ตอนที่ 1012
บทที่ 1012 หัวเราะราวกับคนโง่
October 31, 2026
ในกล่องมีเพียงรองเท้าหัวเสือของเด็กคู่หนึ่ง
นี่คืออะไรกัน?
นรมนมองไปที่คุณท่านตนุวรด้วยความอึดอัดใจ แต่คุณท่านตนุวรรู้สึกตื่นเต้นมากกว่านรมน
เขาหยิบรองเท้าหัวเสือขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา ทันใดดวงตาคู่นั้นก็คลอไปด้วยน้ำตา
“ยายแก่เอ๋ย นึกไม่ถึงว่ายังคงเก็บไว้อยู่ ฉันนึกว่าเธอจะไม่สนใจไปนานแล้ว”
คุณท่านตนุวรนำรองเท้าเสือมาวางไว้บนใบหน้าของตัวเอง น้ำตาอุ่นร้อนก็ไหลทะลักลงมาทันที
สิ่งนี้ทำให้นรมนตกใจ
คุณท่านตนุวรเข้มแข็งมาตลอดชีวิต แม้ตอนที่คิมเสียชีวิตไป เธอก็ไม่เคยเห็นคุณท่านตนุวรเศร้าขนาดนี้
“คุณตา เป็นอะไรไปคะ? รองเท้าหัวเสือนี่มันยังไงกัน? ของแม่หนูเหรอ?”
นรมนเดา แต่คุณท่านตนุวรกลับโบกมือ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นและนำรองเท้าคู่นั้นกลับห้องไป
เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ดูอ้างว้างของคุณท่านตนุวร นรมนก็จับสมจิตไว้ด้วยความสงสัย
สมจิตส่ายหัว
ในหัวของนรมนไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์อะไรได้ แต่เธอก็รู้ว่าตัวเองขุดอดีตอันน่าเศร้าของคุณท่านตนุวรให้กลับมา
น่าจะรู้ตั้งนานแล้วว่าตัวเองไม่น่าอยากรู้อยากเห็นเลย
“ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?”
นรมนมองไปยังสมจิต
สมจิตขมวดคิ้ว เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูด “ท่านหัวหน้าคงกำลังคิดถึงบางสิ่งในอดีต เราปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวตอนนี้เถอะค่ะ”
“ก็ได้”
ที่จริงนรมนรู้สึกหิวเล็กน้อย แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าทานไม่ลงแล้ว
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาปัดดูข่าวเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ในขณะนั้น โตษินก็เข้ามาพร้อมกับช่อกุหลาบช่อใหญ่
“โตษิน นี่จะไปจีบผู้หญิงหรือ? หรือผู้หญิงมาจีบนายกัน? กุหลาบช่อใหญ่ขนาดนี้ สวยจัง”
นรมนแกล้งโตษิน
โตษินวางดอกกุหลาบไว้ตรงหน้าเธอแล้วพูด “ให้คุณครับ”
“ฉัน?”
นรมนชะงักไป
“ใครให้นายมา”
“ไม่รู้สิ ทางเขตทหารส่งมาให้ผม”
คำพูดของโตษินทำให้นรมนประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
ในตอนนี้เองที่สมจิตเตะไปยังช่อดอกกุหลาบให้พ้นตัวออกไปอย่างเร็ว
“สมจิตทำอะไร?”
ช่อดอกไม้ถูกสมจิตเตะเสียกระจัดกระจาย นรมนรู้สึกใจคอเหี่ยวแห้ง
“ฉันกลัวว่าภายในช่อกุหลาบจะมีอะไรทำร้ายคุณนายได้ค่ะ”
คำพูดของสมจิตทำให้โตษินแทบก่ายหน้าผาก
“เธออย่าคิดร้ายไปหน่อยได้ไหม? ที่นี่ที่ไหนกัน? บ้านตระกูลพรโสภณนะ! เธอคิดว่าของที่มาจากมือฉันจะมีปัญหาเหรอ?”
“นั่นก็ไม่แน่ค่ะ นอกจากคุณนายแล้ว ฉันไม่เชื่อใคร”
สมจิตไม่ไว้หน้าโตษินสักนิด
ใบหน้าของโตษินจมลงทันที
“เธอหมายความว่าอะไร? เธอหมายความว่าฉันจะทำร้ายคุณนรมนเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะลุกขึ้น นรมนก็รีบลุกขึ้นยืนทันที
“เดี๋ยวก่อน พวกเธอสองคนก็ทำเพื่อฉันทั้งคู่ ฉันรู้ แต่เราก็ไม่ต้องหวาดระแวงอะไรเมื่ออยู่ในบ้านนี่ ถูกไหม? เอ่อ? ในนั้นมีการ์ดไหม? สมจิต ช่วยไปดูให้ฉันหน่อย ว่าใครส่งมา ฉันเป็นแม่ของลูกๆแล้ว คิดไม่ถึงว่าใครจะส่งกุหลาบมาให้ มันก็เป็นเรื่องที่น่ามีความอยู่นะใช่ไหม?”
นรมนรู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย
ทั้งโตษินและสมจิตก็อารมณ์รุนแรงด้วยกันทั้งคู่ อยู่ด้วยกันแล้วมันอันตรายเสียจริง
สมจิตเหลือบมองโตษิน เธอไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะตรงเข้าไปหยิบการ์ดออกมา
นรมนเปิดการ์ด ข้างบนเขียนไว้ว่า “สวัสดีครับ หม่ามี๊สุดที่รัก ได้รับดอกไม้แล้วดีใจไหม? ผมคิดว่าต้องดีใจแน่ใช่ไหม? ดีใจก็ยิ้มเถอะน่า แต่ผมอยากบอกนะว่า ดอกไม้นี่ผมไม่ได้เป็นคนซื้อหรอก คือคุณบุริศร์เขาฝากฝังคนมากำชับผมว่า ต้องส่งช่อดอกไม้ให้แม่ทุกวัน เพื่อกันไม่ให้แม่ลืมเขา เอ การเป็นลูกชายมันยากจริงๆนะครับ นึกไม่ถึงว่าต้องมาเห็นพวกคุณอวดความรักกัน รู้ไหมว่ายากมากสำหรับผม”
ประโยคสุดท้ายลงชื่อกานต์
นรมนยิ้มขึ้นมาทันใด
เจ้าเด็กคนนี้นี่!
เธอมองดอกไม้ที่เรี่ยราดเต็มพื้น ปวดใจเล็กน้อย
“นี่เป็นดอกไม้ที่ลูกชายส่งมาให้ฉัน ไม่ใช่สิ มีมิตรภาพของสามีฉันอยู่ข้างในด้วย เธอสองคนต้องชดใช้ให้ฉัน!”
นรมนหดหู่หัวใจราวกับเด็ก เธอเกือบจะร้องไห้ใส่โตษินกับสมจิต
สมจิตโทษตัวเองทันที
“หรือให้ฉันออกไปซื้อมาให้เหมือนกับช่อเดิมไหมคะ?”
“เหมือนกันได้อย่างไร? นี่เป็นดอกไม้ที่สามีกับลูกของฉันส่งมาให้!”
นรมนก้มลงไปเก็บขึ้นมาทีละดอก
ดูเหมือนสมจิตแทบอยากจะยอมรับผิดและขอโทษอย่างมหันต์
“คุณนาย ฉัน… …”
“ฉันทำไม? คราวหลังมีปฏิภาณหน่อยสิ”
โตษินสั่งสอนเธอ
สมจิตเงียบปากไป
ครั้งนี้ตัวเธอเองหุนหันพลันแล่นไป
นรมนเก็บดอกไม้ขึ้นมา เมื่อหันกลับไปเห็นท่าทางโทษตัวเองของสมจิต แม้จะปวดใจ แต่เธอก็ยังพูดปลอบ “เอาละ ฉันแค่ล้อเล่นน่า ฉันกลับขึ้นไปปักดอกไม้ก่อนนะ”
พูดจบ นรมนก็นำดอกกุหลาบเข้าไปในห้องนอน
เธอหาแจกันที่สวยงาม ก่อนจะใส่ดอกไม้ลงไป และจัดแจงให้ดูสวยงาม