ตอนที่ 1117
บทที่ 1117 เอาเงินให้คุณโดยตรงมันคือการรับสินบน
October 31, 2026
คริชณะพูดว่าให้ดูแลภรรยาและลูกนั่นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก
ทั้งสี่คนอารมณ์หดหู่ทันที
แต่คริชณะกลับยิ้มอย่างสบายๆ
“อะไรกัน ?ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ก็แค่ถอดเครื่องแบบทหารนี้ออก ถึงตอนนั้นหาเงินกับพวกนายไปวันๆ ก็ไม่เลว”
ถึงแม้คริชณะจะพูดอย่างผ่อนคลาย แต่พวกเขาต่างรู้ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคริชณะจริงๆ ผลลัพธ์จะไม่ใช่แบบนี้แน่นอน
บุริศร์กระแอมไอและพูดขึ้น “ไม่สู้ผม……”
“ฉันจัดการเรื่องปลดประจำการของนายเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ไปเซ็นชื่อก็เสร็จ ในเมื่อตัดสินใจจะอยู่กับภรรยาและลูก ก็อย่ารู้สึกผิด บุริศร์ นายติดค้างนรมนกับลูก นายต้องชดเชยด้วยเวลาที่เหลืออยู่ ต่อจากนี้พวกเขาคือสนามรบที่นายต้องปกป้อง เข้าใจไหม?”
คำพูดของคริชณะทำให้บุริศร์รู้สึกไม่สบายใจ
“เอาล่ะ ๆ ต่างก็เป็นนายท่านกันหมด ทำไมถึงเหยาะแหยะแบบนี้?รีบล้างไพ่เร็วเข้า วันนี้ฉันอยากชนะเอาเงินไปให้งามสุดาซื้อกระโปรงสักตัว ช่วงนี้เธอชอบกระโปรงอยู่ตัวหนึ่ง ยังไม่ได้ซื้อเลย”
คริชณะพูดอย่างผ่อนคลาย คนอื่นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เล่นไพ่ประมาณสองชั่วโมงกว่า คริชณะชนะอยู่คนเดียว
อรรณพรู้สึกเซ็ง สองมือดันไพ่ออกไป
“ไม่เล่นแล้ว พวกนายอ่อนข้ออย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ ไม่เอาเงินมาให้ฉันโดยตรงเลยล่ะ”
“นั่นไม่ได้ เอาเงินให้พี่โดยตรงมันคือการรับสินบน”
“ใช่ เดิมก็อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอยู่แล้ว ยังจะให้ตนเองมีชื่อรับสินบนอีก ไม่ดี”
ป้องก็พูดอย่างเรียบเฉย
อรรณพไม่ได้พูดอะไร แต่แววตามีความกังวลใจ
คริชณะมองพวกเขา ถอนหายใจออกมา “เชื่อฉันเถอะ ไม่มีอะไรหรอก”
“อืม”
หลังจากต่างคนต่างแยกย้ายก็กลับไปที่ห้องของตนเอง
นรมนหลับไปสักพักจึงตื่นขึ้นมา พบว่าบุริศร์ไม่อยู่ เธอเดาว่าเขาคงอยู่กับพวกคริชณะ จึงไม่ได้ตามหาเขา ตนเองเปิดคอมพิวเตอร์และเปิดทีวี
เมื่อบุริศร์กลับมาก็แปลกใจ เห็นเธอเอนหลังอย่างเกียจคร้านอยู่บนเตียง รู้สึกว่าหัวใจที่ล่องลอยค่อยๆ จมลงอย่างไม่รู้ตัว จิตใจสงบเป็นอย่างยิ่ง
“ทำไมถึงตื่นขึ้นมาล่ะ?”
“นอนไม่หลับ”
นรมนทำปากมุ่ย “อยากกินของว่าง”
บุริศร์ชะงักไปเล็กน้อย ความหมายของภรรยาชัดเจนมาก
“ผมจะออกไปซื้อ”
“คุณสามีน่ารักที่สุด”
นรมนยิ้มตาหยีทันที
เผชิญกับภรรยาที่มีเสน่ห์เช่นนี้ บุริศร์ยังจะพูดอะไรได้อีก?
เขาส่ายหน้าและเดินออกไป เมื่อกลับมาอีกครั้งก็นำผลไม้และตีนไก่มาให้นรมน
นรมนหยิบตีนไก่ขึ้นมาแทะอย่างมีความสุขมาก และไม่ได้ห่วงภาพลักษณ์ แต่บุริศร์ก็ชอบ
เขานำผลไม้ไปล้าง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ไม้จิ้มฟันลงบนจาน และนั่งลงข้างนรมน เขาถือจานเอาไว้ในมือ มองดูนรมนยัดแต่ชิ้นเข้าปาก ยัดใส่จนเต็ม
จากนั้นปากก็ขยับ เหมือนกับหนูแฮมสเตอร์สุดๆ
บุริศร์หัวเราะขึ้นมาทันที
นรมนถลึงตาใส่เขา และดูทีวีต่อ
ในเวลานี้นรมนเหมือนกับกมลมาก
บุริศร์มองเห็นเธอกินเสร็จแล้ว จึงดึงกระดาษมาให้เธอเช็ดปาก จากนั้นส่งน้ำอุ่นให้
นรมนกินอิ่ม เธอบิดขี้เกียจและพูดว่า “แย่แล้ว ทำไมคุณไม่ห้ามฉันเลย คุณดูสิกินเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวต้องอ้วนแน่เลย”
“ไม่เป็นไร อ้วนหน่อยก็ดี อ้วนแล้วกอดสบาย”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนหน้าแดงอีกครั้ง
“ลามก”
นรมนบ่นพึมพำ เรอออกมาทันที
นรมนรู้สึกขายหน้า
เธอแอบมองบุริศร์ ดูเหมือนบุริศร์จะไม่ได้ยิน จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
หางตาของบุริศร์ชำเลืองมองท่าทางเหมือนเด็กของนรมน มุมปากยกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“อยากย่อยอาหารหน่อยไหม?”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนแปลกใจเล็กน้อย
“จะออกไปวิ่งเหรอ?”
“มีวิธีที่ดีกว่าวิ่งอีก”
นรมนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนองบุริศร์ก็โผเข้ามา
ลมหายใจอุ่นของเขารดข้างใบหูของนรมน เสียงนุ่มนวลกระซิบว่า “ไม่ได้ถูกคนอื่นถามว่าของสามีใหญ่แค่ไหนและอึดแค่ไหนเหรอ?ครั้งนี้จำเอาไว้ให้ดีนะ คราวหน้าจะได้รู้ว่าต้องตอบยังไง”
ใบหน้าของนรมนค่อยๆ แดงขึ้นไปถึงลำคอ
เธอกลุ้มใจจริง ๆ รมิดาเป็นคนก่อไฟนี้ขึ้นทำไมต้องให้เธอเป็นคนดับ?
น่าเสียดายที่บุริศร์ไม่ให้เวลาเธอคิดเรื่องเหล่านี้ เขาพลิกตัวมา ทำให้เธอทนไม่ไหวครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อนรมนตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเช้าวันต่อมาแล้ว ไหนว่าจะดูแข่งม้า?
เธอถลึงตามองบุริศร์ด้านข้างอย่างโมโห
บุริศร์กลับทำหน้าไม่เป็นเดือดเป็นร้อน
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราดูคืนนี้ก็ได้”
“ไปไกลๆ เลย!”
นรมนอยากจะร้องไห้
ทั้งปวดเอว ทั้งเมื่อยขา
ฮือๆ ๆ
จะไม่เชื่อคำพูดของผู้ชายอีก
บุริศร์ก็รู้ว่าตนเองโหดเหี้ยมไปหน่อย แต่ควบคุมไม่ไหวจะให้ทำอย่างไร?
“โอเค ผมผิดไปแล้วยังไม่พอเหรอ? ต้องให้คุกเข่าบนกระดานซักผ้าไหม?”
“กระดานซักผ้ามันบางไป ต้องคุกเข่าบนทุเรียน”
นรมนพูดอย่างโมโห
บุริศร์กลุ้มใจ
“คุณไม่กลัวกลิ่นทุเรียนบนตัวผมจะติดคุณเหรอ?”