ตอนที่ 1146
บทที่ 1146 ไอ้ห่านี้ ทำลูกชายเขาเสียคน
October 31, 2026
“แล้วยังไง?”
บุริศร์รักที่นรมนเป็นแบบนี้มาก แต่ยังไม่เข้าใจว่านรมนต้องการพูดอะไร
นรมนไม่ค่อยเห็นบุริศร์มีท่าทางแบบนี้ เธอเอื้อมมือไปโอบรอบลำคอของเขาอย่างอดไม่ได้ กระซิบว่า “ฉันอยากร่วมมือกับคุณ คุณบอกว่าไม่วางใจที่กล้าณรงค์จะลงมือกับฉัน ฉันเองก็ไม่วางใจคุณกับกานต์ ใครจะรู้ว่ากล้าณรงค์ตั้งใจปล่อยข่าวลือหรือเปล่า บอกว่าจะลงมือกับฉัน บางทีเป้าหมายอาจเป็นพวกคุณ อาจเป็นการหลอกล่อก็ได้?เขาเป็นคนร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ขนาดนั้น คิดว่าสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้ พรุ่งนี้ย้ายไปอยู่กับคุณตากับฉัน ทุกคนอยู่ด้วยกัน แข็งแกร่งกว่าที่เข้าจะโจมตีทีละคนจริงไหม?”
“แต่ช่วงนี้ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของกานต์”
นี่เป็นสิ่งที่บุริศร์กังวลใจ
กานต์มีอนาคตสดใส ถ้าเรื่องนี้เปิดเผยออกไป กานต์ก็จบ อย่างน้อยที่สุดก็หมดโอกาสในอาชีพทหาร
นรมนกล่าวเสียงเบา “ไม่เป็นไรหรอก แค่บอกว่ากานต์ต้องเข้าร่วมการฝึกพิเศษ ทุกวันวันละชั่วโมงกว่าก็พอ ไม่มีใครสงสัยหรอก”
“แต่ว่า……”
นรมนรู้ว่าบุริศร์กังวลเรื่องอะไร เธอกล่าวว่า “อันที่จริงไม่ต้องรบกวนป้องก็ได้”
“หมายความว่าอะไร?”
บุริศร์งง
นรมนสูดหายใจเข้าลึก “ครอบครัวของเรามีคุณหมอที่พร้อมให้การรักษากานต์ได้”
“ใครเหรอ?”
“กิจจา”
นรมนพูดออกมา บุริศร์ตกใจทันที
“นรมน นี่คุณล้อเล่นหรือเปล่า? กิจจาเพิ่งจะกี่ขวบ? และโรคหลายบุคลิกนี้ต้องใช้การสะกดจิตนะ”
“ฉันรู้ ฉันโทรไปหามิลินแล้ว เธอบอกฉันว่า การสะกดจิตของกานต์นั้นยอดเยี่ยมมาก หลังจากรามิลโดนเปิดโปงว่าปลอมตัวเป็นตรินท์ มิลินบอกว่ากิจจาเริ่มวิจัยโรคหลายบุคลิกกับการสะกดจิต แต่เพราะเขาไม่ได้อยู่กับพวกเราตลอด พวกเราจึงรู้เรื่องของกิจจาน้อยมาก อย่างเรื่องที่ฉันถูกพิษ ใครจะคิดว่าคนช่วยฉันจะเป็นกิจจา?ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังเด็ก แต่พวกเราไม่สามารถดูถูกเขาได้ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก”
บุริศร์ทอดถอนใจกับคำพูดของนรมนทันที
“ถ้าหากว่า……”
“ไม่มีถ้าหาก คุณก็รู้ความผูกพันของกิจจากับกานต์ โดยเฉพาะหลังจากย้ายไป กิจจาพักอยู่กับกานต์ ถึงจะทำการรักษาอะไรก็สะดวกจริงไหม?โพนี่ใกล้จะคลอด เดิมทีป้องก็ยุ่งอยู่แล้ว ฉันคิดว่ากิจจาไว้ใจได้มากกว่า”
นรมนพูดอย่างจริงจังสุด ๆ
บุริศร์ลังเลใจ
“โธ่เอ๊ย คุณสามี คุณไม่ต้องคิดแล้ว ฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของกานต์นะ ฉันจะทำร้ายกานต์ได้เหรอ?”
“ก็จริง”
ในที่สุดบุริศร์ก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของนรมน แต่เขายังคงหน้านิ่วคิ้วขมวด ทำให้นรมนแปลกใจ
“คุณยังไม่อะไรไม่เข้าใจอีกไหม?”
“สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ ไม่คิดว่าบุคลิกที่สองของกานต์จะส่งหนังผู้ใหญ่ให้ผมได้ นี่มันเรื่องอะไรกัน?ตามหลักแล้วถึงแม้จะแยกบุคลิกที่สองออกมา ก็ควรจะเป็นบุคลิกภาพที่มีอายุเดียวกันไม่ใช่เหรอ?ไม่น่าจะแยกเป็นบุคลิกภาพของผู้ใหญ่?”
บุริศร์กลุ้มใจมาก
นรมนกลับนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“คุณยังจำตอนที่กานต์แฮกมือถือของเจตต์ได้ไหม?”
“ทำไมเหรอ?”
บุริศร์งง ไม่ได้คิดถึงอะไร
นรมนกระแอมไออย่างลังเล “คือว่า ตอนนั้นที่กานต์แฮกมือถือของเจตต์ ในมือถือมีหนังผู้ใหญ่เหล่านั้นอยู่ ตอนนั้นกานต์จะบันทึกเอาไว้หรือเปล่า?หรือจะบอกว่าหลังจากลบทิ้งเขาสามารถกู้คืนได้?”
บุริศร์สีหน้าเปลี่ยนทันที
“คุณหมายความว่าเจตต์ทำให้ลูกชายพวกเราเสียคน?”
“พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก ในบรรดาคนที่เคยถูกกานต์แฮก เจตต์เป็นคนที่ค่อนข้างไว้ใจได้ หรือจะพูดว่าในใจของกานต์ใช้ลักษณะของเจตต์เป็นที่ระบาย เนื่องจากบุคลิกภาพหลักของกานต์นิ่งเกินไป รู้จักคิดเกินไป ความจริงควรจะอึดอัดใจมาก แต่กานต์กลับไม่เป็นแบบนั้น เขาชิว ๆ สบาย ๆ ร่าเริง เหมือนไม่สนใจเรื่องอะไร บางทีกานต์ที่กดดันมากเกินไปก็ต้องการระบายเหมือนกับเจตต์ ดังนั้นจึงทำเรื่องเหล่านี้ตามวิถีของเจตต์”
นรมนก็แค่คาดเดา แต่ไม่มีใครรู้จักลูกดีกว่าแม่ นรมนคิดว่าตนเองน่าจะพอเดาถูก
ดังนั้นไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปที่ตอนลูกเป็นเด็กจะแก่แดดและรู้จักคิดมากไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัจฉริยะที่มีไอคิวสูงเช่นนี้
บุริศร์ฟังนรมนอธิบาย รู้สึกว่าพอมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ในใจกลับโกรธเคืองเจตต์
ไอ้ห่านี้
ทำลูกเขาเสียคน!
แค้นนี้ต้องชำระ
บุริศร์กระซิบในใจ จากนั้นถามว่า “ตอนนี้ทำไงดี?กานต์ยังอยู่กับป้อง พวกเราจะไปรับเขากลับมาไหม?”
“เอาสิ คุณรอฉันก่อนนะ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”
นรมนรีบลุกขึ้น
เธอคือแม่ของกานต์ ตอนนี้ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีทางให้บุริศร์ไปรับเขาคนเดียว
บุริศร์คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ จึงรอนรมนเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างอดทน
ป้าหวานและคนอื่น ๆ กลับมากันแล้ว
บุริศร์ให้พวกเขาเบิกค่าของปีใหม่ แจ้งพวกเขาว่าคืนนี้เริ่มหยุดปีใหม่ได้เลย ในขณะเดียวกันก็ให้โบนัสปลายปีแก่พวกเขาด้วย
แต่ละคนมองบุริศร์แจกซองแดงหนาเป็นพิเศษด้วยความตื่นเต้นดีใจ พูดอวยพรมากมายให้แก่บุริศร์สองสามีภรรยา จากนั้นต่างคนต่างกลับห้องไปเก็บของ
บุริศร์กับนรมนสวมเสื้อโค้ตเรียบร้อย ขับรถมาที่บ้านของป้อง
เนื่องจากโพนี่กำลังท้องจึงง่วงนอนเล็กน้อย กำลังหลับอยู่
นรมนก็ไม่ได้รบกวนเธอ เข้าไปในบ้านเงียบ ๆ
กานต์เพิ่งตื่นขึ้นมาจากการสะกดจิตได้ไม่นาน รู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่มีเรี่ยวแรง ใบหน้าขาวซีด
นรมนมองเห็นเขาแล้วสงสาร
“ลูก ลูกรู้สึกยังไงบ้าง?”