ตอนที่ 1200
บทที่ 1200 เวลากำลังหมดลง
October 31, 2026
หลังจากกิจจากลับมาที่ห้องนอน คุกเข่าลงบนพื้นดังตึ้ง เหงื่อบนหน้าผากหยดลงมา
เป็นแบบนี้ได้ยังไง?
เขาวิ่งไปที่ตู้หนังสือหยิบหนังสือโบราณที่ได้มาจากหมู่บ้านดารายนทันที พลิกค้นหาทีละหน้า กลัวจะพลาดอะไรไป น่าเสียดายอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ไม่เห็นวิธีการแก้ไขใดสามารถแก้อาการของบุริศร์ได้
เห็นได้ชัดว่าบุริศร์โดนวางยาพิษ!
แต่ยาพิษนั้นกลับไม่ได้วางในเวลาอันสั้น แต่สะสมมาหลายปี
เป็นไปได้อย่างไร?
แด๊ดดี้สุขภาพดีมากมาตลอด โดยเฉพาะถึงแม้จะถูกวางยา ถึงแม้จะเป็นยาพิษเรื้อรังก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ถูกพบ
หลายปีที่ผ่านมา ข้างกายบุริศร์มีป้อง ไม่มีทางไม่พบว่าเขาถูกพิษอย่างแน่นอน แต่ทำไมถึงไม่พบมัน?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่เขาจับชีพจร ในใจหวาดกลัวอย่างสยดสยอง
เกรงว่าพิษเข้าไปถึงอวัยวะภายในแล้ว
จะพูดกับหม่ามี้อย่างไร?
จะกล้าพูดกับเธอได้อย่างไร?
ตอนนี้แด๊ดดี้ถูกพิษอะไรก็ไม่รู้ เขาควรทำอย่างไร?
กิจจาคนตัวเล็กไม่มีวิธีใดเลย
แต่ก่อนเจอเรื่องแบบนี้ เขาจะโทรหามิลินเป็นอันดับแรก แต่ตอนนี้เขาทำได้ไหม?
ตอนนี้ไม่แน่ชัดว่ามิลินเป็นมิตรหรือศัตรู หากใช้โอกาสนี้ทำร้ายตระกูลโตเล็ก ทำร้ายแด๊ดดี้ ทำร้ายหม่ามี้จะทำอย่างไร?
กิจจาสับสน
ทางฝั่งของนรมนไม่ใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็นอะไร
ใบหน้าบุริศร์เป็นสีหน้าม่วงอย่างไร้ชีวิต ถ้าบอกว่าเป็นอาการเจ็บเส้นประสาทธรรมดาไม่ใช่แน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายของเขาเย็นสุดๆ ถึงแม้ในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศสามสิบองศา ถึงแม้ตนเองจะเหงื่อแตก แต่บุริศร์ยังคงมีน้ำค้างแข็งที่ริมฝีปากในระหว่างที่หายใจเหมือนเดิม
ใช่แล้ว
น้ำค้างแข็ง
เหมือนกับลมหายใจสีขาวของคนที่จู่ๆ ออกไปข้างนอกในฤดูหนาว
ถึงแม้เธอจะไม่ได้เรียนมา ในเวลานี้ก็รู้ว่าผิดปกติ
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้บุริศร์เหมือนถูกฝันร้ายเล่นงาน คิ้วขมวดแน่น ประหนึ่งกำลังแบกรับความเจ็บปวดมหาศาล กลับดิ้นไม่หลุด
“บุริศร์ บุริศร์คุณได้ยินไหม? ฉันเองนรมน คุณตื่นสิ”
นรมนตะโกนอย่างร้อนใจ แต่คนที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนถูกมัดไว้อีกโลกหนึ่ง ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุดจากการผูกมัด
เหมือนกับบุริศร์จะได้ยินเสียงนรมน เขาอยากลืมตา อยากจะออกจากฝันร้าย แต่ไม่สามารถทำได้
ตรงหน้าเขามีแต่ซากศพอยู่ทุกที เลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ศพแต่ละกองตรงหน้าเขาปรากฏเป็นฉากโหดเหี้ยมที่สุด
วินาทีนี้เขาถึงตระหนักได้ชัดเจนว่าถูกลอบสังหาร การเข่นฆ่าอย่างทารุณนี้ถึงแม้เขาจะอยู่ในภวังค์แห่งความตายก็สัมผัสถึงความหวาดกลัวและเจ็บปวด
ในอากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด กลิ่นเหม็นมาก
ทันใดนั้นมีเสียงคำสั่ง ไม่รู้ว่าใครสั่งให้จุดไฟ ในชั่วข้ามคืน ศพเหล่านั้นถูกเผาเรียบ
กลิ่นเหม็นเต็มโพรงจมูก
เขาคิดจะทำอะไร กลับทำไม่ทันแล้ว ทำได้เพียงมองศพเหล่านั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน จากนั้นลมพัดมา ผงสีขาวปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า เหมือนกับวิญญาณที่ผูกอาฆาตต่างคำรามข้างหู สะอื้นไห้ ทำให้คนหวาดกลัว
เพลิงขนาดใหญ่เผาผลาญสามวันสามคืน สุดท้ายถูกทำลายจนเกลี้ยง
มีคนปลูกดอกไม้และต้นไม้บนเถ้ากระดูก
เวลาเหมือนกระสวยทอผ้า ผ่านไปหลายปี ดอกไม้และต้นไม้ตรงนี้เจริญงอกงาม สีแดงสีเขียวสดใส กลับเห็นได้ชัดว่าด้านล่างเป็นกองซากกระดูก
บุริศร์หายใจไม่ออกอย่างทรมาน
คนด้านในเหล่านั้นที่ถูกฆ่า ดูเหมือนเป็นสายเลือดเดียวกับเขา ความเศร้าสุดขีดทำให้เขารับไม่ไหว อ้วกออกมาเป็นเลือดทันที แทบจะเป็นลมไป ก็ได้ยินเสียงคนถอนหายใจเบาๆ : “เกลียดเหรอ?โกรธเหรอ?นี่ควรจะเป็นวงศ์ตระกูลของแก ถูกคนฆ่าซะเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักเส้นเดียว แกมีชีวิตที่ดีอย่างไม่แยแสแบบนี้ได้ยังไง?ทำได้ยังไง?หรือแกลืมไป?ว่าแกมีสายเลือดของคนตระกูลดารายน แกลืมแล้วจริงเหรอ?ลืมไปแล้วเหรอ?”
เสียงไถ่ถามนั้นเหมือนคำสาปแช่งรบกวนใจเขา ทำให้เขาดิ้นไม่หลุด เหมือนเงาตามตัว
นรมนมองเห็นร่างของบุริศร์กระตุกอย่างรุนแรง เมื่อกำลังคิดจะพูดอะไรเพื่อดึงเขาออกมาจากฝันร้าย ก็เห็นหางตาของเขามีน้ำตาไหลออกมา ทำเอานรมนตื่นตระหนกทันที
บุริศร์เป็นคนอย่างไร?
สติปัญญาของเขา ความแข็งแกร่งของเขาทำให้เขาน้ำตาไหลน้อยมาก
ตอนนี้ไม่รู้ว่าขณะที่ไม่ได้สติต้องเจอกับอะไร คิดไม่ถึงว่าจะร้องไห้?
ตอนนี้นรมนตกใจกลัวจริงๆ มองบุริศร์อย่างใจลอย ในขณะนี้ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ทางฝั่งกิจจายังคงลังเล สับสน ควรจะโทรหามิลินดีไหม?
มิลินเป็นผู้ชำนาญด้านการใช้ยาพิษ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นคนของหมู่บ้านดารายน การศึกษาหนังสือโบราณเล่มนี้เกรงว่าจะสูงกว่าเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเขา แต่สามารถฝากชีวิตของบุริศร์ไว้ในมือของมิลินได้ไหม?
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มิลินไม่ได้มาเมืองชลธีเพราะเขา งั้นเพราะอะไร?
กิจจาไม่รู้แน่ชัด กลับคิดไม่ออกมาตลอด
เขาเอื้อมมือหยิบยารักษาอาการเจ็บเส้นประสาทของบุริศร์ จากนั้นไปในห้องนรมน
เมื่อนรมนเห็นกิจจากลับมา สีหน้าเคร่งขรึม กดดันขึ้นหลายเท่า
“กิจจา ลูก……”