ตอนที่ 1029
บทที่ 1029 ฉันจะนอน
October 31, 2026
“ยอม คุณจะว่ายังไงก็ดีหมด วันมะรืนนี้มาที่Anonaของฉัน พวกเรามาเลี้ยงฉลองกันหน่อย ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเจอพี่สะใภ้รอง ตอนนี้พี่สะใภ้บอกแล้วว่าให้หาเวลามารวมตัวสนุกสนานกันหน่อย?”
คำพูดของป้องทำให้บุริศร์พยักหน้า
“ได้”
หลังจากวางสาย เขานึกถึงเรื่องที่นรมนไปเยี่ยมสะใภ้ใหญ่งามสุดาด้วยตัวเองเพราะเรื่องของกมล
ห้าปีก่อนเขาไม่ชัดเจนในใจของตัวเอง จึงไม่แนะนำให้พี่น้องรู้จักกับนรมน ตอนนี้เขาผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ก็ถึงเวลาที่ต้องพานรมนไปเจอพวกเขาแล้ว
บุริศร์วางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียงและไปอาบน้ำ จากนั้นกลับมาที่เตียง
คิดถึงว่าพรุ่งนี้ก็ต้องผ่าตัดแล้ว ทำกิจกรรมบนเตียงไม่ได้อีกครึ่งเดือน บุริศร์จูบนรมนอีกครั้ง
นรมนนอนคว่ำและรู้สึกไม่สบายตัว เดิมทีอยากจะพลิกตัวเปลี่ยนท่านอน แต่คิดไม่ถึงว่าจะโดนบุริศร์จูบปากปิดไว้
“อู้อี้...”
นรมนผลักแต่ก็สู้ความแข็งแรงของบุริศร์ไม่ได้
กิจกรรมบนเตียงรอบใหม่เริ่มขึ้นแล้ว
กระทั่งเช้าตรู่ตีสี่กว่า บุริศร์ถึงจะยอมปล่อยนรมน
นรมนรู้สึกว่ากระดูกทั้งตัวแทบจะแหลกหมดแล้ว
เธอมองบุริศร์อย่างคับแค้นใจและพูดว่า“กินยาอะไรเข้าไป? วันนี้เหมือนคนบ้าเลย”
“ได้สัมผัสคุณนานขนาดนั้น ก็คิดถึงไง”
บุริศร์รู้สึกผิดนิดหน่อยแต่ไม่เสียใจ
หลังจากนรมนมองบุริศร์ด้วยความคับแค้นใจ จึงยกขาเตะเขาไป
“เหนื่อยจะตายแล้ว ฉันจะนอน กมลตื่นแล้วคุณทำอะไรให้เธอกินหน่อย ยังมีเรื่องของครูอิงฟ้าคนนั้นกับเรื่องของชาวี...”
“ฉันจัดการเอง เรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ฉันจัดการเอง คุณแค่พักผ่อนก็พอแล้ว อีกอย่าง คุณอยากไปพักผ่อนที่ไหน?”
บุริศร์จำได้อย่างชัดเจน ตอนที่นรมนไปเยี่ยมในคุก เคยบอกว่ารอให้เรื่องพวกนี้สิ้นสุดเธออยากจะออกไปเที่ยวกับเขา
นรมนงัวเงียจนจะหลับแล้ว เมื่อได้ยินบุริศร์พูดอย่างนี้ จึงพูดออกมาว่า“ขอแค่ได้อยู่กับคุณ ไปที่ไหนก็ได้”
บุริศร์ยิ้มบางๆ
“งั้นพวกเราไปประเทศFกันเถอะ”
“แล้วแต่เลย ฉันจะนอนแล้ว”
นรมนหันศีรษะไปอีกด้านและหลับไป
บุริศร์มองอย่างเอ็นดู
ไม่ทำให้เธอเหนื่อยจนพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว ตัวเองจะไปผ่าตัดได้ยังไงล่ะ?
เขาส่ายหน้า หลังจากนั้นเขาดึงผ้าห่มออกและเดินเข้าห้องไปเอาน้ำร้อนมาหนึ่งกะละมัง และใช้ผ้าเช็ดตัวอุ่นๆ เช็ดตัวให้นรมน จากนั้นเปลี่ยนชุดนอนที่สะอาดใหม่ให้เธอ และพาตัวเองไปอาบน้ำ จากนั้นไปที่ห้องหนังสือ
เขากลับมาก็ได้ยินข่าวของกมลแล้ว เมื่อเห็นวิธีการจัดการของนรมนแล้ว เขารู้สึกว่านรมนจัดการได้ดีมาก ตอนนี้สิ่งที่เผยออกมาก็ได้จัดการให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปจัดการแล้ว
แต่บุริศร์ตัดสินใจกลับไปเยี่ยมคุณท่านตนุวรสักหน่อย
สุดท้ายแล้วชาวีและคิมมีช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันสั้นๆ และพวกเขามีลูกสาวชื่อตุลยาด้วยกัน
ไม่ว่าคุณท่านตนุวรจะยอมรับไหม ตุลยาก็คือลูกของคิม ถ้าเขาจะแตะต้องชาวี แน่นอนว่าต้องผ่านการอนุญาตจากคุณท่านตนุวรก่อน
ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ บุริศร์แต่งตัวให้เรียบร้อยและขับรถออกไปจากคฤหาสน์ตระกุลโตเล็ก ตรงไปที่โรงพยาบาล
หลังจากที่คมทิพย์ไปเยี่ยมคุณลุงนารธิป ก็หลับมาหลับอยู่ที่ข้างเตียงของพฤกษ์
เมื่อบุริศร์มา ในห้องมีกลิ่นแปลกๆ เขารีบเอามือปิดจมูกทันที
“คุณคิดจะใช้เทียนหอมชนิดนี้ช่วยในการนอนหลับของคมทิพย์อีกนานเท่าไหร่? คุณไม่กลัวว่าถ้าเธอดมกลิ่นมากไปจะไม่ดีต่อร่างกายหรือไง?”
น้ำเสียงบุริศร์หนักแน่นเล็กน้อย
พฤกษ์ที่เดิมทีนอนอยู่บนเตียงได้ยินเสียงของบุริศร์จึงลุกขึ้นนั่ง ร่องรอยความเจ็บปวดอยู่ในสายตา
“ฉันคิดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมากะทันหัน ตอนนั้นคุณนายพาเธอไปดูแลที่เมือง B ฉันคิดว่าเธอจะไม่กลับมาอีกนาน”
พฤกษ์เปิดผ้าห่มและลงจากเตียง และอุ้มคมทิพย์ขึ้น วางลงบนเตียงและห่มผ้า ปรับอุณหภูมิในห้องพักผู้ป่วย จากนั้นจึงพูดกับบุริศร์ว่า “พวกเราไปคุยกันด้านนอก?”
“อืม”
บุริศร์หมุนตัวและเดินออกมา
พวกเขาทั้งสองไปที่ดาดฟ้า
บุริศร์ยื่นบุหรี่ให้พฤกษ์หนึ่งม้วน
พฤกษ์จุดบุหรี่และสูบเข้าไปหนึ่งครั้ง จากนั้นไปออกมาทันที
“เลิกแล้ว?”
“เปล่า ช่วงนี้สูบค่อนข้างน้อย”
พฤกษ์ปรับตัวอยู่สักพักหลังจากนั้นจึงเริ่มสูบใหม่ จากนั้นจึงหยิบUSBออกมาจากกระเป๋าเสื้อและส่งให้บุริศร์
“ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานการทำผิดกฎหมายของกล้าณรงค์ รวมถึงบันทึกประวัติการฟอกเงินของบริษัท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อพยานคดีฆาตกรรมในต่างประเทศด้วย อีกเรื่องหนึ่งช่วงนี้ฉันลอบเข้าไปภายในบริษทกล้าณรงค์ พบว่าข้าราชหลายคนมีความสัมพันธ์กับกล้าณรงค์ ยังคนในกองทัพด้วย รายชื่ออยู่ในนี้ทั้งหมด”
คำพูดของพฤกษ์บุริศร์ไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิด
เชษฐ์โดนจับ กล้าณรงค์สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว ว่ากันว่าบริษัทได้ชะล้างความผิดให้บริษัทใสสะอาดนานแล้ว แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้จนถึงขนาดไม่เหลือร่องรอยไว้
ตำรวจตะลึงที่หาอะไรที่เกี่ยวข้องกับกล้าณรงค์ไม่เจอเลย เรื่องนี้ทำให้บุริศร์รู้สึกสงสัยขึ้นมา
ดังนั้นตอนนั้นเขาจึงอยากจะหาโอกาสส่งคนเข้าไปภายในบริษทกล้าณรงค์เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้
เรื่องนี้อันตรายมากอย่างยิ่ง คนที่ลอบเข้าไปภายในต้องมีฝีมือ และต้องใช้มันสมองของคนคนนั้นด้วย และพฤกษ์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ตอนนั้นบุริศร์เคยลังเล ในเมื่อบุริศร์เป็นแฟนของคมทิพย์ แต่พฤกษ์กลับอาสาทำเอง จะปฏิบัติภารกิจนี้ให้ได้ จนทำให้บุริศร์ปฏิเสธไม่ได้
และตัวพฤกษ์เองก็มียศทางทหารอยู่
ตอนนั้นเพื่อปกป้องกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นนั้น บุริศร์และพฤกษ์เปลี่ยนอาชีพในเวลาเดียวกัน แต่ความจริงแล้วข้อมูลในเขตทหารของเขาเป็นความลับ
มองยูเอสบีที่อยู่ในมือ บุริศร์พูดเสียงเบาว่า “อยากกลับกองทัพไหม?”