ตอนที่ 1135
บทที่ 1135 โดนคนบางคนแบล็กเมล์แล้ว
October 31, 2026
นรมนก้มหน้าลงไปดู ก็เห็นว่าเป็นสายเข้าของขวัญตา ในใจก็มีความกังวลมากขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งทันที
“ถ้าไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ เดี๋ยวผมคุยให้เอง”
บุริศร์รู้ว่าตอนนี้นรมนมีความรู้สึกอะไรอยู่ในใจ เธอคงจะกลัวว่าเจตต์จะเป็นทุกข์ในใจ แล้วเวลาแบบนี้จะลากขวัญตาออกมาช้อปปิ้งคงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
นรมนกลับส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ค่ะ ฉันคิดว่าตอนนี้เจตต์ควรจะออกมาเดินเล่นสักหน่อย”
“ฮือ?”
บุริศร์รู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง
นรมนยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “เพราะว่ามีคุณอยู่ไงคะ คุณเป็นน้องเขยของเขา แน่นอนว่าจะต้องพูดให้เขาคลายทุกข์ได้อยู่แล้วใช่ไหม?”
บุริศร์ยังจะพูดอะไรได้อีก?
ในเมื่อภรรยาผู้เป็นใหญ่ได้มอบหมายหน้าที่ให้เขาแล้ว ยังไงก็จะต้องไปปฏิบัติให้เสร็จ ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าเจตต์ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องให้เขามาปลอบใจ แต่ก็ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวอย่างมากสุดก็พูดคุยด้วยซะหลายประโยคหน่อยก็พอ
“ได้”
บุริศร์พูดขึ้นเสียงเรียบ
พอเห็นว่าบุริศร์ตอบตกลงแล้ว นรมนถึงได้กดรับสายขึ้น
“ขวัญตา ตกลงยังไง?”
นรมนพยายามทำให้น้ำเสียงของตัวเองฟังแล้วเป็นปกติที่สุด
ขวัญตายิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “คนขับรถบ้านฉันตอบตกลงแล้ว ไปกันเถอะ ตอนนี้ฉันแทบอยากจะไปถล่มคุณสักหน่อยแล้ว”
“ท่านจอมยุทธหญิง ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะ”
นรมนพูดล้อเล่นกับขวัญตาไป
หญิงสาวทั้งสองคนหัวเราะอย่างกลมเกลียวไป
บุริศร์เห็นนรมนมีท่าทางที่มีความสุข แล้วในใจก็รู้สึกสบายใจขึ้นมามากเลย ดูท่าแล้วการไม่บอกเรื่องที่เจตต์จัดการเทย่าด้วยมือตัวเองกับนรมนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
หลังจากที่นรมนวางสายแล้วก็จัดการกับตัวเองครู่หนึ่ง ส่วนบุริศร์หยิบเสื้อขนเป็ดขึ้นมาตัวหนึ่งแล้วก็ออกจากบ้านไปพร้อมกับนรมนเลย
ทั้งสองครอบครัวนัดเจอกันที่ปากทางเข้าถนนห้วยยาง
พวกบุริศร์มาถึงเร็วกว่าหน่อยหนึ่ง นรมนเห็นทุกที่ต่างก็ประดับไปด้วยโคมไฟ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง
นี่จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วจริง ๆ
เธอกลับประเทศมาจะครบปีหนึ่งแล้ว
ระยะเวลาหนึ่งปีมานี้ เกิดเรื่องขึ้นเยอะแยะมากมายจริง ๆ แต่ยังดีที่ทุกอย่างยังสามารถคลี่คลายได้เห็นวันที่สดใสได้ ที่สำคัญผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายยังเป็นคนที่ตัวเองอยากได้มาตลอดอีกด้วย
นรมนมีความสุขจนคล้องแขนของบุริศร์เอาไว้
“ทำไมเหรอ?”
บุริศร์เห็นว่าเธออยู่ ๆ ก็มาคล้องแขนตัวเองไว้ ยังนึกว่านรมนจะหนาวซะอีก จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “หรือไม่จะปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นอีกหน่อยไหม? แต่ถ้าทำแบบนี้ละก็อีกเดี๋ยวลงไปอาจจะเป็นหวัดได้ง่ายนะ”
นรมนเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างบุริศร์ต่างก็ทำเพื่อตัวเอง เธอจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ฉันไม่หนาวหรอกค่ะ มีคุณอยู่ข้างกายไม่หนาวเลยสักนิด ฉันก็แค่รู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย ตอนที่ฉันกลับมาใหม่ ๆ ดอกไม้ยังเบ่งบานอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับเกือบจะครบปีแล้ว”
“ใช่ซิ เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ เพราะฉะนั้นพวกเราถึงควรจะอยู่ด้วยกันดี ๆ ในเมื่อเวลามันผ่านไปเร็วมาก”
คำพูดนี้ของบุริศร์พูดได้จนนรมนรู้สึกสบายอกสบายใจเป็นอย่างมากทันที
“ฉันพบว่าปากน้อย ๆ ของคุณยิ่งอยู่ก็ยิ่งหวานแล้ว”
“ภรรยาสอนมาดี”
บุริศร์พูดได้อย่างมีความต้องการเอาตัวรอดสูงมาก
มุมปากของนรมนคลี่ยิ้มขึ้นอยู่ตลอด
เธอเอานิ้วมือของตัวเองประสานไว้กับของบุริศร์แน่น ๆ ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “นี่เรียกว่าสิบนิ้วสอดประสาน ใจประสานใจ”
“อืม”
ขอแค่นรมนมีความสุข บุริศร์ก็ยอมตามใจเธอแล้วเธอแต่จะทำอะไร
ผ่านไปไม่นาน เจตต์และขวัญตาก็มาถึง
เธอพันตัวเองไว้อย่างกับเป็นมัมมี่ตัวหนึ่ง ทำให้นรมนรู้สึกขำขึ้นมาทันทีเลย
“ให้ฉันเดา ที่คุณแต่งตัวมาแบบนี้ คงจะไม่ใช่ว่าที่คอมีร่องรอยอะไรไม่กล้าให้คนอื่นเห็นหรอกนะ?”
ระหว่างที่พูด นรมนก็ยื่นมือไปทางขวัญตาเลย
ขวัญตาจะมายอมให้นรมนแกะผ้าพันคอออกอย่างว่าง่ายได้ยังไง ก็เลยวิ่งไปด้วยแล้วร้องตะโกนไปด้วยว่า “บุริศร์ คุณจะดูภรรยาของคุณได้หน่อยได้หรือเปล่า? นี่มันเป็นอะไรกัน แค่เจอหน้ากันก็จะแกะผ้าพันคอของคนอื่น นี่มันไม่สมปรารถนามาเหรอ? ไปหาสามีคุณไป!”
แต่นรมนกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป วิ่งไล่ไปด้วยแล้วก็หัวเราะไปด้วยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “จะกลัวอะไร ให้คนเขาดูหน่อยซิ แค่ดูนิดหน่อยก็พอแล้ว”
“เฮ้ย! หน้าไม่อายเกินไปหรือเปล่า?!”
ร่างกายของขวัญตานั้นแข็งแรงมาก แต่ว่าก็คำนึงถึงเรี่ยวแรงของนรมน จึงวิ่ง ๆ หยุด ๆ ที่จริงก็แค่เล่นเป็นเพื่อนนรมนเท่านั้น
นรมนวิ่งไปสักพักก็หอบหายใจเบา ๆ ขึ้นมา ก็เลยต้องหยุดลง
“ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว”
“อ๋ายโยว่ ไหนบอกว่าคุณเก่งมากเลยไง ตอนนี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ?”
ขวัญตาพูดกระตุ้นนรมนไป
นรมนมองตาขาวแล้วพูดขึ้นว่า “คุณรอไว้เลยนะ”
“อะไรนะ?”
คำพูดของขวัญตายังพูดไม่จบ นรมนก็โกยหิมะขาว ๆ ที่อยู่อีกข้างหนึ่งขึ้นมาปั้นเป็นก้อน แล้วก็ปามาที่ขวัญตาเลย
“อ๋ายหย่า เฮ้ย! นี่คุณแอบจู่โจมฉันเหรอ!”
ขวัญตาโดนก้อนหิมะตีเข้าอย่างจัง แล้วก็หาก้อนลูกบอลหิมะมาปะทะกลับไปอย่างอัตโนมัติทันที
เด็กสาวทั้งสองคนเล่นสงครามหิมะกันไปราวกับว่ารอบข้างไม่มีผู้คน เสียงหัวเราะที่เหมือนกับเป็นกระดิ่งเงินนั้นได้ดังลอยไปบนท้องฟ้า และดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายขึ้นมาทันที
เจตต์เห็นท่าทางที่มีความสุขของนรมนและขวัญตา ก็อดไม่ได้ที่มุมปากจะคลี่ยิ้มขึ้น
บุริศร์มาถึงข้างกายเขา แล้วพูดขึ้นเสียงเรียบว่า “ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมากแล้วใช่ไหม?”
“อืม”
เจตต์พยักหน้าเล็กน้อย
เขาลงมือจบชีวิตแม่ด้วยมือตัวเอง สำหรับเขาแล้วถือได้ว่าเป็นขั้นหนึ่งที่ก้าวผ่านไม่ได้ แต่ว่าพอได้เห็นภรรยาและน้องสาวของตัวเองสามารถมีความสุขได้ขนาดนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องได้รับการข่มขู่อีก เจตต์ก็รู้สึกว่าที่ตัวเองทำนั้นคุ้มแล้ว
อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงอะไร แล้วก็หันไปมองบุริศร์อย่างรวดเร็ว
“คุณกำลังปลอบใจผมเหรอ?”
“อย่าเข้าใจผิดไป ผมเพียงแค่ปฏิบัติตามหน้าที่เท่านั้น นี่เป็นภารกิจที่ภรรยาผมมอบให้ เธอหวังว่าคุณจะสามารถมีความสุขได้”
หัวคิ้วของเจตต์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“คุณบอกเธอแล้วเหรอ?”