ตอนที่ 1185
บทที่ 1185 เพราะว่าคุณคือคุณ มันก็แค่เท่านี้
October 31, 2026
“ผมหมายถึงอย่างนั้นซะที่ไหนล่ะ? แค่ล้อคุณเล่นเท่านั้น โกรธจริง ๆ แล้วเหรอ?”
พอเห็นภรรยาน้อยใจ บุริศร์ก็หยอกล้อเธอขึ้นมาทันที
นรมนกลับหัวเราะพรืดขึ้นมาทันที
“ฉันก็ล้อคุณเล่นเหมือนกันค่ะ”
“ดีนี่ เดี๋ยวนี้รู้จักแกล้งทำให้ผมตกใจแล้วใช่ไหม? หึ?”
บุริศร์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง พอเห็นในดวงตาของภรรยามีแววซุกซนกะพริบผ่านไป ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจั๊กจี้เธอที่ใต้รักแร้
“ไม่เอา! ฮา ฮา! จั๊กจี้!”
นรมนรีบวิ่งหนีขึ้นมาทันที
“อย่าหนีนะ! ถ้าวันนี้ไม่จัดการคุณสักหน่อย ผมดูท่าคุณจะซุกซนจนเสียคนแล้ว”
บุริศร์แสร้งทำเป็นดุ แล้วก็วิ่งไล่ตามนรมนขึ้นมา
นรมนจะไปกล้าให้เขาตามทันได้ยังไง?
วิ่งไปด้วยแล้วก็หัวเราะไปด้วย เสียงหัวเราะที่ไพเราะเด่นชัดนั่นดังอยู่ในค่ำคืนที่ว่างเปล่าฟังแล้วช่างเสนาะหูยิ่งนัก
ธรณีจ้องมองเงาร่างของบุริศร์และนรมนวิ่งไล่กันห่างออกไปเรื่อย ๆ จากหน้าต่าง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคลี่มุมปากยิ้มขึ้น
“ตอนนี้นรมนมีชีวิตอย่างกับเด็กคนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าบุริศร์ดีกับเธอมากจริง ๆ”
“ประธานบุริศร์ดีกับคุณหนูมากจริง ๆ ครับ”
ไม่รู้ว่าพ่อบ้านจัดการธุระเสร็จแล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และมายืนอยู่หลังธรณี และจ้องมองดูพวกบุริศร์และนรมนไปด้วย
“เมื่อกี้ฉันยังกลัวว่านรมนจะเสียใจเพราะว่าเรื่องของพี่รอง นี่แค่ผ่านไปนานแค่ไหนเอง? ก็อารมณ์ดีขนาดนี้แล้ว ดูท่าบุริศร์จะมีวิธีเอาอยู่จริง ๆ”
พ่อบ้านนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “คุณชายสี่ครับ ทำไมคุณไม่ให้คุณหนูเข้าร่วมกับเรื่องนี้ด้วยครับ? เป็นเพราะว่ากลัวคุณชายรองจะคิดไม่ซื่อกับคุณหนูเหรอครับ?”
ดวงตาของธรณีขรึมลงหลายส่วน แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ตอนนี้พี่รองอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้ อยู่ที่ประเทศFสถานะจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่ชัดเจน ถ้าอยู่ ๆ นรมนก็ไป แล้วทั้งสองคนเกิดต่อสู้กันขึ้นมา มันก็จะคือการเข่นฆ่ากันเอง และอีกอย่างผู้หญิงอย่างนงลักษณ์ก็ลึกซึ้งจนยากที่คาดเดาได้ ที่เธอมาหาฉัน นายนึกว่าแค่มาบอกเล่าเรื่องราวเมื่อตอนนั้นให้ฉันรู้เหรอ? เธอบอกว่าติดค้างพี่สะใภ้คิมไว้ทั้งชีวิต ก็เลยมาบอกเล่าเรื่องราวให้ชัดเจน เพื่อจะได้คือความจริงให้พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ หึ! คำพูดแบบนี้นายเชื่อเหรอ? คนก็ตายไปแล้ว คืนความจริงให้แล้วมีประโยชน์อะไร”
สมองของพ่อบ้านหมุนไม่ค่อยทันเท่าไหร่
“คุณชายสี่ งั้นคุณว่าเธอมาพูดเรื่องพวกนี้ที่บ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเพื่ออะไรกันครับ?”
“เพื่ออะไรเหรอ? เพื่อยืมคนมั้ง ขอแค่พวกเรารู้ว่าพี่รองยังมีชีวิตอยู่ ก็จะต้องส่งคนไปตามหาเบาะแสของพี่รองที่ประเทศFแน่ แต่พอคนของเราเหยียบลงบนแผ่นดินประเทศFปุ๊บ ก็จะต้องโดนเธอเอาไปใช้เป็นประโยชน์แน่ พอถึงตอนนั้นเธอมาพูดว่าคนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเราเป็นกองหนุนของเธอ นายรู้สึกว่าผู้นำของประเทศFจะเชื่อเธอหรือว่าเชื่อพวกเราล่ะ?”
พอคำพูดนี้ของธรณีพูดออกไป สีหน้าของพ่อบ้านก็เปลี่ยนไปทันที
“ก็จะต้องเชื่อเธออยู่แล้ว! ผู้หญิงคนนี้นี่เจ้าเล่ห์มากจริง ๆ”
ดวงตาของธรณีมีแววเยือกเย็นกะพริบผ่านไป
“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงต้องการให้คนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเข้าไปแทรกในประเทศF แต่ว่าพี่รองยังไงฉันก็ยังต้องตามหาอยู่แล้ว ตอนนั้นพ่อพลีชีพไปกะทันหัน ท่านจึงไม่ค่อยรู้เรื่องการตัดขาดของพี่รองนัก แต่ว่าแม่รู้ดี หลายปีมานี้ พี่รองเป็นบาดแผลที่อยู่ในใจของแม่มาตลอด เพียงแต่แค่ไม่ได้เอ่ยมาตลอดก็เท่านั้น หลังจากที่พี่ใหญ่พลีชีพแล้ว แม่ก็ยิ่งขังตัวเองไว้ในห้องหลายวันไม่ยอมออกมา จนสุดท้ายได้หมดสติไปเพราะว่าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันจนต้องส่งตัวไปช่วยเหลือฉุกเฉินที่โรงพยาบาล เวลานั้นแม่น่าจะคิดถึงพี่รองมาก ที่จริงหลายปีมานี้ แม่ไม่เคยยอมแพ้ที่จะตามหาเบาะแสของพี่รองเลย แต่น่าเสียดายตอนนั้นพี่รองไม่ได้บอกเราไว้ว่าไปประเทศไหน แล้วใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะไปประเทศF? จนแม่เสียชีวิตไป แล้วมีการรายงานข่าวที่ใหญ่โตมากขนาดนั้น แต่พี่รองก็ไม่ปรากฏตัวออกมา ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาน่าจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว และคิดไม่ถึงว่าจะยังสามารถมีข่าวคราวของเขาได้อีก เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไงฉันก็จะต้องตามหาพี่รองกลับมาให้ได้ ไม่ว่าตอนนี้เขาจะเป็นยังไง มีสถานะอะไรอยู่”
มือของธรณีกำเข้าหากันแน่น
พ่อบ้านรู้จักนิสัยของธรณี และตอนนี้ก็ไม่พูดอะไรแล้ว ขอแค่คุณชายสี่สั่งมา เขาก็จะรีบไปทำตาม
หลังจากที่บุริศร์และนรมนหยอกเล่นกันไปพักหนึ่งแล้ว ร่างกายก็ไม่หนาวมากแล้ว
ใบหน้าของเธอดูแดงระเรื่อ มองไปแล้วก็ดูมีเสน่ห์น่ารักมาก
“ขึ้นรถเถอะ บนรถมีเครื่องปรับอากาศ”
บุริศร์จูงมือนรมนไปขึ้นรถ
ทั้งสองคนเปิดเครื่องปรับอากาศในรถขึ้น จากนั้นก็จ้องมองซึ่งกันและกัน แล้วอยู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
เมื่อกี้พวกเขาเหมือนอย่างกับเป็นเด็กเลย
“คุณนี่นะ คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยเลย พวกเราจะไปโรงพยาบาลกันแล้ว”
บุริศร์หัวเราะขึ้นหัวเราะจาง ๆ ความรักและเอ็นดูที่ระหว่างคิ้วใช้ได้ดีกับนรมนมาก
ตอนที่ทั้งสองคนขับรถมาถึงโรงพยาบาลนั้น ได้เป็นเวลากลางคืนแล้ว คนในโรงพยาบาลก็น้อยลงไปเยอะ
บุริศร์จูงมือนรมนเอาไว้แล้วก็มาถึงห้องหน้าห้องไอซียูที่ปาณีอยู่อย่างรวดเร็ว
นภดลนั่งอยู่ตรงนั้น และจ้องมองไปข้างในอย่างเป็นกังวล หัวคิ้วขมวดกันแน่น ตอนที่รู้สึกว่ามีคนมาก็รีบเงยหน้าขึ้นมาทันที แล้วก็เห็นว่านรมนจูงมือบุริศร์เดินเข้ามา
นรมนจ้องมองนภดลที่อยู่ตรงหน้า
ไรหนวดของเขาขึ้นมาแล้ว ในดวงตาก็มีเส้นเลือดฝอยแดงชัดขึ้น เห็นได้ชัดว่าน่าจะไม่ได้พักผ่อนดี ๆ หรือจะพูดว่าตั้งแต่ที่ปาณีโดนยิง เขาก็อาจจะไม่ได้พักผ่อนเลย
“ปาณียังสบายดีไหม?”
นรมนเปิดปากพูดขึ้น
นภดลส่ายหน้า แล้วพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดว่า “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หมอบอกว่ากระสุนยิงทะลุกระดูกไหล่ อาจจะเป็นแผลเป็น และที่สำคัญต่อไปแขนขวาอาจจะอ่อนแรง เวลาวันฝนตกก็อาจจะปวดด้วย”
ตอนที่พูดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของนภดลมีความสงสารและความซับซ้อนที่ไม่รู้ว่าคืออะไรพาดผ่านไป
นรมนสามารถมองออกได้ว่า นภดลนั้นชอบปาณีอยู่ เพียงแต่แค่คนคนนี้ค่อนข้างยึดติดอยู่กับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับฉัตรยาที่ตายไปแล้วเท่านั้น
คนเห็นแก่คำสัญญาไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ว่าจะชดใช้ด้วยทั้งชีวิตของตัวเองไม่ได้
นรมนจ้องมองนภดล แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเล็กน้อยว่า “ทั้ง ๆ ที่ปาณีสามารถมีชีวิตแบบอื่นได้ ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเธอชอบนาย เธอก็คงจะไม่มาบังกระสุนให้นาย เรื่องนี้ฉันคิดว่าฉันไม่ต้องพูดนายก็น่าจะรู้แล้วนะ”
“ผมรู้ครับ ผมจะไม่ทำให้เธอเสียใจครับ”
อยู่ ๆ นภดลก็ตัดสินใจได้ซะที
ในใจนรมนรู้สึกโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง
เธอรู้ว่านภดลเป็นคนดื้อด้าน ถ้าได้ทำการตัดสินใจอะไรไปแล้วก็จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ มาวันนี้การเสียสละของปาณีเขาก็เห็นกับตาแล้ว และเพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มีความรู้สึกกับปาณีอยู่แล้ว และการบาดเจ็บครั้งนี้ก็ยิ่งมาผลักดันความรู้สึกให้กับทั้งสองคน ในจุดนี้ทั้งบุริศร์และเธอต่างก็มองเห็นได้ชัดเจน
แต่ว่านรมนก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ความรักกับการสำนึกในบุญคุณนั้นจะเอารวมกันไม่ได้นะ นภดล ถ้านายไม่รักเธอ ก็อย่ามาให้คำมั่นสัญญาอะไรง่าย ๆ บุญคุณมันมีวิธีที่จะทดแทนได้มากมาย วิธีที่จะใช้ร่างกายมาทดแทนนั้นเป็นวิธีที่โง่เขลา แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่ปาณีอยากจะได้ด้วย นายต้องรู้ไว้นะ ว่าสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดคือความรักที่บริสุทธิ์เท่านั้น ไม่ใช่เงินทองของนาย ไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่การงานของนาย เพียงแค่นายเป็นนาย แค่เท่านั้น”