ตอนที่ 1182
บทที่ 1182 หมัดเดียวเห็นเลือด
October 31, 2026
คำถามแบบนี้ทำให้บุริศร์รู้สึกอึ้งไปครู่หนึ่ง
เขานึกว่าธรณีเห็นรูปวาดของชินทรแล้วจะคิดถึงชินทรขึ้นมา แต่คิดไม่ถึงว่าคำพูดของธรณีจะเปลี่ยนแปลงไปเร็วขนาดนี้
“อารองเหรอครับ?”
บุริศร์ถามกลับไปประโยคหนึ่งอัตโนมัติ
อยู่ ๆ เขาก็นึกออก พี่ใหญ่ของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาคือพ่อของนรมน ส่วนธรรศคืออาสาม และธรณีคืออาเล็ก เหมือนกับว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องอารองจากตระกูลทวีทรัพย์ธาดามาก่อน หนำซ้ำทั้งคนทั้งชื่อก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
“คนคนนี้โดนลบชื่อออกไปจากตระกูลเรานานแล้ว นานจนพวกเราเกือบจะจำเขาไม่ได้แล้ว หรือกระทั่งฉันรู้สึกมาตลอดว่าในบ้านเรามีแค่พวกเราสามคนพี่น้องเท่านั้น”
ธรณียิ้มขมขื่นขึ้น แล้วดูดบุหรี่แรง ๆ ทีหนึ่ง แต่กลับสำลักขึ้นมา แล้วก็ไอติดต่อกันไม่หยุด
บุริศร์รินน้ำจากข้าง ๆ มาให้เขาแก้วหนึ่ง
ธรณีดื่มน้ำไปคำหนึ่ง แล้วข่มอาการไอครู่หนึ่ง จากนั้นก็จ้องมองรูปวาดเต็มผนังแล้วก็พูดขึ้นว่า “ที่จริงพี่รองก็เป็นเหมือนกับพี่ใหญ่ ชอบวาดรูปเหมือนกัน ชอบท่องเที่ยวชอบถ่ายรูป และเขายังชอบความเป็นอิสระมากกว่า และที่สำคัญพี่ใหญ่กับพี่รองเป็นพี่น้องฝาแฝดกันด้วย”
คำพูดนี้ทำให้บุริศร์อึ้งไปครู่หนึ่ง
ฝาแฝดเหรอ?
นี่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลยจริง ๆ
ธรณีจ้องมองความสงสัยของบุริศร์ แล้วก็ยิ้มและพูดขึ้นว่า “ดูจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาพูดแล้ว ที่นรมนสามารถคลอดลูกแฝดชายหญิงออกมาได้ ทุกคนต่างก็นึกว่าเป็นกรรมพันธุ์มาจากตระกูลโตเล็กของพวกนาย แต่ใครจะไปรู้ละว่าตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของเราก็มีกรรมพันธุ์ฝาแฝดเหมือนกัน เพียงแต่ว่าโอกาสที่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจะมีฝาแฝดนั้นไม่เยอะ เพราะฉะนั้นถึงไม่มีใครรู้เรื่องมากเท่าไหร่”
บุริศร์ไม่ได้พูดแทรก
เรื่องนี้มันเกินความคาดหมายไปบ้าง แต่ว่าก็ไม่ได้ยอมรับได้ยาก
ก็จริงอยู่ ถ้าในตระกูลของนรมนไม่มีกรรมพันธุ์ฝาแฝดถ่ายทอดมา ถึงแม้จะเป็นกรรมพันธุ์ฝาแฝดที่ถ่ายทอดมาจากทางเขา ก็ไม่แน่ว่านรมนจะสามารถคลอดลูกฝาแฝดออกมาได้
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงลูกคนที่นรมนแท้งไป
นั่นก็เหมือนกับว่าจะเป็นแค่การท้องลูกคนเดียว
เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะมีกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดมา ก็ไม่แน่ว่าทุกครั้งจะตั้งท้องฝาแฝดได้
บุริศร์ไม่พูดอะไร แล้วธรณีก็พูดต่อว่า “พี่ใหญ่กับพี่รองเป็นฝาแฝดกัน นี่เป็นเรื่องที่ตอนนั้นทำให้พ่อฉันกับแม่ฉันดีใจแทบแย่ พ่อฉันเป็นคนที่ชอบชีวิตในกรมทหารคนหนึ่ง หนำซ้ำยังรู้สึกว่าคลอดลูกชายออกมาก็ควรจะต้องฝึกฝนให้เป็นทหารตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นพอรู้ว่าจะมีลูกชายสองคน พ่อฉันก็ดีใจแทบแย่ เขาเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองคนมาด้วยตัวเอง พี่ใหญ่เป็นคนค่อนข้างเงียบขรึม และเชื่อฟัง แต่พี่รองกลับเป็นคนค่อนข้างดื้อด้าน ซุกซน และก็ไม่ได้สนใจต่อการอบรมสั่งสอนของพ่อมาตลอดเลย”
“แม่ของฉันรู้สึกว่าลูกชายสองคน มีคนหนึ่งรับช่วงหน้าที่การงานของพ่อต่อก็พอแล้ว พี่ใหญ่เงียบขรึม แล้วก็เชื่อฟัง บิดาก็เลยคาดหวังกับเขาไว้สูงมาก ในทางกลับกันพี่รองนั้น แม่ของฉันรู้สึกว่าพี่รองแค่มีความสุขก็พอแล้ว ก็เลยไม่ได้บังคับให้เขาทำเรื่องที่ไม่ชอบ”
บนใบหน้าของธรณีมีแววทุกข์ใจพาดผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง
บุริศร์ดับไฟบุหรี่ที่เกือบจะติดถึงก้นแล้วในมือลง
เขาจ้องมองธรณี แล้วก็ถามขึ้นว่า “หรือว่ารูปที่อยู่ในนี้จะไม่ใช่รูปของพ่อตาผม? แต่เป็นของอารองเหรอครับ?”
ธรณีอึ้งไปครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าบุริศร์จะถามแบบนี้ ว่ากลับส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่อยู่แล้ว พี่ใหญ่ไม่ใช่คนต่ำช้าที่จะไปแอบอ้างผลงานของผู้อื่น ภาพวิวพวกนี้พี่ใหญ่เป็นคนวาด แต่ว่าภาพคนพวกนี้พี่รองเป็นคนวาด”
คำพูดนี้ทำให้บุริศร์อึ้งไปเล็กน้อย
เหมือนกับว่าเขาจะเคยได้ยินนรมนพูดมาก่อน ว่าชินทรนั้นวาดรูปวิวทิวทัศน์เป็นหลักมาตลอด และวาดรูปผู้คนน้อยมาก รูปคนเพียงคนเดียวที่วาดก็คือรูปแม่ยายคิมเท่านั้น
คำพูดของธรณีในตอนนี้ทำให้บุริศร์รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
“รูปคนมีแค่คนคนเดียว”
“ใช่ คือพี่สะใภ้ใช่ไหมล่ะ?”
ธรณีจ้องมองบุริศร์ ยิ้มขมขื่นแล้วก็ถามขึ้นว่า “นายคิดว่าพี่ใหญ่เลิกกับพี่สะใภ้แล้วไปเป็นทหารเพื่อวงศ์ตระกูลจริง ๆ เหรอ?”
“ความหมายของอาคือ พ่อตาและอารองตกหลุมรักแม่ยายพร้อมกัน แล้วพ่อตาก็ยอมถอยออกมาให้เหรอครับ?”
หัวสมองของบุริศร์หมุนวนอย่างรวดเร็ว
ธรณีจะไม่พูดก็ไม่ได้ว่า บุริศร์นั้นฉลาดเป็นอย่างมาก
“เมื่อก่อนทั้งฉันและพี่สาม รวมทั้งคนทั้งบ้านต่างก็คิดแบบนี้ จนกระทั่งวันนี้ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนกับพี่สะใภ้เปี๊ยบมาหาฉัน ฉันถึงได้รู้สาเหตุ”
คำพูดของธรณีพูดมาถึงตรงนี้ บุริศร์ก็พอเดาออกได้แล้ว
“เธอคือนงลักษณ์ เป็นคุณป้าใหญ่ของนรมน เป็นพี่สาวฝาแฝดของแม่ยาย”
“ดูท่าเรื่องที่นายและนรมนรู้จะมีไม่น้อยเลยนะ”