ตอนที่ 1102
บทที่ 1102 วิธีการอัปเกรดแล้ว
October 31, 2026
“นรมน เธอมีเรื่องอะไรปิดบังตาใช่ไหม?”
คุณท่านตนุวรเห็นท่าทางลังเลของนรมน จิตใจก็เริ่มหนักอึ้งอย่างอดไม่ได้
“หรือว่านงลักษณ์หล่อน……”
“เปล่าค่ะ คุณป้าสบายดีมาก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยสะดวกกลับมาเยี่ยมคุณ ต่อไปก็คงกลับมา เธอให้ฉันเอานาฬิกาพกเรือนนี้คืนให้คุณก่อน บอกว่าเธอคิดถึงคุณมาก”
สุดท้ายแล้วนรมนก็ทนเห็นคุณท่านตนุวรเสียใจไม่ได้
คุณท่านตนุวรตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้
“หล่อนรู้ไหมว่าฉันเป็นพ่อหล่อน?”
“รู้ค่ะ คุณป้าเหมือนรู้ทุกอย่าง”
นี่คือปัญหาที่นรมนเพิ่งคิดออก
ครั้งหนึ่งราเชนบอกว่าก่อนแม่เขาเสียชีวิตให้เขาพยายามตามหาน้องสาว และทำให้ราเชนเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขา นงลักษณ์ตั้งใจทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?
ตอนนั้นราเชนเป็นเด็ก เธอก็เป็นเด็กเช่นกัน และไม่มีค่าใดๆ ให้ใช้ประโยชน์ ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของนรมนอย่างเธอ แต่นงลักษณ์กลับบอกราเชนตั้งนานแล้ว จุดประสงค์คืออะไร?
เพราะกลัวพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนทำไม่ดีกับตน กลัวว่าสักวันหนึ่งในอนาคตประวัติชีวิตตัวเองถูกเปิดเผยแล้ว พ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนจะทำอะไรกับเธอ ดังนั้นเลยให้ราเชนต้องตามหาตนเพื่อมาปกป้องตนใช่ไหม?
นรมนรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันดีเกินไป แต่นอกจากความคิดนี้แล้ว เธอก็หาเหตุผลอื่นมาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนงลักษณ์ถึงให้ราเชนต้องตามหาตน
ตั้งแต่เริ่มติดต่อนงลักษณ์ นรมนก็รู้ว่า นงลักษณ์รู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอและรอบข้างเธอ หล่อนเหมือนคนนอก ดูความคืบหน้าของสถานการณ์ แต่นรมนไม่รู้ว่าหล่อนรู้ประวัติชีวิตของตนตั้งแต่เมื่อไร ตั้งแต่เกิด หรือเริ่มตั้งแต่ถูกคิมแทนที่?
หรือเมื่อไร?
หัวสมองนรมนค่อนข้างสับสนวุ่นวาย
ปัญหาพวกนี้ต้องรอให้เจอนงลักษณ์อีกครั้งถึงจะถามให้รู้เรื่องได้
ตอนนี้คุณท่านตนุวรดีใจเหลือเกินที่เจอลูกสาวคนโตที่หายตัวไป
นรมนก็ไม่อยากขัดความสุขของเขา พูดขึ้นเสียงทุ้ม “คุณตาคะ ฉันออกไปแป๊บหนึ่งนะ”
“ได้ๆๆ”
คุณท่านตนุวรหยิบนาฬิกาพกเรือนนั้น คิดถึงลูกสาวคนโตของตน คิดถึงภรรยาของตน อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในชั่วขณะหนึ่ง
นรมนหันตัวออกไปจากห้องทำงาน
เธอเพิ่งเปิดประตูห้องทำงานก็เห็นตุลยายืนแอบฟังที่ประตู
ตุลยาไม่ได้รู้สึกอับอายสักนิดที่ถูกจับได้ว่าแอบฟัง ถึงขั้นถามตรงไปตรงมาด้วยซ้ำ “คุณป้าเหรอ? ไม่คิดว่าแม่จะมีพี่สาวฝาแฝดอีกคน?”
“ตั้งแต่เด็กพ่อเธอสอนเธอยังไง? ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าผิดจริยาอย่าฟังเหรอ?”
คิ้วนรมนขมวดเข้าหากันแน่น
เพราะไม่อยากให้เธอรู้ถึงได้จงใจมาคุยกันที่ห้องทำงาน ไม่คิดว่าตุลยาจะหน้าหนาตามมาจริงๆ
แต่ตุลยากลับยิ้มเยาะพูดขึ้น “เธอวางแผนอะไรฉันลับหลังฉัน ฉันก็ต้องมาฟังสิ ไม่งั้นฉันตายยังไงก็ไม่รู้”
“ถ้าฉันอยากให้เธอตายจริงๆ เธอคิดว่าเธอยังมีชีวิตจนถึงตอนนี้เหรอ?”
นรมนเหลือบมองเธอเหมือนมองคนโง่ จากนั้นก็เดินผ่านเธอไป
ตุลยาถูกกระตุ้นทันที
“นรมน เธอหมายความว่าไง? เธอกับฉันก็เป็นลูกหลานตระกูลพรโสภณทั้งนั้น เป็นลูกสาวคิม ทำไมเธอคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่า? ทำไมชอบไม่สนใจฉัน?”
เธอคว้าแขนนรมนเอาไว้ จ้องเธออย่างขุ่นเคือง
นรมนรู้สึกว่าตุลยาที่อับอายจนกลายเป็นโกรธนั้นน่าสนใจมาก
เธอมองหล่อนแล้วพูดขึ้น “ก็ไม่ทำไม เพราะนิสัยฉันดีกว่าเธอ ชะตากรรมฉันดีกว่าเธอ ทำไมเหรอ? ไม่พอใจหรือไง? ไม่พอใจก็ไม่มีทางเลือก ใครใช้ให้เธอนิสัยแย่ขนาดนั้นล่ะ แล้วพ่อแก่ๆ นั่นอีก”
“ห้ามพูดถึงพ่อฉันนะ!”
ทันใดนั้นตุลยายกแขนขึ้นมาด้วยความโกรธ ตบไปที่หน้านรมน
ดวงตานรมนมีความไม่แยแส ตบกลับ สะบัดถึงใบหน้าตุลยาก่อนเธอหนึ่งก้าว
“อ๊ะ!”
ตุลยาไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งร่างร่วงลงพื้น
“เธอกล้าตบฉันเหรอ?”
“ทำไมฉันจะไม่กล้าตบเธอ? ยังไงแล้วฉันก็เป็นพี่สาวเธอ เธอไม่เคารพฉัน แม่ไม่อยู่แล้ว พี่สาวคนโตก็เหมือนแม่เธอไม่รู้เหรอ? ฉันกำลังสั่งสอนหลักการดำเนินชีวิตให้เธออยู่นะ”
นรมนกล่าวอย่างชอบธรรม ตุลยากลับถุยน้ำลาย
“ถุย! เธอเป็นพี่สาวฉันเหรอ? นรมน เธอยังมีหน้าอีกนะ? เรื่องพวกนั้นที่เธอทำกับฉันมันเป็นสิ่งที่พี่สาวควรทำกับน้องสาวหรือไง?”
“นั่นก็แค่อยากดูว่าน้องสาวอย่างเธอจะประพฤติตัวดีหรือเปล่า ตุลยา ฉันรับเธอมาที่บ้านคุณตา เพราะยังนึกถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวและสายเลือดระหว่างเรา ถ้าเธอสามารถกลับตัวกลับใจ เป็นคนใหม่ที่นี่ได้ ฉันก็ยอมรับเธอเป็นน้องสาว ยังไงแล้วเธอก็เป็นคนที่มีต้นกำเนิดเดียวกับฉันบนโลกนี้ แต่ถ้าเธอยังหลงงมงายในความผิดพลาดเหมือนผีหลงสติปัญญาต่อไป ก็อย่ามาโทษที่ฉันไม่เกรงใจเธอแล้วกัน ครั้งนี้ไม่มีไมค์มาอ้อนวอนเพื่อเธอ พิสูจน์ให้ว่าเธอว่าบริสุทธิ์อีกแล้ว”
นรมนพูดในสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้ว ส่วนตุลยาจะฟังเข้าไปไหมเธอก็ไม่รู้แล้ว
ตุลยาทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ ไม่ได้ตอบกลับ แต่ความรู้สึกในดวงตาทำให้นรมนรู้ เธอย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว
เส้นทางคือสิ่งที่ตัวเองเลือก ในเมื่อตุลยาไม่อยากย้อนกลับไป นรมนก็ไม่มีอะไรให้เสียใจ อย่างไรแล้วทัศนคติไม่สอดคล้องกัน
นรมนไม่สนใจตุลยาอีก และไปหาโตษินทันที
“พี่โตษิน ปาณีล่ะ?”
“ปาณีเอายาไปให้ท่านหัวหน้า”
คำพูดโตษินทำให้นรมนชะงักทันที
“เอายา? คุณตาฉันเป็นอะไร?”