยเปียก” เพราะกลัวคุณยายจะเป็นห่วง เฟิงหีโม่จึงพูดออกมา

“ไม่ได้ถามแก” คำตอบนั้นทำให้เขาได้แต่กรอกตาไปมา เห็นได้ชัดว่าคุณยายกำลังอารมณ์ไม่ดี

หลีโน่เดินมาข้างหน้าและพูด “ขอโทษค่ะคุณยาย เพราะหนูเอาแต่เที่ยวเลยหลงทาง ทำให้คุณยายเป็นห่วงแล้ว”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” เมื่อเห็นว่าเธอโทษตัวเอง คุณยายจึงหันไปมองเฟิงหีโม่อย่างตำหนิ

ทันใดนั้น เฟิงหันเซียงก็เดินลงมาจากชั้นบนพอดี เมื่อเห็นภาพนี้เข้า จึงพูดกระแทกแดกดันหลีโน่

เธอนี่ใหญ่โตจริงๆ คนอื่นเค้ารอกินข้าวกัน แต่กลับไม่กลับบ้าน

เฟิงหันเซียงพูดตำหนิด้วยเสียงที่ไม่ดังจนเกินไป แต่ก็ดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน

เธอโดนด่าอีกแล้ว เธอได้แต่หลบอยู่หลังเฟิงหีโม่อย่างเสียใจ แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ถูก ดังนั้นจึงตัดสินใจขอโทษ

“ขอโท...”

ก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน “ผมชอบคนที่ไม่มีคนสั่งสอน และพอใจที่จะไปรับ

เฟิงหีโม่ดึงหลีโน่เข้ามาไว้ในอ้อมกอดด้วยสีหน้าปกป้อง ในตอนนั้นหลีโน่ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและปลอดภัยในทันที

พี่นี่มันหมากัดเจ้าของจริงๆ

เธอโกรธมาก โกรธจนพูดไม่ออก

ทันใดนั้น คุณยายก็ดึงหน้าพูด “เธอพูดอะไรของเธอ”

“คุณยาย หนุผิดไปแล้วค่ะ”

“คุณพ่อ คุณพ่อ หนูแค่โกรธแทนพี่

คุณพ่อเฟิงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “แม่ครับ เซียงเซียงปากไวไปเอง พูดไม่ทันคิด

จากนั้น เจี่ยไอ้ก็ดึงเฟิงหันเซียงแยกมาอีกทาง เพื่อต้องการที่จะพูดเตือน

“จากนี้ อย่ายุ่งกับคนของผม”

สายตาเย็นยะเยือกกวาดมองไปที่คนตระกูลเฟิงทุกคน แต่เหมือนว่าประโยคนี่ตั้งใจจะพูดใส่เฟิงหันเซียงมากกว่า

เมื่อสายตากลับมาตกอยู่ที่คุณยายอีกครั้ง ท่าทางของเขาถึงได้อ่อนโยนลง

Bình Luận ()

0/255