ตอนที่ 1145
บทที่ 1145 บุริศร์ไม่ใช่คนพูดจาส่งเดช
October 31, 2026
เขาจะไม่เข้ามาจริง ๆ ใช่ไหม?
นรมนรู้สึกยุ่งเหยิง สองมือออกแรงดึงผ้าห่ม รู้ว่าตนเองน่าเวทนา
เธอก็แค่กินอาหารขยะไม่ใช่เหรอ?
ต้องถึงขนาดนี้เลย?
อย่างมากเธอก็แค่สารภาพก่อน
คิดถึงตรงนี้ นรมนเลิกผ้าห่มออก เมื่อคิดจะเปิดประตู ประตูก็ถูกบุริศร์เปิดออกจากด้านนอกทันที
“บุริศร์ กลับมาแล้วเหรอ?”
นรมนเปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างเชื่อฟังทันที
เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของภรรยา บุริศร์รู้สึกจุกที่ลำคอ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร
เขาไม่อยากทำลายความสุขของนรมน แต่จะไม่พูดเรื่องของกานต์ก็ไม่ได้
เห็นบุริศร์ไม่สนใจตนเอง และมองตนเองด้วยแววตายุ่งเหยิง นรมนมึนงง
“เมื่อกี้ฉันไม่ได้โกรธคุณจริง ๆ ฉันรู้ คุณเป็นผู้ชาย ดูหนังผู้ใหญ่ไม่ได้ผิดอะไร เอาล่ะ ๆ ฉันยอมรับ เป็นฉันเองที่ทำเป็นเล่นใหญ่ ฉันตั้งใจโกรธให้คุณเห็น นั่นเพราะฉันให้ป้าหวานซื้ออาหารขยะมาให้ กลัวคุณไม่ให้กิน ฉันเลยฉวยโอกาสนี้ทะเลาะ ความจริงแล้วเพื่อจะกินอาหารขยะ ฉันยอมสารภาพแล้วนะ คุณอย่าโกรธได้ไหม?”
บุริศร์อึ้งไปกับคำพูดของนรมน
นี่เขาได้ยินอะไร?
อาหารขยะ?
บุริศร์คิ้วขมวดทันที
“ร่างกายของคุณไม่เหมาะที่จะกินของเหล่านี้”
“ฉันรู้ ๆ แต่มันทนไม่ไหว ฉันสัญญานะ ต่อจากนี้จะไม่กินแล้วโอเคไหม?อย่าขมวดคิ้วแบบนั้นสิ ฉันกลัวนะ”
นรมนกะพริบตาโตมองบุริศร์
บุริศร์ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “นรมน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
“ฉันรู้ คุณจะต้องผิดหวังและโกรธมากเลยใช่ไหม?ขอโทษจริง ๆ ฉันรับรองว่าจะไม่กินอีกแล้ว ฉันรู้ว่าคุณหวังดีกับฉัน หวานเป็นลมขมเป็นยา ฉันเข้าใจ”
ตอนนี้นรมนรีบขอโทษเพื่อเอาชีวิตรอด
บุริศร์หันไปปิดประตูลง ถึงจะเดินมาข้างนรมน เอื้อมมือไปดึงเธอมาไว้ในอ้อมแขน
นรมนตกใจกับการกระทำของเขา
“บุริศร์ คุณเป็นอะไรไป?ฉันรู้ว่าฉันก่อเรื่องวุ่นวาย อาศัยความรักของคุณทำตัวงี่เง่า ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”
“เปล่า คุณจะงี่เง่าอย่างไรผมก็ให้อภัยได้ คุณคือภรรยาของผม คุณทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของผม ผมไม่โกรธ”
บุริศร์เกยคางบนไหล่นรมน
ตอนนี้เขาเปราะบางเหมือนเด็กคนหนึ่ง นรมนไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรทันที
ตนเองแค่แอบกินขนม บุริศร์เป็นอะไรไป?
“บุริศร์ คุณ……”
“นรมน เกิดเรื่องขึ้นกับกานต์”
เดิมทีระหว่างทางบุริศร์คิดอยู่หลายแบบ คิดว่าจะค่อย ๆ พูดเรื่องของกานต์ให้นรมนฟัง แต่หลังจากเห็นนรมนจึงพบว่า ไม่ว่าจะเตรียมตัวอย่างไร เมื่ออยู่ต่อหน้านรมนก็ไร้ประโยชน์
เธอจะกังวล ทุกข์ใจ ควบคุมไม่อยู่ รู้สึกสงสารและเป็นห่วงเหมือนกับตนเอง
คำรื่นหูมากแค่ไหนไม่ดีเท่าพูดออกมาตรง ๆ
เป็นอย่างที่คิด นรมนตัวแข็งทันที จากนั้นผลักบุริศร์ออก ถามอย่างจริงจัง “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ? ฉันฟังไม่ค่อยชัด”
ท่าทางผู้หญิงตัวเล็กขี้อ้อนเมื่อสักครู่ของนรมนหายไป ตอนนี้เธอคือแม่คนหนึ่ง แม่ที่ห่วงใยลูกชาย
บุริศร์ตอบอย่างเจ็บปวด “กานต์เป็นคนส่งหนังผู้ใหญ่นั่นให้ผม!”
“คุณพูดเหลวไหล!”
นรมนเถียงทันที
“บุริศร์ ฉันพูดไปแล้วนะ ฉันไม่สนใจที่คุณดูของพวกนั้น ทำไมคุณต้องใส่ร้ายกานต์ด้วย?เขาเพิ่งจะกี่ขวบ?เด็กสี่ขวบคนหนึ่ง คุณจะบอกว่าเขาดูของแบบนั้นเหรอ?คุณจะบอกฉันว่า ลูกชายของฉันแก่แดดเหรอ?”
นรมนโมโหทันที
บุริศร์รู้ ไม่ว่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อ นี่เป็นสาเหตุที่เขาไม่พูดในนรมนฟังแต่แรก แต่ตอนนี้บุริศร์เห็นนรมนถามเสร็จแล้ว มองเห็นเธออารมณ์แปรปรวนสุด ๆ จำเป็นต้องปลอบโยนเธอ
“คุณฟังผมนะ อย่าเพิ่งใจร้อน เรื่องนี้สำคัญมาก ผมให้ป้าหวานพาคนใช้ทุกคนออกไปซื้อของฉลองปีใหม่แล้ว ตอนนี้ผมจะสรุปสั้น ๆ คุณฟังผมจบแล้วค่อยแสดงความคิดเห็นตกลงไหม?”
บุริศร์หน้าตาจริงจัง นรมนรู้สึกหนักใจ
เธอไม่อยากเชื่อ และไม่กล้าเชื่อ แต่บุริศร์ไม่ใช่คนพูดจาส่งเดช และบุริศร์ยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แบบนี้ นรมนจึงพยักหน้า