ตอนที่ 1014
บทที่ 1014 เขาอยากเป็นก้างขวางคอไหม
October 31, 2026
“ขอโทษครับ ผมจะรับทำอีกรอบ”
เสียงของอีกฝ่ายยังเป็นเด็ก ดูเสียใจแต่ก็ยังอดทน
กานต์ไม่หวั่นไหวสักนิด วางวีดิโอคอลด้วยสีหน้าเย็นชา เมื่อหันหลังกลับมาเจอนรมนยืนอยู่ข้างหลัง ท่าทางเย็นชาก็พลันสลายไป
“หม่ามี๊!”
เขารีบกระโดดลงมาจากเก้าอี้ และรีบตรงดิ่งมาทางนรมน ก่อนจะแสดงความเคารพแบบวันทยาวุธใส่นรมนด้วยเคารพ
“รายงานคุณแม่ ผมมาแล้ว!”
มุมปากของเขาแย้มยิ้ม ท่าทางคล้ายกับบุริศร์
หัวใจของนรมนละลาย
“เด็กน้อย! หล่อจริงเลย”
มีร่องรอยของน้ำตาปรากฏอยู่ในดวงตาของนรมน
กานต์รีบรินน้ำให้นรมนก่อนจะเอามาให้
“หม่ามี๊ มาได้ยังไงครับ? ไม่คิดเลยว่าจะมาหาผม”
“ดูพูดเข้า หม่ามี๊มาเยี่ยมลูกชายแม่ไม่ได้เหรอ?”
นรมนรับแก้วที่กานต์ส่งมาให้ ใจรู้สึกปลงอนิจจัง
“ลูกส่งดอกไม้มาเหรอ?”
“คุณบุริศร์เป็นคนจ่ายเงินครับ”
กานต์กระโดดขึ้นเก้าอี้ เขากระดิกขา รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูน่าเสน่หามาก
“หม่ามี๊ชอบมาก”
“อย่างนั้น คือแววตาของผมใช่ไหม”
กานต์รู้สึกว่านรมนผอมมาก นึกตำหนิบุริศร์ที่ไม่ดูแลหม่ามี๊ให้ดี อดไม่ได้ที่จะพูด “หม่ามี๊ อย่าทำงานหนักมากนะครับ ในบ้านมีผมกับคุณบุริศร์ที่เป็นผู้ชายสองคน หม่ามี๊อยู่ในบ้านกับน้องอย่างมีสุขเถอะครับ เงินที่เราหามาพอที่จะให้หม่ามี๊ใช้ชีวิตนะครับ”
นรมนนิ่งไปนิด ยิ้มทันทีก่อนจะพูด “เด็กน้อย จะให้แม่อยู่เฉยๆที่บ้านเหรอ?”
“ผู้ชายหาเงินผู้หญิงใช้เงิน มันสมเหตุสมผลแล้ว มีปัญหาตรงไหนครับ?”
กานต์ขบขันท่าทางของนรมน
“ไปเอาคำพูดนี่มาจากไหน? เด็กเมื่อวานซืนนี่ กล้าพูดคำอะไรพวกนี้ จริงสิ เมื่อกี้สั่งสอนใครกัน? เข้มงวดมาก แม่ได้ยินเสียงเหมือนเด็กน้อยจะร้องไห้เลย”
“รับไม่ไหวก็อย่าอยู่ที่นี่เลยครับ”
คำพูดของกานต์ค่อนข้างไร้อารมณ์
นรมนขมวดคิ้วและพูดว่า “กานต์อย่าปฏิบัติกับผู้หญิงอย่างนี้นะลูก”
“หม่ามี๊ อยู่ที่นี่ไม่แบ่งแยกชายหญิงหรอกนะครับ แม่อย่าสนใจเลย คุณบุริศร์ทำอะไรอยู่? เขาอยากส่งดอกไม้ให้แม่แล้วทำไมต้องให้ผมทำ? ส่งเองจะแสดงความจริงใจกว่าไหม? คุณบุริศร์นี่ จีบผู้หญิงไม่เป็นจริงเลย ไม่รู้ว่าเขาจีบหม่ามี๊ติดได้ยังไงนะครับ”
กานต์บ่น
นรมนสำลักทันที
บุริศร์ต้องจีบผู้หญิงที่ไหนเล่า?
ไม่วิ่งตามตูดของผู้หญิง ถ้าจะไล่ตามหญิงสาวจริงละก็ เกี่ยวอะไรกับเขาละ
แต่ประโยคนี้ไม่ต้องไม่เอาไปพูดกับกานต์
“เข้าไปเยี่ยมชมเขตฐานของลูกหน่อยได้ไหม?”
นรมนกำลังคิด ในเมื่อเธอมาที่นี่แล้ว ก็ต้องแย่งชิงสิทธิประโยชน์ยิ่งใหญ่ในการสำรวจดู บางทีครั้งนี้ในชีวิตเธออาจจะเป็นโอกาสเดียวที่จะเข้าสู่เขตทหารได้
กานต์ส่ายศีรษะ ก่อนพูด “หม่ามี๊ เขตฐานของเราอยู่ในแผนกกลางของเขตทหาร ไม่ได้จริงๆครับ ขอโทษนะ”
“ขอโทษหม่ามี๊ทำไมลูก หม่ามี๊แค่ถามเอง”
“แต่หม่ามี๊ไปดูหอพักของผมได้นะครับ”
กานต์กลัวนรมนจะผิดหวัง เขาเลยรีบเสนอ
“ได้เหรอ?”
“แน่นอน!”
กานต์พูดพลางจูงมือนรมนเดินไปยังหอพักของเขา
หอพักสะอาดสะอ้าน มีเตียงสี่เตียง แต่ละเตียงมีผ้าห่มพับเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
“เตียงไหนของลูก?”
“ล่างสุดครับ”
กานต์ชี้ไปที่เตียงของตัวเอง
นรมนมองไปเห็นการจัดการที่เป็นระเบียบ
“พับผ้าห่มเองเหรอ?”
“ใช่สิครับ ต้องทำเอง”
กานต์พูดอย่างภาคภูมิใจในตัวเองเป็นพิเศษ
นรมนชื่นชมเขามาก
“ลูกชายแม่โตแล้ว”
“หม่ามี๊ ผมไปล้างผลไม้มาให้หม่ามี๊ทานดีกว่า”
กานต์รีบลุกขึ้น
นรมนอยากจะพูดว่าไม่ต้อง แต่กานต์วิ่งออกไปเสียแล้ว
บางทีมันอาจจะเป็นผลทางจิตใจ นรมนรู้สึกว่าการดูแลทำความสะอาดเตียงของกานต์นั้นดีมาก
เธอมองดูทุกอย่างที่นี่ และในที่สุดก็รู้สึกโล่งใจ
ดูท่ากานต์อยู่ที่นี่คงไม่เลวเลย
ไม่นานนักกานต์ก็กลับมา พร้อมกับผลไม้ที่ล้างสะอาดแล้วในมือ
จากนั้นนรมนก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าของที่เธอเตรียมเอาไว้ให้กานต์อยู่บนรถของธรรศ
“ตายละ หม่ามี๊ลืมเอาของลูกมาด้วย อยู่ในรถของอาสาม”
“ไม่เป็นไรครับหม่ามี๊ เดี๋ยวผมไปเอามาเอง”
กานต์ส่งแอปเปิ้ลให้นรมน
นรมนต้องการกอดกานต์ แต่กลับถูกเขาหลีกเลี่ยง
“เป็นอะไรไป?”
นรมนรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
กานต์พูดอย่างเขินอาย “หม่ามี๊ ที่นี่คือเขตทหาร ผมเป็นทหารคนหนึ่งแล้ว ถ้าแม่กอดผมแล้วคนอื่นเห็นเข้าจะเป็นอย่างไรละครับ?ผมก็เป็นหัวหน้าทีมคนหนึ่งนะ”
“อ้อ ตอนนี้ลูกชายของหม่ามี๊เป็นหัวหน้าทีมแล้ว”
นรมนพูดอย่างหยอกล้อ เธอไม่ได้บังคับกานต์
“เอาละ หม่ามี๊เห็นลูกอยู่ที่นี่อย่างสบายดีก็สบายใจแล้ว คุณตาลูกฝากมาบอกลูกด้วยนะ”
“ผมรู้แล้ว ผมเดาได้ว่าเขาจะฝากมาพูดว่าอะไร หม่ามี๊ จะอยู่ที่เมืองชลธีนานแค่ไหนครับ?”
จู่ๆกานต์ก็ถามออกมา นรมนนิ่งไปนิด