ตอนที่ 1030
บทที่ 1030 ผู้หญิงของฉันต้องมีชีวิตที่ดี
October 31, 2026
บุริศร์สลัดความเย็นชาออกไป จากนั้นกลับขึ้นไปนอนบนเตียงข้างกายนรมน
ครั้งนี้นรมนนอนหลับได้อย่างสงบ หรืออาจจะเพราะรู้ว่าบุริศร์กลับมาแล้ว มีที่พึ่งในใจ หรืออาจจะเป็นเพราะโดนกระทำซ้ำไปซ้ำมาจนเหนื่อย เธอหลับจนถึงสิบเอ็ดโมง
มองเวลาที่ปรากฏ นรมนคิดว่าตัวเองดูผิดทันที หรือนาฬิกาเสีย
แต่ท้องร้องจนทำให้จำเป็นต้องลุกขึ้นมา
ตู้ที่หัวเตียงมีชุดอยู่บ้านที่ใส่สบายๆ วางไว้เรียบร้อยแล้ว รองเท้าแตะก็เปลี่ยนเป็นนุ่นอย่างหนา
นี้คิดว่าเธอกลายผู้หญิงที่เป็นแม่ลูกอ่อนที่อยู่ในช่วงอยู่เดือนไปแล้วหรือไง?
นรมนพูดไม่ออก แต่ก็ใส่รองเท้าจะเดินลงบันไดมา
“หม่ามี้ ตื่นแล้ว? นอนเก่งมาเลย!”
กมลนั่งเล่นของเล่นที่บุริศร์เพิ่งซื้อให้อยู่บนโซฟา ด้านข้างยังมีอาหารวางอยู่นิดหน่อย
นรมนโดนแซวจนหน้าแดงนิดหน่อย
“แด๊ดดี้ล่ะ?”
“แด๊ดดี้ออกไปซื้อกับข้าว บอกว่าเดี๋ยวจะทำปีกไก่อบโค้กให้หนูกิน”
เมื่อกมลพูดถึงเรื่องกิน แววตาก็ส่องประกายขึ้นมาทันที
“หนูรู้แต่จะกิน ไข้ลดรึยัง?”
นรมนจับหน้าผากเขา อุณหภูมิเหมาะสมจึงสบายใจขึ้นมาหน่อย
“ลดตั้งนานแล้ว หม่ามี้ แด๊ดดี้กลับมาตอนไหน?”
“ตอนค่ำเมื่อวาน”
นรมนลูบหัวกมล และรินน้ำให้ตัวเองหนึ่งแก้ว
กมลทำปากซุบซิบว่า“ถ้าแด๊ดดี้กลับมาเร็วกว่านี้หน่อยก็คงดี หนูคงไม่โดนครูจางรังแก”
นรมนรู้สึกลำบากใจขึ้นมาทันที
“จากนี้ให้หม่ามี้กับแด๊ดดี้ไปส่งหนูที่โรงเรียนอนุบาล หรือว่าหนูอยากจะเปลี่ยนโรงเรียนอนุบาลไหม?”
“หม่ามี้ หนูไม่ไปโรงเรียนอนุบาลได้ไหม? หนูไม่ชอบโรงเรียนอนุบาล ไม่เลยสักนิด”
กมลปฏิเสธจริงจัง
นรมนรู้ว่าเรื่องนี้สร้างบาดแผลในใจของเด็ก
อยู่ๆ เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายปัญหานี้กับลูกยังไงดี
“ลูกรัก ทุกคนมีเรื่องที่ต้องทำกันทั้งนั้น แด๊ดดี้ต้องหาเงิน หม่ามี้ต้องดูแลบริษัท พี่ชายต้องไปเรียน ตัวหนูเองก็ต้องไปโรงเรียนอนุบาล”
“แต่หนูเชิญอาจารย์มาสอนที่บ้านได้”
พฤติกรรมไม่เต็มใจเข้าสังคมขนาดใหญ่ของกมลทำให้นรมนไม่รู้ว่าควรรับมือยังไง
ตอนนั้นเอง บุริศร์กลับมาพอดี
“พวกคุณสองแม่ลูกคุยอะไรกัน? เด็กน้อยดูสิแด๊ดดี้ซื้อของอร่อยอะไรมา!”
“ว้าว บลูเบอร์รี่! มีแก้วมังกรด้วย! มังคุดก็มี! ของชอบหนูทั้งนั้นเลย! แด๊ดดี้ หนูรักแด๊ดดี้มากเลย”
เมื่อกมลได้ยินว่ามีของกิน ลืมปัญหาที่กำลังหารือกับนรมนไปชั่วคราว รีบวิ่งซอยขาเล็กๆ ไป ดึงถุงในมือบุริศร์ และอุทานออกมาเสียงดัง
เด็กน้อยก็แบบนี้แหละ เจอของและเจอเรื่องที่ตัวเองชอบ ก็มีความสุขขึ้นมาทันที
นรมนหวังจริงๆ ว่าลูกสาวของตัวเองจะสามารถรักษาความบริสุทธิ์อย่างนี้ไว้ได้ตลอดไป
บุริศร์เห็นสายตาที่นรมนมองกมลมีความสับสนเล็กน้อย จึงอดยิ้มและพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า“นี่ ซื้อทุเรียนมาให้คุณ คุณชอบกินไม่ใช่หรือไง?”
“ไม่อยากกิน”
นรมนถอนหายใจ คิ้วเต็มไปด้วยความเศร้า
“เป็นอะไรไป? กมลทำให้คุณโกรธหรือไง?”
“หนูไม่ได้ทำ หนูเชื่อฟังมาก แด๊ดดี้”
กมลรีบปกป้องความบริสุทธิ์ตัวเองทันที
บุริศร์พูดอย่างไม่มีอะไรพูดว่า“เอาผลไม้ไปล้างก่อนค่อยกิน”
“อืม ค่ะ!”
กมลกอดถุงและวิ่งไป
บุริศร์เดินอ้อมมานั่งข้างเธอ และดึงเธอมากอดไว้
“เป็นอะไร?”
“เพราะเรื่องนี้ทำให้กมลไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาล จะทำยังไงดี? ลูกไปเรียนอนุบาล ต่อจากนี้จะเข้าเรียนประถมได้ยังไง? และยังอยู่คนเดียวไม่ยอมเข้าสังคมใหญ่อีก บุคลิกอย่างนี้จะมีข้อบกพร่อง”
“แก้ไขยังไงดี?”
“ต่อไปก็รู้เอง”
บุริศร์ออกอุบาย เมื่อเห็นนรมนใส่รองเท้านุ่น จึงพยักหน้า และพูดอย่างพึงพอใจว่า“ต่ออยู่ในบ้านก็ต้องใส่รองเท้านุ่น อีกอย่าง ผมติดต่อคนงานซ่อมแซมไว้แล้ว ตอนบ่ายจะเข้ามาที่บ้าน มาเปลี่ยนเครื่องทำความร้อนเป็นเครื่องทำความร้อนใต้พื้น อย่างนี้พื้นก็จะไม่เย็นแล้ว”
ได้ยินบุริศร์พูดอย่างนี้ นรมนหดหู่ขึ้นมาทันที
“บุริศร์ ตอนนี้ใกล้จะตรุษจีนแล้ว ผ่านตรุษจีนไปเดือนกว่าระบบทำความร้อนก็จะหยุดทำงานแล้ว คุณติดตั้งใหม่ตอนนี้ คิดได้ยังไงกัน? อย่างมากก็แค่เดินย้ำพื้นไปอีกเดือนสภาพอากาศก็อบอุ่นแล้ว คุ้มไหม?”
“คุ้ม ตอนนี้ร่างกายคุณอ่อนแอมาก ผมถามรมิดาแล้ว ร่างกายคุณใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าจะกลับมาแข็งแรง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่กลัวความหนาวที่สุด อีกอย่าง การติดตั้งเครื่องทำความร้อนบนพื้นใช้เวลาหลายวัน พวกเราไปพักที่บ้านคุณปู่สักสองวันดีไหม?”
บุริศร์พูดขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่านรมนไม่สามารถหาเหตุมาหักล้างได้อีก
“ร่างกายฉันก็เป็นอย่างนี้ คุณอย่างเป็นห่วงไปเลย มีผู้หญิงตั้งหลายคนที่เกิดภาวะเลือดพร่องหลังคลอดลูก?”
“ผู้หญิงคนอื่นผมไม่สนใจ แต่ผู้หญิงของผมต้องมีชีวิตที่ดี คุณยังต้องอยู่กับผมไปจนแก่เฒ่าไม่ใช่หรือไง? ว่ามาสิ พระราชินีของผม ตอนเที่ยวอยากกินอะไร? ผมต้มโจ๊กเมื่อตอนเช้าตรู่ คุณจะกินหน่อยไหม?”