ตอนที่ 1199
บทที่ 1199 ยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้เหรอ?
October 31, 2026
หลังจากกิจจาลงมา กมลยัดของอร่อยให้เขาทันที ทำให้แววตาของเขาผ่อนคลายลง
“ขอบคุณนะกมล”
กิจจายิ้มบางๆ แต่กลับจริงใจมาก
กานต์แค่เพียงเหลือบมอง ไม่ได้พูดอะไร นับวันยิ่งเข้าใจวิธีของกมล
น้องสาวคนนี้ อาจจะกลัวกิจจาไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นในครอบครัวจึงปฏิบัติต่อกิจจาอย่างเอาใจใส่เช่นนี้ ส่วนเขาพี่ชายคนนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล จึงไม่ได้สนใจ
รสชาติแบบนี้เจ็บปวดเกินบรรยาย
กานต์เข้าไปเก็บของในห้อง
กิจจาคุยเล่นกับกมล นรมนไม่ได้เข้าไปร่วม ปล่อยทั้งคู่ไปเก็บของ ส่วนตนเองมาที่ห้องรับแขก
คุณท่านตนุวรกำลังคุยกับบุริศร์อยู่ ท่าทางมีความสุขมาก
นึกถึงนงลักษณ์ที่ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่รู้ว่าอยู่ไหน นรมนกดดัน แต่ยังฉีกยิ้มเดินเข้าไป
“คุณตา ฉันกับบุริศร์จะพาลูกๆ ออกไปเที่ยว ช่วงนี้ถ้าคุณตามีเรื่องอะไรไปหาอาธรณีของฉันได้เลยนะคะ
“ไม่ใช่ว่าตระกูลพรโสภณไม่ได้ใคร วางใจเถอะ ฉันมันก็แค่คนแก่ ไม่มีใครคิดร้ายกับฉันหรอก พวกเธอออกไปต้องระวังตัวให้ดี อย่าทำตัวเป็นจุดเด่นมากเกินไป พยายามดูแลตัวเองเข้าใจไหม?”
คุณท่านตนุวรสีหน้าเป็นห่วง
นรมนพยักหน้า สุดท้ายแล้วเรื่องของนงลักษณ์ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากอย่างลังเล สุดท้ายกลืนลงไป
รอหานงลักษณ์เจอแล้วค่อยพูด
นรมนหรี่ตาเล็กน้อย
บุริศร์เห็นท่าทางของเธอ แน่นอนรู้ว่าเธอคิดอะไร หลังจากพูดกับคุณท่านตนุวรอีกไม่กี่คำจึงเดินไปหานรมน
“ไปเถอะ พวกเรากลับไปเก็บของ”
“ค่ะ”
นรมนตามบุริศร์ขึ้นไปชั้นบน
ความคิดของนรมนจดจ่ออยู่กับนงลักษณ์ ถึงแม้ผู้หญิงคนนี้จะไม่ได้ดีมาก แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ ชีวิตขมขื่นที่เธอเล่าก่อนหน้านี้ทำให้นรมนไม่สบายใจและเห็นใจ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอยู่หรือตาย เธอยิ่งไม่สบายใจ
บุริศร์เพิ่งจะเข้ามาในห้องก็พูดเบาๆ : “ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ คุณเก็บของด้วย”
“ค่ะ”
นรมนไม่สงสัยเขา เดินไปด้านข้างเริ่มเก็บของ
หลังจากบุริศร์เข้ามาในห้องน้ำ คุกเข่าลงไปบนพื้น
ปวดหัวแทบจะระเบิด
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ครั้งนี้ปวดหัวหนักมาก ถ้าไม่ใช่เพราะความอดทนอันน่าทึ่งของเขา ตอนนี้เกรงว่าจะมีพิรุธต่อหน้านรมนแล้ว
บุริศร์ปวดจนแทบจะร้องโอดโอย เหมือนในสมองมีอะไรจะทะลักออกมา
แผ่นหลังของเขาชุ่มเหงื่อ เสื้อเชิ้ตของเขาเปียกโชก ใบหน้าขาวซีด เห็นแล้วน่าตกใจสุดๆ
เขากัดฟันแน่นกลับระงับความเจ็บปวดที่โจมตีไม่ไหว แต่ยังก้าวไปเปิดฝักบัวอย่างรวดเร็ว เสียงน้ำไหลดังไปทั่วห้องอาบน้ำ เขาจึงสามารถซุกซ่อนความเจ็บปวดได้ชั่วคราว
เขาล้มลงพื้นทันที ขดตัว กอดศีรษะเอาไว้ ต่อต้านอย่างเงียบๆ
“บุริศร์ คุณจะเอาชุดลำลองไปกี่ชุด ไม่ได้ร่วมงานเลี้ยง ชุดสูทไม่ต้องเอาไป โอเคไหม?”
เสียงไถ่ถามของนรมนดังมาจากด้านนอก มีความนุ่มนวล พร้อมกับความอ่อนนุ่ม ในสมองบุริศร์กลับได้ยินเลือนรางมาก ราวกับมาจากสมัยโบราณกาล
บุริศร์
นรมนถามอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ เดินไปที่ประตูห้องอาบน้ำ
“คุณหยิบเองได้เลย”
เสียงของบุริศร์อ่อนแรง แววตามีความเยือกเย็นขึ้นมาแวบหนึ่ง
“อืม ได้”
นรมนได้ยินเสียงบุริศร์จึงเดินกลับไป
มือของบุริศร์บีบต้นขาด้านในแน่น ความเจ็บปวดรุนแรงไม่อาจต้านทานความปวดศีรษะที่แทบจะแยกเป็นเสี่ยงๆ ได้
เขาหอบ สุดท้ายเลิกต่อต้าน หวังว่าความเจ็บปวดจะสามารถผ่านไปอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายความเจ็บปวดกลับไม่ลดลงสักนิดเดียว จนแม้แต่เหมือนเป็นน้ำท่วมฉับพลัน
ความเจ็บปวดครั้งนี้รุนแรง ทำให้บุริศร์รับมือไม่ทัน เขาอยากจะพูดอะไร สุดท้ายกลับไม่มีโอกาส
ราวกับมีภาพผุดขึ้นในสมอง พร้อมกับเลือดสีแดงสด ราวกับชมฉากสังหาร คนนับไม่ถ้วนถูกยิง สังหารโหด คนแก่ เด็ก ผู้ชาย ผู้หญิง เสียงร้องไห้มากมายแต่ไม่สามารถต่อต้านได้
ความโกรธในใจผุดขึ้นมาทันที อย่างรุนแรง อยากจะเข้าไปแทนที่ แขวนคอปีศาจร้ายที่สังหารคนทั้งหมดถึงจะพอใจ
ความโกรธแค้นที่เหมือนกับปีศาจร้ายลอยขึ้นฉับพลัน ไหลเวียน ซัดสาดอยู่ในใจไม่หยุด จากนั้นยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งแข็งแรงขึ้น ทั้งตัวเหมือนถูกลากลงไปในนรกชั้นสิบแปด เผชิญกับความทรมานและการเฆี่ยนตีอย่างไร้มนุษยธรรม ทำให้คนรับไม่ไหว
“อ๊าก!”
จนในที่สุดบุริศร์ทนไม่ไหว ร้องคำราม หมดสติไป
นรมนอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงแว่ว เหมือนเสียงคำรามอย่างอดกลั้น กลับมีเสียงน้ำแทรกจึงได้ยินไม่ชัดเจน
“บุริศร์ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
นรมนรีบไปถามตรงประตูห้องอาบน้ำ แต่ข้างในมีแค่เพียงเสียงน้ำไหล ไม่มีเสียงอย่างอื่นดังออกมา
หัวใจเจ็บปวดทันที
นรมนรีบเปิดประตูห้องอาบน้ำ กลับพบว่าล๊อคเอาไว้
บุริศร์อยู่ในบ้านตัวเองยังต้องล๊อคประตูอีกเหรอ?