ตอนที่ 1122
บทที่ 1122 เขาเป็นผีจากนรก
October 31, 2026
“เป็นอย่างไรครับ?”
นภดลรออยู่ที่นี่ตลอด อยากจะรู้ผลลัพธ์ ครั้งที่แล้วเป็นเพราะเลือดของเขาที่ช่วยนรมนไม่ใช่หรือ? ครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับเลือดของเขาด้วยไหม?
รมิดาและโพนี่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
“ไม่ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นพิษของคุณนายนั่น… …”
นภดลตกตะลึงและกังวลในคราวเดียวกัน
ใบหน้าของทุกคนหม่นแสงลง
ไม่พบเจอว่าสารพิษคืออะไร แต่ตอนนี้สารพิษนั้นหายไปโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้พวกเธอที่เรียนแพทย์มา
กานต์ไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาหงส์ที่สวยงามของเขาหรี่ลง
เขาออกไป ก่อนจะโทรวิดีโอหากิจจา
พวกกิจจาได้ถูกจัดให้มาอยู่ข้างกายอรรณพ และตอนนี้กมลก็ได้หลับลงไปแล้ว
เขาเห็นวิดีโอของกานต์โทรมา ก่อนจะกดปุ่มรับสายอย่างเร็ว
“หม่ามี้เป็นยังไงบ้าง?”
ตั้งแต่กานต์ถามตัวเองว่าจะลงโทษใครโดยไม่ตายได้บ้าง กิจจาก็รู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับนรมน แต่เขาไม่สามารถกลับไป โดยทิ้งกมลไว้ได้ เขากลัวกมลจะกลัวการอยู่คนเดียวที่นี่ และจะยิ่งกลัวเมื่อกมลพบเจออันตรายเมื่ออยู่คนเดียว
ตอนนี้หม่ามี้ป่วย และแด๊ดดี้คงกังวลมาก กานต์ยังอยู่ข้างกายพวกเขา ไม่น่าจะมีเรื่องอะไร แต่กมลอยู่คนเดียว เขาไม่สบายใจ
เมื่อเห็นท่าทางกังวลใจของกิจจา ทันใดเขาก็ถามว่า “นายอ่านหนังสือแพทย์มามาก นายรู้บ้างไหม ว่าพิษอะไรจะกำจัดหายไปด้วยตัวเองอย่างลึกลับบ้าง?”
กิจจานิ่งไปครู่หนึ่ง คิ้วขมวดแน่น
“พิษบนโลกนี้ไม่สามารถกำจัดหายไปด้วยตัวเองได้ แค่จะละลายเข้าไปในเลือดและเกาะที่ไขกระดูกเท่านั้น”
เมื่อได้ยินสิ่งที่กิจจาพูด กานต์ก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที
“แต่ก่อนหน้านี้ไข้ของหม่ามี้สูงไม่หยุด ทุกคนต่างก็หาวิธี แต่ไม่คิดว่าหม่ามี้จะไข้ลดด้วยตัวเอง ไม่เพียงแค่นั้น ทั้งคุณน้าโพนี่และคุณน้ารมิดาก็ตรวจไม่พบปัญหาอะไรในเลือดเลย”
กานต์พูดช้าๆ สีหน้าของกิจจาหม่นลงทันที
“ฉันจะไปหาหนังสือแพทย์”
แต่ก่อนกิจจาคิดว่าเขาได้อ่านหนังสือทางการแพทย์มาเพียงพอแล้ว แต่ในตอนนี้เขาพบว่าเขายังคงไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์กะทันหันเช่นนี้ได้
“ตรวจดูหนังสือโบราณนั่นสิ”
คำพูดของกานต์ ทำให้กิจจานิ่งไปนิด
หนังสือโบราณที่หมู่บ้านดารายนนำกลับมามอบให้ป้องศึกษาวิจัย เพื่อรักษาอาการโรคเส้นประสาทของบุริศร์ แต่ก่อนที่จะส่งหนังสือออกไป กานต์ได้ทำสำเนาไว้และมอบไว้ให้กิจจา
กิจจาก็อยากศึกษาหนังสือโบราณนั่น แต่เขาไม่รู้จักตัวหนังสือบางตัวในนั้น
หนังสือโบราณเล่มนี้เป็นหนังสือโบราณจริงๆ กิจจายังคงเป็นเด็ก ตัวหนังสือบนนั้นสำหรับเขาเป็นเหมือนความเรียงที่อ่านยากและยากที่จะเข้าใจ
ดังนั้นกิจจาจึงได้ศึกษาตัวอักษรนี้ตลอดมา เมื่อตอนนี้ได้ยินกานต์พูดเช่นนี้ เขาจึงพูดอย่างเศร้าใจว่า “ขอโทษนะกานต์ ตัวอักษรบนหนังสือนั่น ฉันไม่ค่อยเข้าใจ ฉันนี่ไม่มีประโยชน์เลย”
ในขณะนี้ กิจจาช่วยอะไรไม่ได้และรู้สึกเศร้ามาก
เมื่อตอนที่หม่ามี้ต้องการตัวเองมากที่สุด เสียงซุบซิบจากโลกภายนอกบอกว่า เขาเป็นเด็กอัจฉริยะในวงการแพทย์ แต่ว่าตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรเลย
กานต์ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างนี้ ก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นจึงพูดว่า “นายถ่ายรูปหนังสือโบราณส่งมาให้ฉัน ฉันจะดูว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อแปลงตัวอักษรได้ไหม”
“โอเค”
ดวงตาของกิจจาเป็นประกายขึ้นมาทันที
เขาลืมไปว่ากานต์เป็นแฮ็กเกอร์
แฮ็กเกอร์น่าจะแปลงตัวอักษรได้ใช่ไหม?
กานต์ไม่รู้ แต่เขาอยากจะลองดู
หนังสือโบราณเล่มนั่นถูกกิจจาพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ตอนนี้กานต์ต้องการมัน ดังนั้นเขาจึงหยิบมันออกมา ก่อนจะใช้มือถือถ่ายสองสามรูปและส่งให้กานต์
เมื่อกานต์ถือโทรศัพท์เดินผ่านห้องนอนของนรมน เขาอดไม่ได้ที่จะหยุดมอง
ประตูปิดสนิท แต่ดูเหมือนเขาจะได้ยินเสียงคร่ำครวญอย่างเจ็บปวด
หัวใจของกานต์กระตุก เขารีบเปิดประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นบุริศร์นั่งยองอยู่บนพื้นอย่างรวดร้าว สองมือจับหัว หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลออกมาจากหน้าผากของเขา ก่อนจะหยดลงบนพื้น
เพราะกลัวที่จะกระทบต่อนรมน เขายังคงดันทุรังแบกเอาไว้
“คุณบุริศร์!”
กานต์รีบเดินไปข้างหน้า “ผมจะโทรหาอาป้อง”
เขาพูดพลางลุกขึ้น แต่กลับถูกบุริศร์จับเอาไว้
“ไม่ต้องหรอก อย่างรบกวนหม่ามี้พักผ่อน”
บุริศร์พูดออกมาทีละคำอย่างทนฝืนต่อความเจ็บปวด
นานแล้วที่อาการปวดเส้นประสาทของเขาไม่กำเริบ จนเกือบจะทำให้เขาลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นโรคนี้อยู่ ตอนนี้กลับปวดอย่างมาก จนทำให้เขาทนไม่ไหว
ดวงตาของกานต์เป็นสีแดงเล็กน้อย
“คุณบุริศร์… …”
เสียงของเขาสะอึกสะอื้น แต่กลับไม่รู้ว่าตัวเองตอนนี้ต้องทำอะไร
กานต์ยื่นมือเล็กๆ ของตัวเองออกมา ก่อนจะโอบกอดศีรษะของบุริศร์แน่น ก่อนจะพูดเสียงต่ำ “คุณบุริศร์ หม่ามี้จะต้องไม่เป็นอะไร จะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”
เสียงของเขาสั่นเครือ
บุริศร์รู้ว่าเขากำลังกลัว อันที่จริงเขาเองทำไมจะไม่กลัว?
เขากลัวว่านรมนจะผล็อยหลับไปแบบนี้ และเขากลัวว่าเขาจะไม่เห็นรอยยิ้มของนรมนอีก แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่สามีเท่านั้น แต่เขายังเป็นพ่อคน
บุริศร์อดทนต่อความเจ็บปวดอันมหาศาลและกอดกานต์กลับ “ใช่ จะไม่เป็นอะไร หม่ามี้ของลูกไม่อยากจากพวกเราไปหรอก”
“อืม หัวของคุณ… …”
“ไม่เป็นไร เอายาแก้ปวดให้หน่อย อย่าไปรบกวนเขา ให้น้าโพนี่และอาป้องศึกษาวิจัยอาการป่วยของหม่ามี้อย่างตั้งใจเถอะ”
ลมหายใจของบุริศร์ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
กานต์ขมวดคิ้วแน่น
เขารู้สึกว่านี้มันไม่ดีแล้ว อาการเส้นประสาทของบุริศร์อันตรายมาก แต่เมื่อเห็นท่าทางของคุณบุริศร์ตอนนี้ เกรงว่าจะไม่ต้องการไปรบกวนป้องและคนอื่นจริงๆ
กานต์พยักหน้าอย่างหนัก
เขารีบออกห่างตัวของบุริศร์ เมื่อเจอยาแก้ปวดจึงกลับมา
อาการปวดของบุริศร์ค่อยบรรเทาลงเล็กน้อยหลังจากทานยาแก้ปวดไปแล้ว แม้ว่าความเจ็บปวดจะยังคงอยู่ แต่มันก็ไม่รุนแรงนัก