บทที่ 93 คนเลว

“ไม่ได้ยิน ไม่ได้ยิน”

เธอเดินอย่างเร่งรีบ เอาของใส่รถ และขับออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อรถขับออกมาแล้ว หลีโน่ถึงสบายใจขึ้นมาได้

ในที่สุดก็หลบออกมาได้ โอ้เย่

หลีโน่เปิดเพลง และกลับบ้านอย่างสบายใจ

เจียงลู่ที่โบกมือตามอยู่ข้างหลังได้แต่คิดอย่างหอบๆ “บ้าจริง จะเดินเร็วขนาดนั้นไปทำไม ฉันไม่ใช่ตัวอันตรายสักหน่อย

เธอหมุนตัวเดินกลับทางเดินด้วยความหงุดหงิด ระหว่างทางเธอก็เจอกับวัยรุ่นท่าทางทันสมัยสองคนพูดและชี้ไปทางที่หลีโน่เดินไป

“หูย ต่างหูอันนั้นซื้อที่ไหนนะ ฉันชอบมากเลย ผีเสื้ออันนั้น สวยมากจริงๆ”

“จริง สวยมาก เหมือนได้ซื้อสองคู่เลย อีกอันยาว อีกอันสั้น หรือจะใส่สั้นยาวสลับกันเหมือนเธอก็ได้ ดีสุดๆ เมื่อกี้ไม่น่าลังเลเลย น่าจะเดินเข้าไปถามเธอซะให้สิ้นเรื่อง”

“ครั้งแรกเลยที่เห็นต่างหูผีเสื้อทำออกมาอย่างประณีตและไม่เว่อร์จนเกินไป เมื่อก่อนฉันเคยซื้อหนึ่งคู่ มันใหญ่มาก ใส่ได้แค่ตอนไปเที่ยว ใส่ไปทำงานไม่ได้มันจะดูอวดเกินไป แต่ฉันก็ชอบมาก ตอนนี้ยังเก็บไว้อยู่เลย แต่คนนั้นเขาสวยจริงๆ แถมผอม หน้ารูปไข่แบบนั้น ใส่อะไรก็สวย....”

“แต่เธอดูความระยิบระยับนั่นสิ ไหนจะสไตล์ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ของถูกๆเลย ไม่แน่นะ ถ้าถามพวกเราก็อาจจะไม่มีปัญญาซื้อ”

“ก็จริง ถ้าคิดได้อย่างนี้แล้วก็ไม่เสียดายแล้วแหละ บางทีสิ่งของก็ต้องพึ่งโชคเหมือนกัน”

......

ต่างหูผีเสื้อ เมื่อฟังสีหน้าของเจียงลู่ก็เปลี่ยนไปทันที เธอเห็นทั้งสองคนชี้ไปในโทรศัพท์ ตนจึงเดินไปแย่งโทรศัพท์มาดู และก็เห็นว่าทั้งคู่ถ่ายหน้าด้านข้างของหลีโน่ไว้ ที่หูของเธอใส่ต่างหูผีเสื้ออย่างแพรวพราว

“นี่ คุณเป็นบ้าอะไร อยู่ดีๆก็มาเอาโทรศัพท์คนอื่น”

“ประสาทรึไง มาขโมยกลางวันแสกๆ”

ทั้งคู่ด่าออกมาด้วยความโกรธ และทันใดนั้นเจียงลู่ก็ด่ากลับไปด้วยความโกรธ

“พวกคุณถ่ายรูปเพื่อนของฉัน แอบถ่ายแบบนี้มันละเมิดความเป็นส่วนตัวนะ จะไปเจอตำรวจหน่อยมั้ย”

เธอตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้ทั้งคู่ตกใจขึ้นมา และรีบลบรูปทิ้งทันที

“ประสาท”

พูดจบ ทั้งคู่ก็หายไปในพริบตา

เจียงลู่ยังคงหน้าซีดเซียว และกำมือแน่นอยู่ตรงนั้น ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าสองวันก่อน เหมือนเธอจะเห็นรถของจางเยวี่ยเจ๋อมาที่บริษัทของหลีโน่

อย่าบอกนะว่าทั้งคู่รีเทิร์นกันแล้ว

หลีโน่ก็ไปดูแม่ที่ร้านอีกครั้ง วันนี้ธุรกิจดำเนินได้ดี ดังนั้นเมื่อหลีโน่มาแล้ว

เพราะเป็นผู้หญิง

แม่อยู่คนเดียวก็กินไม่หมด เปลืองเงินเปล่าๆ

“ค่ะ”

หลีโน่นั่งในห้องครัวมองดูแม่เงียบๆ และก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาในใจ

คราวหน้าตอนเย็นไม่ต้องทำแล้วนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แถมตอนนี้พวกเราก็ไม่ได้เป็นหนี้

สามปีมานี้ มือของแม่หยาบขึ้นมามากแล้ว

ทั้งคุยกับเพื่อนบ้าน ได้คุยกับลูกค้า

ส่วนหลีโน่ก็หยิบชามขึ้นมาสองใบ เป็นของตนและของแม่

“เสี่ยวหลี หนู....สบายดีไหม”

เหมือนเธอจะรู้ว่าถามเรื่องอะไร เธอจึงยิ้มหวานออกมา

ดีมาก แม่สบายใจได้เลย เฟิงหีโม่รักหนูมาก ดูสิ

คุณแม่เจี่ยนยิ้ม และลูบหัวลูกเบาๆ “เสี่ยวหลีของแม่สวยมาตลอดอยู่แล้ว”

เธอจับมือของแม่ไว้ แล้วลังเลนิดหน่อย ก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา

หนูไม่อยาก....ยุ่งกับเรื่องเงินของเขามาก หลังจากนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่หนูจะทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดี ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่หนูก็จะทำให้ดี หนูจะกตัญญูต่อแม่ รอมีเงินแล้วหนูจะซื้อบ้านใหญ่ๆ

และถ้ามีเวลาหนูก็มาหา ทุกวันสงบและก็เต็มสุขมาก รอพ่อของหนูหาย แม่ก็จะดีกว่านี้อีก ลูกสาวโตแล้ว

“อืม” เมื่อเห็นความรักของแม่ หลีโน่ก็ยิ่งจุกในใจ

Bình Luận ()

0/255