ตอนที่ 1026
บทที่ 1026 ตรวจสอบไปเดี๋ยวก็รู้
October 31, 2026
ตอนนั้นที่บุริศร์ย้ายโรงเรียนอนุบาลให้กมลได้พูดถึงภูมิหลังของครอบครัวตัวเองไหม? ต่อให้ไม่พูดก็ตาม เป็นไปได้ไงที่จะมีคนในเมืองชลธีที่ยังไม่รู้จักบุริศร์?
นรมนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้!
ถ้าผู้อำนวยการรู้จักบุริศร์ ต้องฝากฝังกับอาจารย์ที่ภายใต้การดูแลอย่างแน่นอน แต่ครูอิงฟ้าคนนั้น กลับเห็นได้ชัดว่าไม่มีคุณสมบัติอะไรในการเป็นครูเลย
คิดได้อย่างนี้ นรมนรีบโทรหาชัยยศทันที
“หาข้อมูลของครูอิงฟ้าที่อยู่ในโรงเรียนอนุบาลABCอย่างละเอียดให้ฉันหน่อย”
“ได้ครับ นายหญิง”
ชัยยศไม่ได้สอบถามถึงเหตุผล และทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
นรมนยังไม่ได้รับข่าวของกมล แต่ได้รับโทรศัพท์จากสมจิต
“คุณนาย สกายออกจากห้องผ่าตัดแล้ว เย็บไปทั้งหมด12เข็ม ตอนนี้ไม่มีอันตรายอะไรมาก โชคดีที่คุณให้คนส่งหมอจากโรงพยาบาลทหารมา ไม่อย่างงั้น จากความสามารถของหมอคุณภาพต่ำที่นี่ ไม่รักษาคนให้ตายก็ไม่เลวแล้ว”
คำพูดของสมจิตทำให้นรมนตื่นตัวขึ้นมาในทันที
“หมอคนนั้นมีปัญหา? อีกอย่าง หมอจากโรงพยาบาลทหารมาแล้ว?”
“ใช่ คุณหมอหลิวจากโรงพยาบาลทหารออกตรวจนอกสถานที่ละแวกนี้พอดี เมื่อผู้อำนวยการเรียกจึงรีบมา และหมอคุณภาพต่ำที่นี่ยังบอกอีกด้วยว่าจะผ่าตัดเปิดกะโหลกเด็ก บอกว่ามีเลือดคลั่งด้านใน แต่เมื่อคุณหมอหลิวดูฟิล์มเอกซเรย์ก็บอกว่ามีเลือดคลั่งเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดกะโหลก อีกทั้งเด็กยังเล็กขนาดนี้ การผ่าตัดเปิดกะโหลกอันตรายมาก ไม่รู้ว่าหมอคนนี้มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์จริงไหม”
คำพูดของสมจิตทำให้นรมนตื่นตัวขึ้นมาในทันที
“ตรวจสอบหมอคนนี้ให้ฉัน อีกอย่าง ตรวจดูด้วยว่าระหว่างเธอกับอิงฟ้ามีความสัมพันธ์อะไรกัน”
“คุณนาย คุณสงสัยว่าอิงฟ้าบงการให้หมอคนนี้ทำอย่างนี้ใช่ไหม?”
สมจิตถามอย่างสงสัยเล็กน้อย
“ไม่รู้จะบอกยังไง ฉันแค่เดา มีหรือไม่มีเรื่องอะไรตรวจสอบดูเดี๋ยวก็รู้”
“ได้”
หลังจากวางสายโทรศัพท์ สีหน้านรมนเคร่งขรึมขึ้นอีกเล็กน้อย
การผลักกันเล่นง่ายๆ ของเด็กๆ จะกลายเป็นเรื่องได้ขนาดนี้ ถ้าอิงฟ้าคนนั้นมีปัญหาจริงๆ ละก็ ต้องมีผลกระทบที่ใหญ่ขึ้นแน่ๆ
คิดได้อย่างนี้นรมนรีบโทรหาชัยยศ
“ให้แผนกประชาสัมพันธ์ของบริษัทACกรุ๊ปไปตรวจสอบหน่อยว่าระยะนี้หมู่บ้านดอนวัวมีนักข่าวเข้าออกไหม และให้แผนกประชาสัมพันธ์ตรวจสอบหน่อยว่านักข่าวในเมืองไปที่นั่นไหม ถ้ามีรีบจัดการหยุดยั้งไว้ให้มากที่สุด”
“หยุดยั้ง? ความหมายของคุณยายคือบังคับหยุดยั้งหรือ?”
ชัยยศประหลาดใจเล็กน้อย
ถ้าเคลื่อนไหวขนาดนี้ เกรงว่าเรื่องราวจะใหญ่ไปหน่อย
นรมนก็ไม่อยากบังคับหยุดยั้ง แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ตอนนี้เธอก็ไม่มีความสัมพันธ์อื่นๆ และไม่รู้จะจัดการกับเรื่องในระยะเวลาสั้นๆ ได้ยังไง
ถ้าบุริศร์อยู่ก็คงดี
ใจของเธอคิดถึงบุริศร์ขึ้นมาอีกครั้งในชั่ววินาที
“บังคับหยุดยั้งเถอะ”
น้ำเสียงของนรมนเหนื่อยเล็กน้อย
ชัยยศกลับพูดเสียงเบาว่า “คุณนาย ผมมีข้อเสนอ คุณลองดูว่าโอเคไหม?”
“ว่ามา”
“ให้หัวหน้าคริชณะออกหน้า”
นรมนอดตกใจไม่ได้
“คริชณะ?”
“ใช่ หัวหน้าคริชณะมีเป็นร้อยวิธีที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยที่คุณไม่ต้องไปเผชิญอันตราย ถึงแม้ผมจะไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ในเมื่อคุณนายให้ผมไปตรวจสอบครูอิงฟ้างั้นแสดงว่าเกี่ยวกับคุณหนูกมลแน่นอน คุณหนูกมลเป็นลูกสาวคุณ คุณออกหน้า ไม่ว่ายังไง ถ้าเกิดมีคนต้องการสร้างเรื่องนี้จริง ต้องใช้ข้ออ้างนี้ผลักให้คุณกับคุณหนูกมลอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือคุณไม่ออกหน้า ตระกูลโตเล็กก็ไม่ออกหน้า”
ชัยยศกระซิบ
นรมนยอมรับที่เขาพูดถูกทุกอย่าง แต่เธอกับคริชณะไม่เคยติดต่อกันมาก่อน คนคนนั้นจะช่วยเธอไหม?
ตอนนี้บุริศร์ไม่อยู่ เธอเป็นแค่คุณนายบุริศร์ ถึงแม้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่แย่ แต่นรมนก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ
“ฉันไม่รู้จักหัวหน้าคริชณะ อีกทั้งเขาอยู่ในเขตทหาร ฉันเจอเขาไม่ได้”
“คุณนาย คุณสับสนได้ยังไง? คุณเจอหัวหน้าคริชณะไม่ได้ แต่เจอภรรยาคุณคริชณะได้ เขาอยู่ข้างบ้านของคุณท่านตนุวร และผมได้ยินมาว่าดนัยลูกชายของพวกเขาชอบคุณหนูกมลมากๆ”
คำพูดของชัยยศทำให้จู่ๆ นรมนก็แปลกใจขึ้นมา
“รู้แล้ว”
หลงจากเธอวางโทรศัพท์ มองไปที่กมล กัดฟันแล้วกัดฟันอีก จึงขับรถไปที่บ้านตระกูลจ้านทันที
ระหว่างทางนรมนเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองขับรถฝ่าไฟแดงมาแล้วเท่าไหร่กัน เมื่อไปถึงบ้านตระกูลจ้าน หลังของเธอก็เปียกไปหมดแล้ว
หยาดเหงื่อไหลเข้าไปในบาดแผล ปวดราวกับโรยเกลือลงบนแผล เจ็บปวดชั่วขณะ
บนหน้าผากของนรมนเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่กลับไม่กล้าหยุดพัก รีบตรงเข้าในบ้านตระกูลจ้าน
“ขออภัย กรุณาแสดงบัตรประจำตัว”
นรมนรีบส่งบัตรประชาชนไปให้อย่างรวดเร็ว
“ฉันมาหาภรรยาคุณคริชณะด้วยความบริสุทธิ์ใจ ฉันเป็นหลานสาวของคุณท่านตนุวร ฉันมาเธอเพราะมีเรื่องด่วน”
“รอสักครู่ ฉันเข้าไปรายงานก่อน”
พนักงานรักษาความปลอดภัยเข้าไปไม่นาน ก็มีผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินออกมา
“คุณนายบุริศร์? ฉันคืองามสุดา!”
“คุณนายงามสุดา ฉันมาหาคุณเพราะมีธุระ”
นรมนคิดไม่ถึงว่างามสุดาจะอายุน้อยขนาดนี้
คริชณะอายุมากที่สุด แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีภรรยาที่อายุน้อยขนาดนี้
งามสุดายิ้มพลางพูดว่า “เข้ามาคุยกันเถอะ”
“ฉันไม่เข้าไปแล้วกัน ลูกสาวของฉันกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ ฉันไม่สามารถอยู่ได้นาน”
งามสุดาเห็นเหงื่อเย็นๆ บนใบหน้าของนรมนอย่างชัดเจน
ต่างกันก็เป็นแม่ด้วยกันทั้งคู่ ย่อมมองออกอย่างชัดเจน
“คุณพูดมาเถอะ”
นรมนอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นโดยวิธีการที่ง่ายและรวดเร็วจากนั้นบอกความตั้งใจของเขาที่มาที่นี่