ตอนที่ 1118
บทที่ 1118 สองคนนี้มันมากเกินไป
October 31, 2026
นรมนเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากปาณี หัวใจของเธอเต้นแรงทันที ความไม่สบายใจปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไรไป?”
บุริศร์เห็นนรมนหน้าซีด จึงปลอบใจเธออย่างอดไม่ได้
“คุณตา !บุริศร์ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณตา……”
เธอพูดออกมาแค่นี้ แต่บุริศร์รู้สึกได้ชัดเจนว่านรมนตัวสั่น
“ไม่มีทาง ตุลยาอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเราแล้วไม่ใช่เหรอ ?ไม่แน่ปาณีอาจจะโทรมาบอกว่าคุณตาชวนพวกเราไปกินข้าวก็ได้?”
บุริศร์พูดปลอบใจเช่นนี้ เพียงแต่ข้ออ้างนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากเชื่อ
นรมนกลับอยากได้ข้ออ้างแบบนี้
เธอพยักหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นกดรับสาย
“ปาณี ว่าไง?”
นรมนเสียงสั่น
การมีอยู่ของตุลยาเป็นเหมือนระเบิดที่ตั้งเวลาเอาไว้ ไม่ว่าเธอจะทำดีแค่ไหนก็กลัวตกหล่น วันนี้ความต้องการที่จะจัดการคุณท่านตนุวรของตุลยาปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว นรมนจะไม่เป็นห่วงได้อย่างไร?
ถ้าเป็นเพราะตนเองเอาตุลยาไว้กับคุณท่านตนุวรแล้วทำให้เกิดเรื่องอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้นกับท่าน นรมนคิดว่าตนเองตายเป็นหมื่นครั้งก็ไม่อาจชดใช้ได้
ปาณีได้ยินนรมนเสียงสั่น จึงชะงักไปอย่างห้ามไม่ได้ จากนั้นกล่าวว่า “คุณนาย คุณท่านตนุวรจู่ ๆ ก็เป็นลมไปค่ะ”
“จู่ ๆ ก็เป็นลมไป นี่หมายความว่าอะไร?”
นรมนกระวนกระวายใจ
ปาณีรีบตอบ “พาส่งโรงพยาบาลแล้วค่ะ ฉันตรวจสอบแล้ว อาหารและเสื้อผ้าของคุณท่านไม่มีปัญหา และฉันได้ย้ายดอกไม้ในห้องออกไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เป็นลมไปอย่างกะทันหัน”
“ฉันจะรีบไป ส่งตำแหน่งโรงพยาบาลมาให้ฉันด้วย”
หัวใจของนรมนจมดิ่งลงไปไม่หยุด มือก็เริ่มเย็น
บุริศร์รีบกุมมือของเธอ “ไม่เป็นไรนะ คนอายุมากแล้ว บางครั้งก็เป็นลมไปอย่างไม่มีสาเหตุ ผมจะให้คุณหมอตรวจร่างกายของคุณตา คุณไม่ต้องเป็นห่วง”
นรมนพยักหน้า
เพราะเรื่องนี้ทั้งสองคนจึงต้องออกมาก่อน ส่วนเด็กๆ ก็ให้ป้องและโพนี่ดูแล
เมื่อนรมนกับบุริศร์รีบมาถึงโรงพยาบาล โตษิน ปาณีและตุลยาอยู่กันหมด
ตุลยาตาแดง เหมือนกับร้องไห้มา
นรมนเหลือบมองเธอ จากนั้นถามโตษินทันที “พี่โตษิน คุณตาของฉันเป็นอย่างไรบ้าง?”
ยังไม่รู้เลย เพิ่งจะเข้าไปเอง
โตษินก็มีสีหน้าเป็นห่วง
บุริศร์กระซิบปลอบใจนรมนจากนั้นไปหาผู้อำนวยการ
นรมนรู้ เขาไปเพื่อคุณตา
ตุลยาเอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่ตรงนั้น ไม่มีท่าทางตอบสนองกับการมาของนรมน
นรมนมองเธอ อารมณ์แปรปรวน
เธอกับผู้หญิงคนนี้มีสายเลือดเดียวกัน แต่จิตใจอำมหิต ก่อนหน้านี้เธอคิดจะลงมือกับคุณตามาแล้ว ครั้งนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเธอ
คิดถึงตรงนี้ นรมนดึงคอเสื้อของตุลยา ดึงเธอขึ้นมาจากเก้าอี้
“เธอเป็นคนทำใช่ไหม?”
นรมนกัดฟันถาม
ตุลยาตาแดง พูดอย่างได้รับความไม่เป็นธรรม “พูดอะไรของเธอ?ฉันจะทำอะไรคุณตาได้ยังไง? เขาเป็นญาติที่เหลืออยู่คนเดียวบนโลกของฉัน”
ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดา นรมนอาจจะถูกท่าทางในตอนนี้ของตุลยาหลอกก็ได้ ก่อนหน้านี้ไม่นานปาณีสังเกตเห็นเจตนาฆ่าของตุลยา ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นกับคุณท่านตนุวร ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตุลยา
นรมนสูดลมหายใจเข้าลึก และกล่าวอย่างดุร้าย “ทางที่ดีเธอควรภาวนาให้ฉันหาไม่เจอหลักฐาน เพราะไม่งั้นฉันจะทำให้เธอต้องชดใช้ในแบบที่เธอคิดไม่ถึง”
“นี่เธอกำลังขู่ฉันเหรอ?มีสิทธิ์อะไรมาขู่ฉัน ?อย่าคิดว่าตนเองเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม ฉันจะบอกเธอให้นะ คุณตาเป็นลมไปครั้งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”
ตุลยาคิดจะสะบัดนรมนออก กลับทำไม่ได้
นรมนอยากจะบีบเธอให้ตาย ให้มันจบ ๆ ไปเสียที แต่ก็ไม่ได้
ที่นี่คือโรงพยาบาล และคุณตาก็เป็นคนซื่อตรงจิตใจเป็นธรรม ถ้าให้คุณตารู้ว่ามือของตนเองเปื้อนเลือดของตุลยาคงจะผิดหวัง
ความคิดร้อยแปดพันอย่างวนเวียนอยู่ในสมองของนรมน และตกตะกอนอย่างรวดเร็ว
เธอปล่อยตุลยา นัยน์ตาเยือกเย็น
“ดีแล้วที่ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ ไม่งั้นฉันจะให้เธอรู้สึกว่าตายแล้วตายอีก ไม่เชื่อเธอลองดูได้”
ตุลยาตกใจแววตาของนรมนอย่างเห็นได้ชัด
ออร่าของผู้หญิงคนนี้แตกต่างกับตอนที่คุณนายทวีทรัพย์ธาดายังมีชีวิตอยู่
เพียงแต่ตุลยามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วมาก รู้สึกโมโหความขี้ขลาดของตนเอง
มีสิทธิ์อะไรมาทำเย่อหยิ่งต่อหน้าเธอ?
ต่างก็เป็นลูกที่แม่คลอดออกมาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
เธอมีอะไรดีเลิศ?
เมื่อคิดได้แบบนี้ ตุลยาถลึงตามองนรมนอย่างไม่ยอมแพ้
นรมนก็ขี้เกียจเถียงกับเธอ จึงสะบัดเธอไปด้านข้าง มองไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างกังวล
ผ่านไปชั่วโมงกว่า คุณท่านตนุวรถูกเข็นออกมา พวกเขารีบเข้าไปหาทันที
“คุณหมอ คุณตาของฉันเป็นไงบ้างคะ?”
นรมนร้อนใจมาก
คุณหมออยู่ด้านในได้รับสายจากผู้อำนวยการว่าให้ทำการตรวจทั้งร่างกายของคุณท่านตนุวร ซึ่งตอนนี้ผลตรวจออกมาแล้ว
“คุณนายบุริศร์ คุณท่านตนุวรไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะขาดออกซิเจนในสมอง น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้พักผ่อนไม่เพียงพอ ผมทำการตรวจทั้งร่างกายให้เขาแล้ว ไม่มีอะไรครับ คุณวางใจได้ อีกสักพักท่านก็จะฟื้นขึ้น”
ได้ยินคุณหมอพูดแบบนี้ นรมนก็รู้สึกสบายใจไม่น้อย