ตอนที่ 1202
บทที่ 1202 ถ้าฉันไม่ต้องการสิ่งนี้ล่ะ?
October 31, 2026
กิจจาไม่มีการแสดงออกอะไรกับคำตอบของมิลิน หลังจากเก็บโทรศัพท์ก็เดินมาตรงหน้านรมน
นรมนยังถูมือบุริศร์อยู่ คิดว่าทำแบบนี้จะทำให้เขาอบอุ่นขึ้นนิดหน่อย แต่ไอร้อนทั้งร่างกายบุริศร์เหมือนถูกแช่แข็ง ไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางทำให้เขาอบอุ่นได้
“หม่ามี้ เธอตกลงแล้ว เดี๋ยวจะมา คุณออกไปรอเถอะครับ”
ขอบตากิจจาบวมจนเจ็บปวดเนื่องจากน้ำตาไหล
เขาทนเห็นเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้ มันทำให้เขานึกถึงพ่อตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
คนที่ปลอมตัวเป็นตรินท์คนนั้น
เขาสะสมความรู้สึกจริงใจจากแก่นแท้กับเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนสุดท้ายที่เสียชีวิต
หัวใจกิจจาปั่นป่วนอย่างรุนแรง
เขาห้ามให้คนในครอบครัวตัวเองเกิดอุบัติเหตุอีก ห้ามเด็ดขาด แม้ว่าต้องทำเรื่องอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องคนในครอบครัว เขาก็ไม่สนเรื่องอื่น
ไม่ใช่ฟังไม่ออกถึงความกริ้วโกรธและความรู้สึกแย่ของมิลิน และไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจความรู้สึกมิลินโดยสิ้นเชิงจริงๆ แต่เขาไม่สนใจเรื่องอื่น
บอกว่าขู่ก็ได้ บอกว่าอะไรก็ได้ เขาแค่หวังว่าคนในครอบครัวจะไม่น้อยลงอีกก็พอแล้ว
กิจจาไม่รอให้นรมนตอบ พูดแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไป
นรมนมองแผ่นหลังกิจจา ไม่รู้ควรพูดเกี่ยวกับเด็กคนนี้อย่างไรดี มักรู้สึกว่าเด็กคนนี้แบกความรับผิดชอบที่ไม่ใช่ของตัวเองไว้บนร่างกายตัวเองทั้งหมด
เธอกลัวกิจจาเป็นแบบนี้จะยากลำบากเกินไป แต่ตอนนี้กลับไม่รู้ว่าตัวเองยังพูดอะไรบางอย่างให้ดีขึ้นได้บ้าง
การเดินออกไปของกิจจาทำให้ภายในห้องเหลือเพียงบุริศร์และนรมนสองคน
เธอถูมือบุริศร์ สีหน้าแววตาไม่ได้ตื่นตระหนกแบบตอนแรก และมีความสงบมากขึ้น
ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะยากลำบากก็ดี เหยียบย่ำกระดูกข้างหน้าก็ดี เธอก็จะตามเขาไป โดยไม่เจ็บแค้นและเสียใจภายหลัง
นรมนทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นสองสามองศา
คลื่นความร้อนกระทบใบหน้าเธอ ทำให้ทั้งร่างเธอเหงื่อไหล แต่นรมนเห็นร่างบุริศร์ยังไม่มีท่าทางจะบรรเทาลง ก็รู้สึกเสียใจอย่างช่วยไม่ได้
มิลินมาเร็วมาก ไม่รู้ว่าอยู่ละแวกนี้หรือมีวิธีการอื่นๆ เธอไม่สน และไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้
เมื่อกิจจาเห็นมิลินมาถึง สีหน้าก็เหมือนปกติ เอ่ยเรียก “อาจารย์” อย่างเรียบๆ
กานต์รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย ในดวงตามีความจริงจัง
ความสงสัยที่กิจจามีต่อมิลินเขาก็รู้ แต่ตอนนี้กลับเรียกมิลินมา นั่นแสดงว่าอาการคุณบุริศร์แย่มาก
เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ทันที พูดกับกิจจาว่า “พี่ แหวนฉันล่ะ?”
ตอนแรกที่กานต์รับแหวนมาจากมือป้าโอก็ไม่รู้ว่าสิ่งของนั้นมันดีอย่างไร ต่อมาเพื่อไปตามหาหนังสือโบราณเล่มนั้นที่หมู่บ้านดารายน กานต์เอาแหวนนั้นให้โสธร ต่อมาโสธรกับนรมนแสดงละครร่วมกันออกมา ทำให้คนอื่นนึกว่าโสธรหักหลังนรมน แหวนวงนี้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ไม่มีใครรู้ แหวนวงนี้อยู่ในมือกิจจา
นี่มันอยู่ในมือกิจจากได้อย่างไร คนอื่นไม่รู้ แต่กานต์รู้ โสธรให้คนเอาไปให้กิจจา
เดิมทีแล้วคิดว่ากิจจาเป็นลูกศิษย์มิลิน มิลินเป็นคนของหมู่บ้านดารายน และกิจจาก็ยังเป็นพี่ใหญ่ของกานต์ ดังนั้นให้กิจจาก็เหมาะสมที่สุดแล้ว
หลังจากกิจจาเอากลับมาแล้วก็คืนให้กานต์ น่าเสียดายตอนนั้นกานต์ขี้เกียจเก็บสิ่งนี้ไว้ เลยให้กิจจาช่วยเก็บมัน
ในตอนนี้เห็นมิลินมาที่นี่แล้ว ถึงไม่รู้ว่าแหวนวงนี้มันมีความหมายอะไรกับป้าโอ แต่สามารถทำให้ป้าโอมอบแหวนวงนี้กับกานต์เป็นมรดกตกทอดก่อนตายได้ กานต์รู้สึกว่ามันไม่ใช่ของธรรมดา
คนอื่นอาจจะมองอะไรไม่ออก แต่มิลินที่เป็นคนของหมู่บ้านดารายนเหมือนกันจะมองไม่ออกเหรอ?
ประเด็นนี้กานต์ไม่กล้ายืนยัน แต่ก็จะลองเสี่ยงดู
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องปกป้องคุณบุริศร์ก่อนเสมอ
กิจจาไม่รู้ว่าชั่วขณะหนึ่งกานต์คิดอ้อมค้อมเยอะมากขนาดนี้ แค่เมื่อได้ยินกานต์ในตอนนี้พูดถึงแหวนวงนั้น ความคิดเดียวคือนั่นเป็นของของหมู่บ้านดารายน บางทีอาจจะมีประโยชน์กับบุริศร์ เป็นไปได้มากทีเดียวว่าพิษนี้มันแพร่กระจายมาจากแหวน?
แต่ไม่จริงสิ แหวนวงนี้เหมือนบุริศร์ไม่ได้สัมผัสมันมาก่อน
กิจจาคิดไปคิดมาก็ไม่มีทางเข้าใจ แต่ก็ยังหยิบแหวนวงนั้นออกมาจากกระเป๋าอย่างราบรื่น ส่งให้กานต์ต่อหน้ามิลินอย่างเคร่งขรึม
“อยู่นี่”
เมื่อมิลินเห็นแหวนวงนั้นดวงตาก็หดลง อารมณ์ที่ไม่เข้าใจผ่านไปทันที
“แหวนวงนี้……”
“ยายโอของผมก่อนตายทิ้งไว้ให้แด๊ดดี้ แต่ผมชอบมันเป็นพิเศษ แด๊ดดี้เลยให้ผมเอามาเล่น มันทำไมเหรอครับ?”
กานต์ไม่ได้บอกว่าแหวนวงนี้เอาให้เขา แต่บอกว่าให้บุริศร์ มันทำให้ใบหน้ามิลินมีการครุ่นคิดอะไรบางอย่างโดยทันที
“เขาอยู่ที่ไหน?”
ในขณะนี้ มิลินมีความกังวลเล็กน้อย
ถึงแม้กิจจาไม่รู้ว่าแหวนวงนี้มีประโยชน์อะไร แต่ตอนนี้เมื่อเห็นว่าทำแบบนี้ก็เข้าใจแล้วว่ากานต์จงใจ
แต่แบบนี้ก็เป็นผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการเช่นกัน แน่นอนว่าไม่คิดแล้วว่าทำไม
“อยู่ทางนี้ครับ”
กิจจารีบพามิลินขึ้นไปข้างบน
คุณท่านตนุวรสงบเยือกเย็นอยู่มุมหนึ่งในห้องรับแขกตลอดเวลา ไม่มีความรู้สึกถึงการมีอยู่ แต่กำลังไตร่ตรองอย่างไม่แน่ใจ
“โตษิน เกิดอะไรขึ้นกับบุริศร์?”
“อาการปวดประสาทกำเริบครับ คุณชายกิจจาเป็นลูกศิษย์ของมิลิน ตอนนี้เรียกเธอมาน่าจะมาดูอาการให้ประธานบุริศร์ล่ะมั้งครับ? ยังไงแล้วการปวดประสาทมันน่าทรมานมาก”
เรื่องที่บุริศร์ปวดประสาท ไม่ใช่ความลับในครอบครัว
ถึงแม้คุณท่านตนุวรรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่คำพูดโตษินไม่มีปัญหา แค่ขมวดคิ้วพูดขึ้น “ให้คนไปเตรียมซุปบำรุงเลือดลมหน่อย อาการปวดประสาทนี้จะรุนแรงหรือไม่รุนแรง ถ้ามิลินรักษาบุริศร์ให้หายดีได้จริงๆ น้ำใจนี้ก็ต้องจำเอาไว้”
“ครับ คุณท่าน”
โตษินไปสั่ง