ตอนที่ 1119
บทที่ 1119 หรือว่าพลาดอะไรไป
October 31, 2026
นรมนกับบุริศร์กลับมาถึงบ้าน เธอรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
บุริศร์เห็นท่าทางของเธอ จึงรีบให้ป้าหวานไปเตรียมน้ำให้เธอแช่ และกล่าวอย่างอ่อนโยน “คุณไปแช่น้ำนะ นอนพักสักหน่อย ถึงเวลากินข้าวผมจะไปเรียก”
เดิมทีนรมนคิดจะปฏิเสธ แต่ต้านทานความอ่อนแอของร่างกายไม่ได้ จึงพยักหน้าทันที
หลังจากเธอเข้ามาในห้องนอน บุริศร์ก็ตามเข้ามา
เขารู้สึกว่านรมนดูไม่ค่อยมีกำลังวังชา นึกถึงเมื่อคืนที่ตนเองขอมากเกินไป จึงอดรู้สึกผิดไม่ได้
เมื่อนรมนแช่น้ำ มีสายโทรเข้ามาหาบุริศร์ มีเอกสารของบริษัทต้องทำผ่านออนไลน์ เขาจึงไปที่ห้องหนังสือทันที
นรมนแช่อยู่ในน้ำร้อน ถึงจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
การเป็นลมครั้งนี้ของคุณตาถึงแม้จะไม่มีความผิดปกติ และไม่ได้ชี้ว่าเป็นฝีมือของตุลยา แต่นรมนกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
หรือว่าตนเองจะพลาดอะไรไป?
หรือว่าวิธีของตุลยาจะเหนือชั้น?
นรมนคิดไปคิดมาก็หลับไป
หลังจากบุริศร์จัดการเอกสารเสร็จจึงกลับมาที่ห้องนอน เขาคิ้วขมวดทันทีเมื่อไม่เห็นนรมนอยู่บนเตียง
เขาไปที่ห้องน้ำทันที เห็นนรมนพิงอ่างนอนหลับไป
ใบหน้ารูปไข่ของเธอเป็นสีแดงเล็กน้อย
บุริศร์ตกใจ รีบเข้าไปดึงนรมนขึ้นมา ใช้ชุดนอนเช็ดตัวของเธอ กลับพบว่านรมนตัวร้อนจนน่าตกใจ
“นรมน นรมนคุณตื่นสิ”
บุริศร์ลองเรียกนรมน
นรมนรู้สึกเพียงมีคนเรียกเธออยู่ข้าง ๆ แต่เปลือกตาหนักมาก ไม่อาจลืมตาขึ้นมาได้ ร่างกายก็ยิ่งร้อนอย่างทรมาน
เธอออกแรงบิดตัว ทรมานจนแทบจะร้องไห้
“บุริศร์ ฉันหนาว ฉันร้อน”
ความรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ทำให้นรมนแทบคลั่ง
บุริศร์ตำหนิตัวเองที่ไม่กลับมาก่อนหน้านี้ เขารีบโทรหารมิดา
รมิดายังคงอยู่ที่สนามแข่งม้า เมื่อได้ยินว่านรมนเป็นไข้ก็แปลกใจ
“เป็นไปได้ยังไง? ตอนออกไปยังดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
บุริศร์ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร
เมื่อเช้านรมนตื่นขึ้นมายังดูกระปรี้กระเปร่า แต่การเป็นลมของคุณท่านตนุวรทำให้เธอวิตกกังวล
เมื่อรมิดามาถึง นรมนก็เป็นไข้จนไม่ค่อยได้สติแล้ว ส่งเสียงอย่างเจ็บปวด
“ทำไมถึงได้เป็นหนักขนาดนี้?เมื่อสักครู่พวกคุณออกทำอะไรที่ไหนมา ?”
รมิดารีบทำการตรวจนรมน
บุริศร์ตอบเสียงเบา “คุณตาเป็นลมไป พวกเราไปโรงพยาบาลมา”
“นั่นก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับการที่มีไข้สูงแบบนี้”
รมิดามีสีหน้าเคร่งขรึมมาก
“ลองตรวจค่าความสมบูรณ์ของเลือดดูก่อนแล้วกัน”
ภายในบ้านของบุริศร์มีเครื่องมือตรวจสอบเหล่านี้อยู่แล้ว รมิดาจึงเจาะเลือดของนรมนไปตรวจ
สิบห้านาทีผ่านไป รมิดายังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม
“ค่าของเลือดสูงมากเกินไป ในเบื้องต้นดูเหมือนจะเป็นการอักเสบติดเชื้อ”
รมิดานึกถึงร่างกายของนรมน จึงอดถามไม่ได้ “เมื่อคืนพวกคุณทำกันรุนแรงหรือเปล่า?”
คำถามนี้ทำให้บุริศร์กระอักกระอ่วน แต่เพื่อสุขภาพของนรมน เขายังคงพยักหน้า
“ร่างกายของนรมนทรุดโทรมมาก ต่อจากนี้ทำเรื่องแบบนั้นจะต้องเบาสักหน่อย ฉันจะให้ยาแก้อักเสบเธอก่อน รอดูหลังจากนี้ค่อยว่ากัน”
“ได้”
บุริศร์คร่ำหวอดอยู่ในการค้ามาหลายปี วันนี้ต่อหน้ารมิดา เพื่อนรมนเขาเพิ่งจะถูกดุเหมือนนักเรียนคนหนึ่ง
หลังจากรมิดาให้การรักษาอย่างเร่งด่วนแก่นรมน เธอยังกล่าวอย่างไม่วางใจ “ช่วงนี้ฝากเด็ก ๆ ไว้ที่ป้องกับโพนี่เถอะ คุณจะได้ดูแลนรมนได้อย่างเต็มที่”
“ขอบคุณนะ”
บุริศร์ก็คิดแบบนั้น
นรมนรู้สึกแค่เพียงของเหลวเย็น ๆ เข้าสู่ร่างกายผ่านทางเส้นเลือด อุณหภูมิร่างกายที่ร้อน ๆ หนาว ๆ ผ่อนคลายลงชั่วคราว แต่ยังคงรู้สึกทรมานอยู่
เธอสะลึมสะลือหลับไป ไม่รู้ว่ารมิดากลับไปตอนไหน ให้น้ำเกลือเสร็จเมื่อไหร่
ถึงแม้อุณหภูมิร่างกายของนรมนจะลดลงแล้ว แต่รมิดายังคงบอกกับบุริศร์ “คืนนี้ยังต้องเฝ้าดูอาการ ฉันกลัวเธอจะกำเริบอีก อาการอักเสบของผู้หญิงก็เป็นแบบนี้แหละ ร้อนในขึ้นมาก็อักเสบติดเชื้อได้ คุณก็รู้จักร่างกายของนรมน”
“ผมเข้าใจแล้ว”
บุริศร์พยักหน้า
รมิดาฝากฝังอีกเล็กน้อยจึงกลับไป
บุริศร์คอยเฝ้านรมนอยู่ตลอด
ร่างกายของนรมนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว หัวใจของเขาก็เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวตามไปด้วย เขาคอยดูแลนรมนอยู่ข้าง ๆ
ป้าหวานมองและเอ่ยว่า “ประธานบุริศร์ ป้าจะไปต้มข้าวต้มนะคะ อีกสักพักคุณนายได้กินเมื่อตื่นขึ้น”
“ไปเถอะ”
ตอนนี้บุริศร์ไม่มีกะจิตกะใจเลยสักนิดเดียว เอาแต่รู้สึกผิดในใจ
ตนเองก็ใจร้อนเกินไป
รู้อยู่แล้วว่าร่างกายของนรมนทรุดโทรมมาก ทำไมเขาถึงไม่ควบคุมตนเองเลย?
ช่วงบ่ายผ่านไป ตอนเย็นนาวินกลับมา รู้ว่านรมนไม่สบาย จึงซื้อน้ำผลไม้มาให้เธอ
บุริศร์ให้เขาวางลงด้านข้าง และดูแลนรมนต่อไป
นรมนยังคงไม่ได้สติและตัวร้อน บุริศร์เช็ดตัวให้เธอเพื่อระบายความร้อน แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
กลางดึก อุณหภูมิของนรมนขึ้นสูงถึงสี่สิบองศา ตัวร้อนจนแทบแย่
บุริศร์ตกใจ
เขาโทรหารมิดาอีกครั้ง
กานต์อยู่กับป้องรับการรักษาสุขภาพจิต ส่วนโพนี่ก็ท้องอยู่ บุริศร์ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง จึงได้แต่รบกวนรมิดาครั้งแล้วครั้งเล่า
หลังจากรมิดามาถึง เธอแปลกใจมาก
“ไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะ ให้ยาลดการอักเสบไปแล้ว ตามหลักไข้ควรจะลดลง ทำไมดูแนวโน้มแล้วยิ่งแย่ลง?”