เมื่อเผชิญหน้ากับคำเหน็บแนมของฮั่วซานซาน จ้าวซีซีก็ไม่สะทกสะท้านใด ๆ หลายปีมานี้ฮั่วซานซานดูถูกเธอมาโดยตลอด ในคำพูดและความหมายแฝงล้วนชอบพูดว่าเธอยอมแต่งงานกับฮั่วหานฮุ่ยที่ใกล้ตายก็เพื่อเงิน
ก่อนหน้านี้เธออดทนมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เธอหย่ากับฮั่วหานฮุ่ยไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไป
ฮั่วซานซานมองไปที่จ้าวซีซีที่อยู่ตรงหน้าอย่างเย่อหยิ่ง “ยังยืนงงทำอะไรอยู่อีก รีบไปทำอาหารในครัวสิ แล้วอย่าลืมทำเมนูพระกระโดดกำแพงที่ฉันชอบมากที่สุดด้วยล่ะ”
สายตาของจ้าวซีซีมองกลับไปอย่างเอาคืน แล้วโต้กลับไปอย่างหน้านิ่ง “คุณย่าชวนฉันมากินข้าว และไม่ได้ให้ฉันมาเป็นคนรับใช้คอยทำอาหารค่ะ”
“จ้าวซีซี คำพูดนี้ของเธอหมายความอะไรกัน? ตอนนี้เธอปีกกล้าขาแข็งนักนะ แม้แต่กับข้าวก็ไม่ยอมทำ ฉันจะไปบอกอาสะใภ้แน่!”
จ้าวซีซีไม่ได้สนใจต่อฮั่วซานซานที่อยู่ข้าง ๆ เธอเดินเข้าไปในห้องโถง และเห็นคนทั้งสองนั่งอยู่บนโซฟา
คนหนึ่งคือคุณนายฮั่วอดีตแม่สามีของเธอ ส่วนอีกคนคือหลินซีคนที่อดีตสามีแอบรัก
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอกับหลินซีในมื้อเย็นของวันนี้
ฮั่วซานซานพุ่งเข้ามากระแทกไหล่ของเธอ แล้วเริ่มฟ้องขึ้นเสียงดัง “อาสะใภ้คะ ฉันให้จ้าวซีซีไปทำอาหารในครัว คาดไม่ถึงว่าเธอจะไม่ยอมไปทำ! แถมยังพูดอีกว่าคุณย่าชวนมาเป็นแขกให้มาทานข้าว ไม่ใช่คนรับใช้!”
พอพูดจบ คุณนายฮั่วแม่สามีก็มีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที “จ้าวซีซี ในฐานะที่เป็นลูกสะใภ้คนหนึ่ง เธอไม่ทำแม้แต่อาหาร แล้วจะยังต้องการเธอมาทำประโยชน์อะไรอีก? เธอพูดมาสินอกจากเธอกับครอบครัวของเธอจะใช้เงินของตระกูลฮั่วของพวกเราแล้ว ยังสามารถทำอะไรได้อีก? ให้เธอทำอาหารก็นับเป็นการยกย่องเธอแล้ว”
หลินซียิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “คุณป้าฮั่วคุณป้าอย่าโกรธไปเลยนะคะ มันไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ”
“ซีซี ป้าเห็นเธอแล้วก็โกรธขึ้นมา แม้ว่าชื่อของพวกเธอต่างก็ชื่อซีซี แต่เธอซึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาในสลัม จะไปเทียบกับหนูที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดเช่นนี้ได้อย่างไรกันล่ะ ภูมิหลังทางครอบครัวของหนูดีขนาดนี้ ทั้งยังกลับมาจากไปเรียนที่เมืองนอกมาอีก ทั้งสวยทั้งมีความสามารถ หนูช่างเป็นลูกสะใภ้ที่เพอร์เฟคในใจฉันจริง ๆ เลย”
แววตาของหลินซีเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ “คุณป้าคะ เธอเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่ง ฉันเองก็พอจะเข้าใจนะคะ”
“หึ มีอะไรดีให้ไปเข้าใจกัน เด็กกำพร้าก็ควรจะเจียมตัว อย่ามาเพ้อฝันว่าจะบินขึ้นมาอยู่บนที่สูง ลูชายของฉันโดดเด่นขนาดนี้ ซึ่งจะเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกในอนาคต จะมาถูกสาวจน ๆ จับได้อย่างไรกัน มันไม่เหมาะสมในหลาย ๆ ด้าน ตอนแรกฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ น่าเสียดายที่คุณแม่ดึงดันที่จะให้แต่งให้ได้”
จ้าวซีซีได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซึ่งสามปีมานี้เธอได้ยินมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กกำพร้าอีกต่อไปแล้ว มีพี่ชายถึงหกคน และทุกคนก็ล้วนมีความโดดเด่นในสายงานต่าง ๆ
เธอยกเปลือกตาขึ้น “โอ้ ตามที่คุณพูดขนาดนี้แล้วเนี่ย ที่แท้ฮั่วหานฮุ่ยนั้นเป็นผู้ชายที่เกาะกระโปรงผู้หญิงเพื่อปีนไต่ขึ้นไปสินะคะ?”
“เธอพูดว่าใครเกาะกระโปรงผู้หญิงปีนไต่ขึ้นไปกัน? ลูกชายฉันโดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำไมต้องพึ่งพาผู้หญิงกัน?”
ลูกชายที่ดื้อดึงนั้นไม่แยแสอะไร จนใช้เวลาถึงสามปีกว่าจะหย่าร้าง
จ้าวซีซียิ้มเยาะออกมา ดวงตารูปอัลมอนด์นั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “คุณย่าฮั่วอะไรก็ไม่เคยเห็น อะไรก็ไม่เคยกินเหรอคะ? สิ่งที่ท่านสนใจไม่เคยเป็นของนอกกายที่จอมปลอมเหล่านี้ และท่านก็ไม่มองสิ่งของเงินทองเหล่านี้ด้วยค่ะ”
พูดจบ เธอก็มองไปที่สาวใช้พร้อมกับพูดว่า “ฉันไปเตรียมซุปที่คุณย่าชอบกินนะ”
“งั้นก็ดีเลยค่ะ ช่วงนี้คุณท่านไม่ค่อยอยากทานอะไร ท่านชอบกินอาหารที่คุณทำมากค่ะ”
จ้าวซีซีตรงไปที่ห้องครัว และไม่อยากเสวนากับผู้หญิงทั้งสามคนในห้องนั่งเล่น
อยู่ในตระกูลฮั่ว คุณย่าฮั่วเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวที่ดีกับเธอ เธอไม่อยากสร้างปัญหา จนทำให้คุณย่าฮั่วต้องลำบาก
เธอกำลังเฝ้ามองเตาเล็ก ๆ ที่กำลังเคี่ยวซุปสมุนไพรอยู่ตามลำพัง
เธอยังคงครุ่นคิดอยู่ว่าจะบอกคุณย่าฮั่วอย่างไรดี เกี่ยวกับเรื่องหย่าระหว่างตัวเองกับฮั่วหานฮุ่ย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บอสฮั่ว พี่ชายทั้งสิบของคุณผู้หญิงเร่งให้หย่าอีกแล้วนะ