ตอนที่ 1101
บทที่ 1101 ไม่คิดเลยว่าจะทำลับหลังเธอ
October 31, 2026
นรมนไม่ได้เพิกเฉยสายตาโหดเหี้ยมของตุลยา พูดให้ถูกก็คือตั้งแต่เข้าประตูมา นรมนก็ให้ความสนใจตุลยา
เทียบกับตุลยาในอดีต เธอในตอนนี้ยิ่งเย็นชามาก ความโหดเหี้ยมที่เพิ่มมากขึ้นก็ปกปิดไม่ได้ด้วยซ้ำ
นรมนยิ้มเรียบๆ ขณะมองตุลยา แล้วพูดขึ้น “นี่แววตาอะไรของเธอ? อยากกินฉันหรือไง? ฉันทำอะไรผิด?”
คิ้วคุณท่านตนุวรขมวดขึ้นมาทันที
“จงใจหาเรื่องอะไรอีก? เธอจ้องนรมนทำไม? ฉันให้ยืนสำนึกผิดเอง ทำไม? เธอไม่พอใจเหรอ? มีปัญหากับฉันเหรอ?”
คำพูดนี้ของคุณท่านตนุวรรุนแรง ทำให้ตุลยาตกใจกลัวรีบยับยั้งสายตาตัวเอง พูดขึ้นเสียงทุ้ม “เปล่าค่ะ คุณตา ฉันจะกล้ามีปัญหากับคุณได้ยังไง”
“อย่าปากพูดอย่างแต่ในใจด่า ถ้าเธอไม่ใช่ลูกของคิม ฉันไม่สนใจเธอหรอก ดูเธอสิหลายปีที่ผ่านมาถูกไอ้พ่อคนนั้นมันเลี้ยงในทางที่ผิดจนกลายเป็นยังไง? ถ้าไม่ฉวยโอกาสแก้ไขมันให้ถูกต้องตอนนี้ เส้นทางในอนาคตของเธอจะเป็นยังไง?”
คุณท่านตนุวรเมื่อนึกถึงชาวีก็โกรธไปทั่วทั้งร่าง
ตุลยาถูกสั่งสอนจนไม่กล้าแสดงความโกรธจัดออกมา รีบก้มหน้า และไม่ให้ใครเห็นการแสดงออกชัดๆ ของเธอ ไม่รู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
นรมนเห็นเป็นแบบนี้ก็แค่ยิ้มเล็กน้อยและพูดขึ้น “คุณตา ไม่ต้องโกรธหรอกค่ะ ค่อยๆ สอนดีกว่า ยังไงแล้วก็เป็นลูกสาวของแม่ เป็นลูกหลานตระกูลพรโสภณ เกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นตัวแทนเกียรติของตระกูลพรโสภณไม่ใช่เหรอคะ?”
ตุลยาได้ยินก็รีบเงยหน้า กวาดตามองนรมน ในแววตามีความโกรธแค้นและโหดเหี้ยม
นี่นรมนมันกระตุ้นให้คุณท่านตนุวรสั่งสอนตนอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่กลัวอะไรเลย ไม่ปกปิดเลยสักนิดเดียว
สำหรับความอาฆาตแค้นของตุลยา นรมนไม่เก็บมาใส่ใจ เดิมทีก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกันอย่างสงบได้ จะประดิษฐ์และเสแสร้งว่าเป็นพี่น้องกันลึกซึ้งไปทำไม
เธอหัวเราะเยาะ จากนั้นก็พูดกับคุณท่านตนุวร “คุณตาคะ ฉันมีเรื่องนิดหน่อยอยากคุยกับคุณ เราไปที่ห้องทำงานกันไหมคะ?”
ตุลยาขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง
นรมนนี่จะคุยอะไรกับคุณท่านตนุวร?
ไม่คิดเลยว่าจะทำลับหลังเธอ!
หรือคิดวิธีให้คุณท่านตนุวรทรมานตน?
ตุลยารู้สึกว่าทุกอย่างที่คุณท่านตนุวรทำล้วนมีนรมนยุยงปลุกปั่นอยู่เบื้องหลัง ยิ่งเกลียดนรมนเข้ากระดูกอย่างอดไม่ได้
สักวันหนึ่งเธอต้องให้นรมนคุกเข่าต่อหน้าตนแล้วอ้อนวอนเธอ!
นรมนไม่มีอารมณ์สนใจว่าตุลยาคิดอะไรอยู่ เธอมองคุณท่านตนุวร สายตาค่อนข้างคาดหวัง
แน่นอนว่าคุณท่านตนุวรไม่มีทางทำให้นรมนเสียหน้า รีบวางหนังสือพิมพ์ ยิ้มขณะพูดขึ้น “โอเค ไปห้องหนังสือกัน”
“คุณตาค่อยๆ เดินค่ะ”
นรมนลุกขึ้นประคองคุณท่านตนุวร
คุณท่านตนุวรยิ้มกว้างพูดขึ้น “แก่แล้ว นรมนของฉันต้องดูแลคนแก่อย่างฉันให้มากๆ”
“คุณตาไม่แก่สักนิด ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง”
นรมนปากหวานมาก
ตุลยาเห็นพวกเขามีความสุขสามัคคีกันและกัน ก็กัดฟันอย่างรุนแรงด้วยความโกรธ
ตอนนี้นรมนไม่มีอารมณ์เถียงกับตุลยา เธอประคองคุณท่านตนุวรเข้าไปในห้องทำงานแล้วก็ล็อกประตู
เห็นเธอระมัดระวังแบบนี้ แววตาคุณท่านตนุวรก็หนักอึ้งขึ้น
ในบ้านมีตุลยา มันค่อนข้างซวยจริงๆ
“ป้องกันจากหล่อนเหรอ?”
“ก็ถือว่าใช่ค่ะ”
นรมนไม่ได้ปฏิเสธ
เธอประคองคุณท่านตนุวรไปนั่งเก้าอี้ จากนั้นก็มองคุณท่านตนุวรด้วยความจริงจังแล้วถามขึ้น “คุณตา คุณยังจำตอนที่ให้สินสอดกับคุณยายได้ไหมคะว่าให้อะไร?”
ประโยคนี้ทำให้คุณท่านตนุวรตกตะลึงทันที
แววตาเขาก็ค่อนข้างเบลอไม่ชัดเจน
หญิงชราคนนั้น!
ดูเหมือนเป็นเรื่องที่นานมากแล้ว
นรมนเห็นคุณท่านตนุวรตกอยู่ในห้วงความทรงจำ ก็ไม่ได้เร่งเร้าเขา แต่เดินมาข้างๆ หยิบเครื่องน้ำช้าเริ่มต้มน้ำชาให้คุณท่านตนุวร
คุณท่านตนุวรคิดไปมาอยู่นานมากในที่สุดก็จำลักษณะท่าทางแรกสุดของหญิงชราในความทรงจำได้
ในตอนนั้นเธอสวมเสื้อสองชั้นสีแดง ผ้าฝ้ายขาดวิ่น เนื่องจากครอบครัวถูกจัดเป็นอันดับที่ห้า เดินไปก็ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้คน
ตอนเดินจึงไม่กล้าเงยหน้ามองใคร
เขารู้จักเธอได้อย่างไรนะ?
อ่อ จริงสิ เพราะมีคนดึงเสื้อผ้าเธอตอนวิพากษ์วิจารณ์เธอ เพราะรุนแรงเกินไปจนดึงเสื้อผ้าเธอขาดมุมหนึ่ง ตอนนั้นเขาอยู่ใกล้ รู้สึกลักษณะท่าทางน่าสงสารของหญิงชรานั้นน่าสงสารเป็นพิเศษ จึงถอดเสื้อคลุมมาห่มให้เธอโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้น แววตาที่เธอมองตนนั้นคือความซาบซึ้ง แต่ผ่านไปแค่แวบเดียว เพราะพื้นเพครอบครัวแข็งแกร่ง คุณท่านตนุวรไม่ได้รับการลงโทษและการตำหนิด่าจากการกระทำนี้ แต่เธอกลับแบกรับทุกอย่างเพื่อเขา
ในสมัยตอนนั้นไม่สามารถแยกถูกผิดได้ สำหรับคนนอก ความเมตตาใจดีของคุณท่านตนุวรเป็นผลมาจากการจงใจยั่วยวนของเธอ ดังนั้นเธอจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ลับหลังหนักกว่าเดิม
คุณท่านตนุวรรู้สึกผิดต่อเธอ จึงให้ความช่วยเหลือเธอเป็นบางครั้งบางคราว แต่ไม่คิดเลยว่าจิตใจของทั้งสองคนจะยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ