ตอนที่ 1121
บทที่ 1121 เก็บเธอไว้อาจจะมีประโยชน์
October 31, 2026
“วอนหาที่ตาย!”
บุริศร์เตะเธออีกครั้ง
ตุลยากระอักเลือด จากนั้นจึงหอบหายใจเข้าลึก
รมิดากลัวว่าบุริศร์จะบันดาลโทสะจนฆ่าตุลยา เธอรีบก้าวไปข้างหน้า ก่อนพูด “พี่รอง พากลับไปก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยกลับมาถามอีกรอบ”
ดวงตาของเธอดูเคร่งขรึมเล็กน้อย
ในสถานการณ์หนึ่ง รมิดาเป็นหมอที่ช่วยชีวิตคนและรักษาคนบาดเจ็บ แต่อย่างไรเสียภูมิหลังฐานะของเธออยู่ที่ไหน อยากให้ใครพูดความจริงออกมา เธอมีวิธี
บุริศร์พยายามระงับความโกรธในใจ ก่อนจะสั่งให้คนนำตัวตุลยาออกไป
ตอนนี้คุณท่านตนุวรไม่ได้พูดอะไรสักคำ
ตุลยาหาเหาใส่หัวเอง เขาห้ามไม่ได้และไม่คิดห้าม
เดิมทีเขารู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไรตุลยาก็เป็นสายเลือดของคิม แต่ดูเหมือนตอนนี้ การมีอยู่ของเธอจะสามารถทำให้นรมนเจ็บปวดทุกข์ตรม ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่บุริศร์เถอะ
คุณท่านตนุวรหลับตาลง น้ำเสียงเหนื่อยล้าพูดขึ้นมาว่า “โตษิน เข็นพาฉันไปพักผ่อนหน่อย”
“ให้ฉันเข็นเถอะค่ะ คุณท่านตนุวร”
ปาณีรีบพูดอย่างรวดเร็ว
คุณท่านตนุวรส่ายหัวและพูดว่า “เธอไปค้นหาที่ห้องของตุลยา หาทุกจุดอย่างละเอียด เธอมักจะทิ้งเบาะแสเอาไว้ ในกรณีที่ทางฝั่งบุริศร์ไม่มีวิธีง้างปากเธอ อย่างน้อยที่สุดก็ให้โอกาสนรมนได้มีชีวิตอยู่”
ปาณีเข้าใจในทันใด
เธอไปที่ห้องของตุลยา
บุริศร์พาตุลยากลับไปที่บ้านเก่าตระกูลโตเล็กอย่างรวดเร็ว
กานต์รออยู่ที่ประตู ขมวดคิ้วแน่นเข้าด้วยกัน ทำให้หัวใจของบุริศร์เต้นระรัว
“หม่ามี้ของลูก เธอ… …”
เสียงของบุริศร์สั่นเทา
รมิดาก็กังวลเล็กน้อย
เมื่อกานต์มองมายังตุลยา ดวงตาเขาก็ส่อแววสังหาร
“แม่ของผมไม่เป็นอะไร”
“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไง?”
ตุลยาตะโกนออกมาก่อน!
ไม่!
ไม่มีทาง!
เป็นไปไม่ได้!
กล้าณรงค์เคยบอกว่า พิษนี้ไม่มีสีและรสชาติ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะทำให้นรมนตายด้วยความเจ็บปวด
แล้วตอนนี้กานต์จะมาพูดว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไง?
ร่องรอยความเย็นชาพาดผ่านดวงตาของกานต์
“หม่ามี้ของผมโชคดี ก็เลยไม่เป็นอะไร ส่วนคุณ… …”
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ตุลยาตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
นึกไม่ถึงว่าเด็กอายุ 4-5ขวบ จะมอบความรู้สึกกดดันให้เธอมากขนาดนี้
ไม่!
มันคือความหวาดกลัว!
ความกลัวที่แผ่ออกมาจากกระดูก!
ไม่มีใครสนใจท่าทางของตุลยา
บุริศร์โยนตุลยาไปทางลูกน้องของเขา ก่อนจะวิ่งไปทางห้องนอนอย่างรวดเร็ว
รมิดาก็ประหลาดใจเช่นกัน
โพนี่ได้ค้นคว้ายาแก้พิษ?
ความคิดนี่ทำให้เธอมีความสุขเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งตามไป
กานต์ดึงเข็มเงินออกมาจากข้อมือ รังสีเย็นยะเยือกทำให้ตุลยาตกใจกลัวจนไม่คิดจะสู้ขัดขืนแต่อย่างใด
“แกจะทำอะไร?”
“เมื่อกี้ฉันเพิ่งโทรหากิจจามา เขาบอกกว่าถ้าเอาเข็มเงินแทงเข้าไปในจุดฝังเข็มบนร่างกายมนุษย์ จะทำให้ชีวิตเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย พูดไม่ได้ ขยับก็ไม่ได้ นี่คือครั้งแรกของฉัน ก็อาจจะหาตำแหน่งไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ ถ้าหากแทงแกตายก็เตรียมใจไว้หน่อยแล้วกัน”
กานต์พูดอย่างเย็นชาและไม่แยแส แต่กลับทำให้สีหน้าของตุลยาซีดเผือด
“แกบ้าไปแล้วเหรอ? ฉันจะบอกให้นะ อย่าคิดว่าเป็นเด็กแล้วจะไม่ถูกตัดสินประหารชีวิต มันก็ตายเหมือนกัน”
“ใช่ ชดใช้กันด้วยชีวิต เหตุผลนี้แกก็เข้าใจนี่ แต่ทำไมแกถึงทำเรื่องโง่ๆ อยู่เสมอ? แกต้องการที่จะฆ่าหม่ามี้ของฉัน ไม่คิดถึงผลที่จะตามมาบ้างเหรอ?”
จู่ๆกานต์ก็ยิ้ม
รอยยิ้มของเขาช่างงดงามเป็นพิเศษ แต่กลับทำให้ตุลยากลัวจนใจเต้นระรัว
“ไม่ แกทำไม่ได้!”
ก่อนที่เธอจะตะโกนจบ กานต์ก็แทงเข็มลงไปยังจุดฝังเข็มบนร่างกายของเธอโดยตรง
ทันใดเสียงตะโกนก็หยุดลงอย่างกะทันหัน
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้ตัวของตุลยากระตุกสั่น ราวกับว่ามีมดหมื่นตัวกำลังกัดกินร่างกายของตัวเอง มันทั้งเจ็บและคัน
น้ำตาเธอไหลลงมาไม่ขาดสาย มองไปยังกานต์อย่างภาวนา หวังว่าเขาจะจัดการตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แต่กานต์กลับยิ้มและพูดว่า “อย่างไรฉันก็เป็นแค่เด็ก รู้ว่าการฆ่าคนมันผิดกฎหมาย ดังนั้นฉันเลยฆ่าแกไม่ได้ ก่อนที่หม่ามี้ของฉันจะไม่เป็นไร แกก็ทนไปอย่างนี้แล้วกัน”
หลังจากพูดจบ เขาก็ให้ลูกน้องโยนตุลยาไปยังมุมห้อง ก่อนจะเดินไปยังห้องของนรมนด้วยความรวดเร็ว
เมื่อบุริศร์และรมิดามาถึงห้องของนรมน โพนี่ก็มองไปยังนรมนด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกและจิตวิญญาณ
“เป็นยังไงบ้าง?”
คำถามของบุริศร์ ดึงสติของโพนี่ให้กลับมา
“ไม่เป็นไร ไข้ลดแล้ว”
รมิดาเดินก้าวเข้ามาข้างหน้าอย่างเร็ว
“ตรวจเจอพิษอะไร? ทำไมถึงหายาแก้พิษได้เร็วละ?”
โพนี่ส่ายหัวและพูดว่า “ยังไม่เจอ ตอนที่ยังวิเคราะห์เลือดอยู่ จู่ๆ ข้อมูลก็เปลี่ยน พออยากตรวจดูใหม่ เลือดก็กลับมาเป็นปกติ พอฉันกลับมาที่ห้องของนรมนอีกครั้ง ไข้ของเธอก็ลดลงแล้ว ฉันเจาะเลือดอีกครั้งและตรวจสอบ แต่ละตัวชี้วัดก็เหมาะสมดี ราวกับไข้สูงเมื่อตอนแรกเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น”
“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้?”
รมิดาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน อดไม่ได้ที่จะแปลกใจเล็กน้อย แต่ในใจเธอกลับมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
โพนี่ก็ไม่รู้ว่าทำไม