ตอนที่ 1147
บทที่ 1147 ความไว้วางใจอย่างแท้จริง
October 31, 2026
คิดแบบนี้ นรมนกำลังจะวางสาย แต่คมทิพย์รับสายพอดี
“นรมน? มีอะไรหรือเปล่า?”
ทางฝั่งคมทิพย์หอบแฮก ๆ
นรมนอิจฉาความกระปรี้กระเปร่าของคมทิพย์ทันที ดูเหมือนนานแล้วที่ตนเองไม่ได้เหงื่อออกแบบนี้
“เธอทำอะไรอยู่? ฟังเหมือนกำลังออกกำลังกายอยู่เลย”
นรมนยิ้มถาม
คมทิพย์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว ฉันกำลังฝึกเต้นอยู่ ครูริชาร์ดบอกว่ารูปร่างของฉันไม่ค่อยดี เพิ่งเพิ่มคลาสร่างกายให้ฉัน ช่วงนี้เธอเป็นไงบ้าง ?ฉันยุ่งเหมือนลูกข่างเลย ไม่มีเวลาโทรหาเธอ”
นรมนไม่สบอารมณ์
“อืม ฉันก็ยุ่งเหมือนกัน”
“เอาล่ะ ๆ อย่าโกรธนะ อีกไม่กี่วันฉันจะกลับไปเลี้ยงข้าวเธอ ใกล้จะปีใหม่แล้ว ปีนี้ฉันกับพฤกษ์อาจจะไปร่วมกับครอบครัวพวกเธอด้วย เธอก็รู้ พวกเราไม่มีญาติที่ไหน ถ้าพวกเธอไม่ว่าอะไร ฉลองปีใหม่ด้วยกันไหม?”
คมทิพย์ยังคงหัวเราะ แต่ฟังออกว่า คมทิพย์ชอบชีวิตในตอนนี้มาก และกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา
นรมนยิ้ม “ตกลง แต่พวกเราจะย้ายไปฉลองปีใหม่ที่คฤหาสน์ของคุณตา ทุกคนอยู่กันครบ พวกเธอก็มา คนเยอะคึกคักดี”
“โอเค อย่ารังเกียจที่ฉันรบกวนก็พอ แค่นี้ก่อนนะ ครูสอนเต้นเรียกฉันแล้ว วางก่อนนะ เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่ บาย——”
นรมนได้ยินเสียงตู๊ด ๆ ยิ่งอดรู้สึกว่างเปล่าและหดหู่ไม่ได้
เธอก็อยากเป็นผู้หญิงแกร่ง!
นรมนปฏิญาณในใจ ก็เห็นบุริศร์ออกมาจากห้องของป้อง
“เป็นไงบ้าง?”
เธอรีบถาม
บุริศร์กับป้องตอบ “ ไม่มีอะไร ผมสอบถามความชำนาญทางการแพทย์ของกิจจาแล้ว สามารถช่วยกานต์ได้”
“นั่นก็ดีเลย”
นรมนวางใจลง
ทั้งสามคนคุยกันต่อ กานต์กับปวีราเดินออกมา
เห็นได้ชัดว่าปวีราอาลัยอาวรณ์กานต์มาก ส่วนกานต์ก็ปลอบโยนเธอเหมือนสุภาพบุรุษตัวน้อย ท่าทางอ่อนโยนเป็นพิเศษ
นรมนรู้สึกว่ากานต์ไม่เคยอ่อนโยนแบบนี้กับตนเอง
เฮ้อ ทำไมจู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนลูกชายที่ตนเองเลี้ยงมาจะถูกคนอื่นแย่งไป?
บุริศร์เห็นนรมนหดหู่ จึงรีบกุมมือของเธอ “คุณมีผมนะ”
เสียงของเขาไม่ดัง แต่เพียงพอให้นรมนได้ยินชัดเจน
ความหดหู่ของนรมนได้รับการปลอบโยนทันที
หลังจากกานต์ร่ำลากับปวีรา นรมนกับบุริศร์ก็พาเขากลับบ้าน
กิจจาก็รับกมลกลับมา
ในขณะนี้ บ้านตระกูลโตเล็กมีความครึกครื้น
“พี่ ช่วยฉันหน่อยสิ”
เมื่อกมลเห็นกานต์ก็รีบเข้าไปหา ตื๊อให้เขาช่วย
นรมนคิดถึงสถานการณ์ของกานต์ตอนนี้ จึงอดพูดกับกมลไม่ได้ “กมล พี่เขาเหนื่อยอยู่ ลูกให้พี่เขากลับห้องไปพักก่อนดีไหม?”
“หา พี่ไม่สบายเหรอ? ทำไมหน้าตาดูแย่แบบนี้?”
กมลเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของกานต์ดูไม่ดี
กานต์กลับพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย”
“งั้นพี่ไปนอนก่อนเถอะ รอพี่ตื่นแล้วฉันค่อยไปหา”
กมลพูดแล้วก็ผลักกานต์เข้าไปพักผ่อนในห้อง
สำหรับการบังคับด้วยความหวังดีของน้องสาว กานต์ไม่อาจปฏิเสธได้ ทำได้เพียงไปพักผ่อนในห้องนอน
กิจจาถูกบุริศร์เรียกไปที่ห้องหนังสือ
หลังจากกมลออกมา ไม่เห็นกิจจา จึงรีบถาม “หม่ามี้ พี่กิจจาล่ะ?”
“แด๊ดดี้มีธุระคุยกับพี่กิจจา มา เล่าให้หม่ามี้ฟังหน่อย เล่นที่บ้านคุณอาอรรณพสนุกไหม?”
“ไม่สนุก”
กมลนั่งลงบนโซฟาอย่างหดหู่ ทำปากมุ่ย “ไอราคนนั้นป่าเถื่อนเกินไป หนูไม่ชอบเธอ”
“ทำไมถึงไม่ชอบเหรอ?หม่ามี้กลับคิดว่าไอราตรงไปตรงมา น่ารักมากเลยนะ”
นรมนนั่งลงข้างกมล
เธอไม่ได้รับความสนใจจากกานต์แล้ว จะไม่ได้รับความสนใจจากกมลอีกไม่ได้
กมลได้ยินนรมนพูดชมไอรา ปากยิ่งมุ่ยกว่าเดิม
“แต่หนูไม่ชอบเธอ”
นรมนเห็นลูกสาวไม่สบอารมณ์ จึงอดกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่ได้ “ให้แม่เดานะ เป็นเพราะไอรามีทักษะป้องกันตัวดีกว่า กมลเลยไม่ชอบเธอใช่ไหม?เพราะตนเองสู้ไม่ได้เลยไม่ชอบเขาใช่ไหม?”
“หม่ามี้ หม่ามี้พูดแบบนี้กับลูกสาวตัวเองได้ยังไง?”
กมลถูกพูดแทงใจ เธอหดหู่มาก
นรมนลูบศีรษะของกมล “ลูกรัก ความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลูกไม่จำเป็นต้องเอาจุดอ่อนของตัวเองไปเปรียบเทียบกับจุดแข็งของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โลกใบนี้มีคนเก่งมากมาย พวกเราแค่ทำตัวเองให้ดี รักษาจิตใจให้สงบ อย่าอิจฉา อย่าให้ความอิจฉาทำให้ตนเองแย่ หนูคือเจ้าหญิงน้อยที่เป็นเด็กผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาของหม่ามี้”
“จริงเหรอคะ?ในสายตาของหม่ามี้ หนูคือเจ้าหญิงน้อยที่สวยที่สุด?”
กมลเอียงคอถามนรมน
“แน่นอนจ้ะ ลูกคือลูกรักของหม่ามี้ เป็นลูกรักตลอดไป”
คำพูดของนรมนเอาใจกมลอย่างเห็นได้ชัด
เธอก้มหน้าลงอย่างอาย ๆ “ขอโทษค่ะหม่ามี้ หนูผิดไปแล้ว หนูไม่ควรอิจฉาไอรา เธอเก่งมากจริง ๆ ส่วนพริมาก็เก่งมาก คิดไม่ถึงว่าเธอจะเก่งคอมพิวเตอร์เหมือนกับพี่ชาย หนูอยากรู้ว่าถ้าเธออยู่กับพี่ชาย อยากรู้ว่าใครจะเก่งกว่ากัน”
“เมื่อกี้หม่ามี้ไม่ได้พูดกับลูกหรือไง?อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่น ทำตัวเองให้ดีก็พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกมลของบ้านเราน่ารักที่สุด เฉลียวฉลาด นี่คือจุดแข็งของกมล จริงไหม?”
“ใช่แล้ว หนูยังกินเก่งมาก! กินจุมาก!ไอรากับพริมากินได้ไม่เก่งเท่าหนู!”
กมลพูดออกมา นรมนอยากร้องไห้ทันที