ตอนที่ 1136
บทที่ 1136 คุณจะไม่เอาผมไม่ได้นะ
October 31, 2026
เจตต์พูดอย่างนี้ไป ทั้งนรมนและขวัญตาก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น
“ที่รัก คุณแบล็กเมล์พี่ชายฉันยังไงคะ?”
นรมนแหงนใบหน้าเล็ก ๆ ขึ้นจ้องมองบุริศร์
บุริศร์ยิ้มอ่อน ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “คนบางคนฉลาดน้อยเกินไป ก็ไม่มีทางเลือก จะโทษก็โทษได้แต่ว่าคุณมีสามีที่ฉลาดมากเกินไป”
“นี่ นี่ นี่ บุริศร์คุณนี่ยังจะเอาหน้าอยู่อีกไหม?”
เจตต์รู้สึกว่าการช้อปปิ้งนี้ไม่มีทางช้อปต่อได้แล้ว
พอขวัญตาเห็นว่าสามีตัวเองโดนคนอื่นกลั่นแกล้ง ก็รีบพูดกับนรมนขึ้นว่า “นรมน สามีของคุณรังแกสามีของฉัน จะทำยังไง?”
“เอ่อ”
นรมนโดนถามจนอึ้งไป แต่ว่าวินาทีต่อมาเธอก็คล้องแขนของบุริศร์เอาไว้ และยิ้มแล้วก็พูดว่า “ขอโทษด้วยนะ ฉันเลือกอยู่ข้างสามีฉัน พวกคุณก็ให้เขารังแกต่อไปเถอะ มากสุดก็อีกเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวพวกคุณก็แล้วกัน?”
“ฮื้อ”
ขวัญตาสะบัดหน้าไปทันที
เจตต์กัดฟันพูดขึ้นว่า “เรื่องนี้พูดแล้วบุริศร์ก็ไม่น่าภาคภูมิมากนักหรอก”
“ยังไงคะ?”
ผู้หญิงสองคนนี้เงี่ยหูฟังขึ้นมาทันที
เจตต์สูดหายใจเข้าแรง ๆ ทีหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “ตอนนั้นผมชอบผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หญิงคนหนึ่งเข้า กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันดีอยู่ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็บอกผมว่าพ่อของเธอได้ข่าวมาจากวงในว่า คุณภาพของร้านค้าทำเลทองแถบนี้มีปัญหา คาดว่าน่าจะขายไม่ออก ตอนนี้แถบนี้ยังไม่เป็นถนนห้วยยางเลย”
ตอนที่พูดถึงตรงนี้นั้น เจตต์ไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางที่กัดฟันกรอกของขวัญตา แต่นรมนกับบุริศร์กลับยิ้มจนใบหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจ
เจ้าโง่นี่ อยู่ต่อหน้าขวัญตายังกล้าพูดเรื่องของแฟนเก่าอีก และที่น่ารังเกียจที่สุดคือ แฟนเก่าของเจตต์คงจะมีเป็นคันรถสิบล้อได้แล้ว
เจตต์ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าตัวเองทำให้ท่านภรรยาที่เป็นใหญ่โกรธแล้ว ยังคงพูดต่อว่า “ตอนนั้นร้างค้าทำเลทองแถบนี้ผมซื้อไว้ได้ครึ่งหนึ่ง พอได้ยินว่ามีปัญหาด้านคุณภาพ แล้วก็เป็นข่าวจากวงในอีกด้วย ผมก็เลยชิงลงมือก่อนเลย พอผมแขวนป้ายประกาศขายปุ๊บ คนบางคนก็รีบมาซื้อไปหมดอย่างอดทนรอไม่ไหวเลย ตอนนั้นผมยังรู้สึกว่าคนคนนี้โง่อยู่หน่อยหนึ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าพอผ่านไปไม่กี่วัน ผู้หญิงคนนี้ก็หายตัวไปแล้ว ผมลองไปสืบดู ผู้หญิงคนนี้ออกนอกประเทศไปแล้ว และที่สำคัญคือออกนอกประเทศไปภายใต้การจัดแจงของใครบางคนด้วย แล้วผมก็รู้สึกถึงความผิดปกติขึ้นมาทันทีเลย แล้วก็รีบหาคนไปสืบข่าวมา แล้วถึงได้รู้ว่าบุริศร์รวมหัวกับผู้หญิงคนนั้นมาหลอกผม เป้าหมายก็เพื่อร้านค้าทำเลทองครึ่งหนึ่งที่อยู่ในมือผม พวกคุณว่า เขาชั่วร้ายหรือเปล่าล่ะ?”
เจตต์ยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ ไม่ได้สังเกตเห็นว่าขวัญตากำลังหักข้อนิ้วมือดังกรอกอยู่เลยสักนิด
นรมนพยายามกะพริบตาให้เจตต์อย่างเต็มที่ แต่เจตต์กลับดูไม่รู้เรื่อง
“นรมน ตาของคุณเป็นอะไรไปเหรอ?”
คำพูดของเขาเพิ่งพูดจบ ขวัญตาก็หยิกลงตรงเอวของเจตต์ทีหนึ่งเลย
“โอ๊ย……”
เจตต์เจ็บจนร้องตะโกนขึ้นมาทันทีเลย
“ที่รัก คุณทำอะไรนะ?”
ขวัญตากัดฟันกรอกพูดขึ้นว่า “ดีเลยนี่เจตต์ เมื่อก่อนเคยผ่านศึกมาอย่างโชกโชนเลยนี่ จะเล่าให้ฉันฟังไหมล่ะว่าคุณกับแฟนสาวผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์คนนั้นรักกันยังไง? หึ? แถมยังสามารถทำให้คุณยกทรัพย์สินในบ้านออกไปโดยที่ไม่ตรวจสอบเลยสักนิดด้วย ห๊ะ?”
แล้วเจตต์ถึงรู้ตัวขึ้นมา
“ไม่ใช่นะ พวกคุณต่างหากที่พยายามจะรู้เรื่องพวกนี้ให้ได้ ผมถึงได้พูดออกมาไม่ใช่เหรอ? แล้วอีกอย่าง นั่นมันก็เป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้วด้วย ไม่ได้มีแฟนเก่ามาตั้งนานแล้ว คุณ คือว่าอะไรนะ......”
“อะไร อะไร? ร้านค้าทำเลทองตั้งครึ่งถนนเลยนะ เจตต์ คุณนี่มันไอ้คนล้างผลาญ! ถ้าคุณไม่ขายออกไป ตอนนี้แม่ก็เป็นเจ้าของร้านค้าทำเลทองครึ่งถนนแล้ว!”
ขวัญตาเอามือเท้าเอวไว้แล้วจ้องเจตต์เขม็ง
ความเกลียดในใจเจตต์นั้นมัน!
ไอ้บุริศร์ตัวดี!
แกรอฉันไปก่อนเถอะ!
แต่ว่าตอนนี้ก็จะต้องปลอบใจคุณภรรยาให้ดีก่อน สำคัญที่สุด
บุริศร์เห็นว่าเจตต์เริ่มง้อขวัญตาแล้ว ถึงได้ยื่นแขนออกไปโอบกอดนรมนไว้ แล้วยิ้มและพูดขึ้นว่า “พวกเราไปกันก่อนเถอะ”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ เผื่อว่าพวกเราอยู่ด้วย เจตต์จะไม่กล้าจูบขวัญตา”
บุริศร์ได้ยินนรมนพูดแบบนี้แล้ว ก็พูดประชดประชันขึ้นว่า “ผู้ชายคนนี้จะไม่กล้าด้วยเหรอ? คุณยกย่องเขาเกินไปแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้นรมนไม่มีทางที่จะโต้เถียงกลับได้
ทั้งสองคนสิบนิ้วประสานกันแล้วก็ค่อย ๆ เดินออกไป
นรมนถามขึ้นอย่างรู้สึกสงสัยอยู่บ้างว่า “ตอนนั้นทำไมคุณจะต้องวางหลุมพรางแบบนี้กับเจตต์ด้วยคะ?”
“ถ้าหากเขาไม่เอาร้านค้าขายให้ผม เขาก็จะมีสิทธิ์ในการพูดครึ่งหนึ่ง แล้วตอนนั้นผมอยากจะทำให้ถนนเส้นนี้กลายเป็นถนนห้วยยางถนนเส้นที่หรูหราที่สุดในเมืองชลธี แต่ว่าความคิดของเจตต์ในตอนนั้นคืออยากจะทำที่นี่ให้กลายเป็นย่านธุรกิจ ในขณะที่ความคิดเห็นสวนทางกัน ผมก็เลยต้องใช้ความฉลาดเพื่อให้ได้มา แล้วอีกอย่าง ผมก็ยังเหลือไว้ให้เขาสองร้านไม่ใช่เหรอ? ก็ถือได้ว่าเป็นการดูแลเขาแล้ว ไม่งั้นละก็ เขาจะไม่เหลือสักร้านเลย”
บุริศร์พูดไปอย่างเรียบเฉยและมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก จนทำให้นรมนไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว
เอาเถอะ เจตต์เขาเจ้าชู้เอง ตัวเองโง่เอง โทษคนอื่นไม่ได้จริง ๆ แต่ว่านรมนเองก็มองบุริศร์ชัดเจนแล้ว
ผู้ชายคนนี้ปฏิบัติต่อคนอื่นแล้ว ไม่ไว้หน้าสักนิดเลยจริง ๆ
ทั้งสองคนเดินเล่นไปอย่างช้า ๆ เจตต์และขวัญตาที่อยู่ข้างหลังตามมาทันอย่างรวดเร็ว แต่ว่าสีหน้าของขวัญตายังคงแดงอยู่บ้าง เจตต์กลับมีสภาพพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ชายคนนี้นี่
นรมนส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ว่ามุมปากกลับคลี่ขึ้นอยู่
เป็นแบบนี้แล้วรู้สึกดีจริง ๆ เลย
ทั้งสี่คนได้เข้าไปที่ร้านทอง
พวกแหวนอะไรพวกนั้นของขวัญตา เจตต์ล้วนตั้งใจสั่งทำมาจากต่างประเทศ นรมนเองก็ไม่แย่งหน้าที่นี้