ตอนที่ 1247
บทที่ 1247 ภรรยาผมทำอะไรก็ถูกทั้งนั้น
October 31, 2026
หลังจากลูกน้องได้รับคำสั่งก็รีบไปสืบหาอย่างรวดเร็ว
เกวลินที่อยู่ในห้องหลังจากได้ยินคำพูดนี้ ภายในใจก็สั่นไหว
เธอจะเป็นน้องสาวแท้ๆของทรรศยาได้เหรอ?
เกวลินไม่รู้ แต่ในใจค่อนข้างตื่นเต้น
ตั้งแต่เด็กเธอก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของตนเองเป็นใคร เธอมาจากไหน ตั้งแต่ที่เริ่มรู้เรื่องรู้ราวเธอก็อยู่ในสถานสงเคราะห์ที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติที่มีนัยน์ตาสีฟ้าผิวสีขาวแล้ว ส่วนเธอก็เหมือนคนต่างชนชาติที่โดนรังแก จนกระทั่งเธอได้พบกับบุณพจน์
ตอนนี้ไม่นึกว่านรมนจะสงสัยว่าเธอเป็นน้องสาวแท้ๆของทรรศยา สายเลือดเดียวกันงั้นเหรอ?
ถ้าเป็นจริง งั้นเธอทำอะไรลงไปล่ะ?
ไม่คิดว่าเธอจะแทงพี่เขยของเธอด้วยมือของตนเอง!
ตอนนี้เขาเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้
ใจของเกวลินเริ่มกระวนกระวายใจ ร้อนรนบ้างแล้ว
นรมนตั้งใจพูดอย่างนี้ที่หน้าห้องของเกวลิน
สิ่งที่เธอต้องการก็คือความไม่สบายใจของเกวลิน ความละอายใจของเกวลิน ถ้าสุดท้ายยืนยันว่าเธอเกี่ยวข้องกับทรรศยาจริงๆ บางทีวินเซนต์อาจจะได้รับการช่วยเหลือ
ไม่ว่ายังไง วินเซนต์คือเพื่อนที่ดีที่สุดของบุริศร์ ตอนนี้วินเซนต์กลายเป็นอย่างนี้ ในใจของบุริศร์ก็ทนไม่ได้ ถ้าพอจะช่วยบุริศร์แบ่งเบาได้ นรมนไม่หลบเลี่ยงอยู่แล้ว
หลังจากทำเรื่องทั้งหมดเสร็จ นรมนกลับมาที่ห้องนอน พบว่าบุริศร์ตื่นแล้ว
เขามองผ้าพันแผลที่พันใหม่บนข้อมือของตนเอง ขมวดคิ้วแน่น ท่าทีเหมือนหงุดหงิดมากอย่างนั้น
“ยังเจ็บอยู่ไหม?”
นรมนมาถึงข้างกายเขาอย่างรวดเร็ว ยื่นมือออกไปแตะๆที่หน้าผากของเขา
อุณหภูมิไม่ได้สูงมาก
ใจของเธอถึงผ่อนคลายลงได้บ้าง
บุริศร์มองนรมน นึกถึงท่าทีก่อนหน้านี้ของตนเอง จึงถามขึ้นเบาๆ “คุณยกผมเข้ามาเหรอ?”
“หาคนมาช่วย ตอนนี้คุณยังไม่สบายตรงไหนอีกไหม?”
บุริศร์ส่ายหัว
เขาไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกว่าไม่สบายตรงไหน แต่กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ร่างกายผ่อนคลายดีมาก
เพียงแต่ความรู้สึกนี้จะพูดกับนรมนยังไงล่ะ
นรมนยังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ จึงพูดขึ้นเบาๆ “ฉันไปตามหมอมาดูคุณหน่อย”
พูดแล้วเธอก็จะออกไป แต่กลับโดนบุริศร์ดึงข้อมือเอาไว้ทันที แค่ดึงนรมนก็เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแล้ว
นรมนร้องออกมาด้วยความตกใจ บุริศร์โอบเอวบางๆเอาไว้ โดนกักตัวให้นั่งอยู่บนต้นขาของเขา
บรรยากาศที่มีเลศนัยอย่างนี้ทำให้สีหน้าของนรมนแดงระเรื่อ
“คุณทำอะไร? ปล่อยฉัน เดี๋ยวจะโดนแผลของคุณนะ”
“ผมไม่ปล่อย”
บุริศร์กอดนรมนแน่นเหมือนคนพาลๆแล้วพูดขึ้น “ปัญหาของผมหาหมอไม่มีประโยชน์หรอก”
“งั้นก็ต้องแก้ไขสิ คุณไม่รู้นี่นา ว่าเมื่อกี้คุณทำให้ฉันตกใจจะแย่ พิษกู่ทองคำในร่างกายของคุณก็เหมือนระเบิดที่คาดเดาไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่? เอาออกมาจะรู้สึกปลอดภัยกว่าหน่อยนะ”
นรมนคิดอย่างนี้ แล้วทำไมบุริศร์ถึงไม่คิดอย่างนี้ล่ะ?
แต่จะกำจัดพิษกู่ทองคำ เรื่องนี้ไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไงจริงๆ
“เรื่องนี้ผมจะค่อยๆค้นหาดู”
“ฉันรอไม่ไหวแล้ว บุริศร์”
เสียงของนรมนเด็ดเดี่ยว อดไม่ได้ที่จะทำให้บุริศร์ชะงักเล็กน้อย
“คุณคิดจะทำยังไง?”
“ฉันคิดจะจับกุมกล้าณรงค์”
ดวงตาของนรมนจ้องไปที่บุริศร์ พูดขึ้นเบาๆ “ไม่ว่าจะเป็นพวกเรา หรือตระกูลทวีทรัพย์ธาดาตระกูลพรโสภณ แล้วไหนจะตระกูลทวาทสินอีก ตอนนี้โดนควบคุมกันหมด โดนจับมัดรวมกันไว้ ฉันไม่สนใจว่าเส้นสายเบื้องหลังจะแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ขนาดไหน ฉันแค่รู้ว่าฉันไม่อยากโดนกล้าณรงค์จูงจมูกเดินแล้ว ถ้าไม่จัดการเขา ไม่ว่าพวกเราจะท่องเที่ยวหรือทำอะไรก็ต้องระมัดระวังตัว คนๆนี้พุ่งเป้ามาที่พวกเราแต่แรก ดังนั้นถ้าจะจับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน จับกุมเขาได้พวกเราถึงจะคลายกังวล คุณก็จะได้ไปกำจัดพิษกู่ทองคำอย่างเต็มที่”
จริงๆแล้วเรื่องนี้บุริศร์ก็เคยคิด เพียงแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของนรมนกับเด็กๆ ตอนนี้ได้ยิน นรมนพูดอย่างนี้ เขาจึงพูดขึ้นด้วยความกังวล “แต่จับตัวกล้าณรงค์ไม่ง่ายเลยนะ”
“ต่อให้มีความหวังแค่หนึ่งในหมื่นฉันก็ไม่อยากปล่อยมันไป”
“คุณมีแผนแล้วเหรอ?”
นรมนส่ายหัว
“ไม่มี แค่มีความคิดนี้ ถ้าจะวางแผน ฉันว่าให้คุณลงมือดีกว่า สมองฉันไม่ไหว”
ได้ยินนรมนเยินยอตนเอง จู่ๆบุริศร์ก็อารมณ์ดีขึ้นมา
“อื้ม ได้ เดี๋ยวผมจะคิดหาวิธีการอย่างดีเลย”
“อื้ม”
นรมนเห็นบุริศร์ฟื้นตัวแล้ว ก็เบิกบานใจ
“หิวไหม? ให้ฉันทำอะไรให้คุณกินหน่อยไหม?”
“ไม่ต้องหรอก ผมไม่หิว แค่อยากกอดคุณอย่างนี้”
บุริศร์ไม่ได้โง่นะ
ก่อนหน้านี้นรมนยังโกรธเขาอยู่เลย เขายังง้อไม่สำเร็จด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะจู่ๆพิษกู่ทองคำออกฤทธิ์ เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำให้นรมนให้อภัยเขาได้ไหม
นึกถึงการกระทำก่อนหน้านี้ของตนเอง ตอนนี้บุริศร์สงบลงแล้วก็รู้สึกว่าตนเองเลวจริงๆ
นรมนวางยาเขาก็เพื่อไม่ให้มือเขาเปื้อนเลือดของธิดาวีร์ เธอเจตนาดี
ภรรยาของตนเองคนนี้ ตอนที่คิดถึงปัญหาก็ให้เขามาก่อนเสมอจนลืมตัวเองไป นี่เป็นการแสดงออกว่าแคร์เขาไม่ใช่เหรอ?
งั้นทำไมเขาถึงต่อว่านรมนที่ลงมือตามลำพังล่ะ?
คิดถึงตรงนี้ บุริศร์กอดนรมน แล้วพูดเบาๆ “ภรรยาครับ ขอโทษนะ”
“ห๊ะ?”
นรมนยังปรับตัวไม่ค่อยทัน
ทำไมจู่ๆถึงขอโทษขึ้นมาเฉยๆ?
แค่บุริศร์มองก็รู้แล้วว่านรมนลืมเรื่องนั้นไปแล้ว
ในใจของเขาจึงทนไม่ได้