ตอนที่ 1115
บทที่ 1115 กินเก่งถือว่ามีสุข
October 31, 2026
“เป็นอะไรไป?”
บุริศร์มองเห็นนรมนไม่ขยับเขยื้อน จึงเอ่ยถามทันที
นรมนมองใบหน้าเซ็งๆ ของกานต์ด้านหลังที่ตามลงมาจากรถ เธอหัวเราะแหะๆ “ลืมไปส่งกานต์ที่ตระกูลพรรณโรจน์”
มุมปากของกานต์กระตุก
ลืมเหรอ?
ถึงแม้จะเป็นความจริง แต่ตอนนี้หม่ามี้เริ่มจะไม่สนใจความรู้สึกของเขาขึ้นเรื่อยๆ
เฮ้อ เศร้าใจ
เจอเข้ากับสายตาเหยียดหยามของกานต์ รอยยิ้มของนรมนยิ่งกระอักกระอ่วน
บุริศร์กลับพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ลืมก็ลืมสิ อย่างมากก็แค่โทรให้ป้องและคนอื่นมาเที่ยวพักผ่อนไปด้วยกันเลย ที่นี่มีห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท สามารถทำการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิตได้เหมือนกัน”
“คุณช่างหล่อและมีเหตุผล”
กานต์ส่งเสียงออกทางจมูกอย่างเย็นชา พูดคำนี้ออกมาเบาๆ จากนั้นพิงด้านข้างมองกลุ่มคนที่เข้าออกอย่างเบื่อหน่าย
นรมนรู้สึกว่าลูกชายเย็นชาเกินไป
นิสัยของเขาสืบทอดมาจากกรรมพันธุ์ของบุริศร์
นรมนแอบหยิกบุริศร์ เขาเจ็บจนขมวดคิ้ว
“ทำอะไรเนี่ย?”
“ทั้งหมดนี้ต้องโทษคุณ คุณไม่เตือนฉันสักหน่อย”
นรมนทำปากมุ่ย แก้มชมพูนั้นดูเย้ายวนอย่างยิ่งภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง
บุริศร์กลืนน้ำลาย แววตาพลุ่งพล่าน
กานต์ไอขึ้นมาอย่างอดไม่ได้และกล่าวว่า “รีบเข้าไปเถอะ หนาว ดูสิแขนของผมขนลุกหมดแล้ว”
นรมนเกือบสำลักน้ำลายอีกครั้ง
หลังจากกมลลงมาก็กล่าวอย่างงุนงง “หนาวเหรอ?ทำไมหนูถึงไม่รู้สึกเลย”
เพิ่งจะพูดจบ เธอก็ถูกกิจจาเอามือปิดปาก หัวเราะเอิ๊กอ๊าก “แด๊ดดี้ หม่ามี้พวกเราเข้าไปก่อนนะครับ”
พูดจบกิจจาก็หันไปสบตากานต์
กานต์เหลือบมองบุริศร์อย่างเย็นชา สบเข้ากับสายตากล่าวเตือนของบุริศร์
ชิ!
กานต์เดินจากไปอย่างดูถูกสุดๆ
บุริศร์แทบจะบ้า
ไอ้เด็กหน้าเหม็นคนนี้ สักวันจะส่งเขาไปที่ฝึกฝนที่มหาสมุทรแปซิฟิก
นรมนรู้สึกเก้อเขินที่ถูกลูกชายหยอกล้อ
“ต่อจากนี้อยู่ต่อหน้าลูกห้าม……อะ……”
นรมนพูดยังไม่ทันจบก็ถูกบุริศร์ใช้ปากปิดเอาไว้
ห้าม ห้าม ห้ามไปหมด
ทำไมต้องสนใจลูกด้วย?
ภรรยาเป็นของเขา ลูกโตไปก็เป็นของคนอื่น เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาหรือสามีของคนอื่นมาทำให้ตนเองลำบาก
บุริศร์พูดโจมตีในใจ ทวีความรุนแรงขึ้นทันที
นรมนอ่อนปวกเปียกตกอยู่อ้อมแขนของบุริศร์ทันที ตนเองเข้าไปในโรงแรมอย่างไร ขึ้นลิฟต์ไปอย่างไร และเข้ามาในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทได้อย่างไร เธอไม่รู้เลย
รอเธอได้สติกลับมา พบว่าตนเองอยู่บนเตียงในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทแล้ว
แค่คิดถึงว่าระหว่างทางมีมองพวกเขาแค่ไหน ใบหน้าของนรมนแดงขึ้นทันที
“บุริศร์”
“ครับ!”
บุริศร์ขานรับเหมือนอยู่ในกองทัพ เพียงแต่มุมปากกลับอมยิ้มอยากไม่รู้ตัว
“ห้ามยิ้ม!”
นรมนรู้สึกว่าตนเองติดกับดักบุริศร์ รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก
“ครับ ไม่ยิ้ม”
บุริศร์หยุดยิ้มอย่างจริงจัง แต่เมื่อไม่เห็นรอยยิ้มแล้วยังทำให้นรมนรู้สึกขวางหูขวางตาเป็นพิเศษ
“คุณยังไม่โทรหาป้องอีกเหรอ ?เรื่องการรักษาสุขภาพจิตของกานต์ไม่สามารถรอได้นะ”
คำพูดของนรมนทำให้บุริศร์รีบพยักหน้า
“ได้ ๆ ๆ ผมจะไปโทร”
ในระหว่างที่พูด บุริศร์หยิบมือถือเดินออกไป
มือถือของนรมนดังขึ้น รมิดาส่งข้อความมาหา
“อยู่ไหนเนี่ย?ใกล้จะปีใหม่แล้ว หาเวลาเจอกันหน่อยสิ ไปช้อปปิ้งกันไหม?”
ตอนนี้รมิดามีเวลาส่งข้อความหานรมน ทำอะไรไม่ได้ เธอเบื่อเกินไป นอกจากผ่าตัดก็มีเพื่อนแค่ไม่กี่คน อรรณพที่แสนขี้หึงก็ต้องการใช้เวลาทั้งหมดกับเธอ รำคาญแทบแย่
นรมนยังคงหน้าแดง แต่ก็ส่งตำแหน่งไปให้
“มาเที่ยวกันเถอะ”
“ขี่ม้า?”
รมิดาสนใจทันที
“ใช่แล้ว พาเด็กๆ มาเที่ยวเล่น”
“โอเค”
หลังจากรมิดาวางสายก็ไปเก็บของ ท่าทางว่องไวของเธอทำให้ลูกทั้งสองคนเห็นแล้วงุนงง
“หม่ามี้ หม่ามี้จะไปไหน?”
“ออกไปเที่ยว ไปไหม?ถ้าไปก็รีบเก็บของแล้วตามหม่ามี้ไป”
พูดแล้วรมิดาก็ไปเก็บของ
นรมนเห็นรมิดากับโพนี่มา จึงถือโอกาสส่งข้อความหางามสุดาด้วยเลย
“พี่สะใภ้ พวกเรามาที่สนามแข่งม้า อยากมาเที่ยวด้วยกันไหม?พวกเราอยู่กันครบทั้งสามคน”
ทางฝั่งงามสุดาเมื่อได้รับข้อความก็นิ่งไปสักพัก เธอเหลือบมองคริชณะที่กำลังอ่านรายงานทางทหารด้วยสีหน้าฉุนเฉียว จึงหยุดไปชั่วคราวและกล่าวว่า “หัวหน้าคริชณะ ฉันจะขอลาออกไปข้างนอก”
“ไปไหน?”
เมื่อคริชณะเงยหน้าขึ้น ร่างกายยังคงมีไอพิฆาตอยู่ แต่แววตาที่มองงามสุดามีความอ่อนโยนมาก
“ไปสนามแข่งม้า นรมนกับโพนี่พวกเขาอยู่ที่นั่น ฉันอยากไปสนุกด้วย”
งามสุดาพูดอย่างนุ่มนวล
หัวคิ้วของคริชณะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาลุกขึ้นทันที หยิบเสื้อโค้ต “งั้นไปด้วยกันเถอะ”
“คุณไม่ได้ยุ่งอยู่เหรอ?”
งามสุดาประหลาดใจ
คริชณะกลับกล่าวอย่างเรียบเฉย “งานไม่มีทางทำเสร็จหรอก ใกล้จะปีใหม่แล้ว ผมไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับคุณเลย คุณก็รู้ ผมเป็นทหาร ยิ่งใกล้งบปลายปีก็ยิ่งยุ่ง อาศัยช่วงเวลานี้อยู่กับคุณและลูกๆ ดีกว่า”
งามสุดาอบอุ่นหัวใจทันที