ตอนที่ 1248
บทที่ 1248 คุณนี่แผนการร้ายเยอะนักนะ
October 31, 2026
“ผลเป็นยังไง?”
จริงๆบุริศร์ก็คาดการณ์เรื่องเกวลินไว้แล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ตอนนี้ไม่คิดว่านรมนจะต้องการสืบเรื่องนี้ เป็นไปได้มากว่าเธอต้องการจะทำอะไรบางอย่าง
นึกถึงที่ภรรยาของตนเองอยากทำอะไร บุริศร์ก็สนับสนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
ลูกน้องรีบพูดขึ้น “พวกเรานำตัวอย่างเลือดของเกวลินไปทำการเปรียบเทียบและวินิจฉัยกับพ่อแม่ของทรรศยาแล้ว ผลคือเกวลินเป็นลูกของตระกูลตรีนิกร และคุณหญิงกุลนิภาก็บอกว่า ตอนที่ทรรศยาสิบขวบพวกเขาให้กำเนิดลูกสาวอีกคนหนึ่ง เพียงแต่เพิ่งเกิดได้สองวันก็โดนแจ้งว่าขาดอากาศหายใจตาย ตอนนั้นเรื่องนี้ที่โรงพยาบาลก็มีการบันทึกเอาไว้”
“ขาดอากาศหายใจตาย? เกิดมาได้สองวัน? งั้นทำไมเกวลินถึงยังมีชีวิตอยู่?”
ถ้าคิดตามช่วงเวลา ตอนนี้เกวลินอายุสิบแปด ทรรศยาเสียชีวิตไปเมื่อแปดเก้าปีก่อน และเกิดตอนที่ทรรศยาสิบขวบ ช่วงเวลานี้ตัวตนของเกวลินถูกต้องอย่างแน่ชัด
บุริศร์ขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วถามขึ้น “หน้าตาของเกวลินกับทรรศยาเหมือนใคร?”
“คุณปฤษฎีครับ พวกเขาหน้าเหมือนพ่อทั้งคู่”
พูดแล้วลูกน้องก็ส่งรูปภาพของคุณปฤษฎีไปให้บุริศร์ดู
บุริศร์เคยเจอทรรศยามาก่อน แต่ตอนที่เห็นรูปยังตกตะลึงเล็กน้อย
ทรรศยาเหมือนพ่อมากจริงๆ ส่วนเกวลินมองเผินๆก็เหมือนเธอมากจนแยกไม่ออก แต่ถ้ามองอย่างละเอียด ดวงตาคู่นั้นยังมีความแตกต่างอยู่เล็กน้อย
ดวงตาของเกวลินเหมือนแม่
“ยืนยันแล้วใช่ไหม? ในเมื่อตอนนั้นเกวลินโดนประเมินว่าขาดอากาศหายใจตาย ทำไมถึงปรากฏตัวอยู่ที่สวนลูกแพร์โบราณที่ต่างประเทศได้?”
คำพูดของบุริศร์ทำให้ลูกน้องส่งเอกสารในมือไปให้
“คนของเราสืบมาแล้วครับ เริ่มที่หมอกับพยาบาลทำคลอดโดนคนติดสินบน พวกเขาบอกสามีภรรยาของตระกูลตรีนิกรว่าลูกขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว เนื่องจากเพิ่งเกิด โดยทั่วไปเด็กที่เพิ่งเกิดจะมีหน้าตาที่ไม่ต่างกันมาก ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เด็กที่ขาดอากาศหายใจตายจริงๆแทน ตอนนั้นสามีภรรยาตระกูลตรีนิกรเสียใจมากจนเกินไป ไม่มีความคิดจะทำการทดสอบอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นก็คิดไม่ถึงว่าภายในโรงพยาบาลใหญ่จะมีคนทำเรื่องอย่างนี้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงจบลงทั้งที่ไม่ควรจบ เพราะเรื่องนี้คุณหญิงกุลนิภาก็อัดอั้นตันใจอยู่นานถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ทุกคนในครอบครัวต่างก็ไม่กล้าพูดเรื่องของเด็กคนนี้ต่อหน้าของเธออีกเลย เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็ลืม ไม่ได้พูดขึ้นมาอีก”
บุริศร์ฟังอยู่เงียบๆ แต่ทว่าความคิดกลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
“หมอกับพยาบาลที่รับสินบนได้บอกไหมว่าคนเบื้องหลังที่ให้เขาทำอย่างนี้เป็นใคร?”
“บอกครับ พวกเขาบอกว่าพวกเขาก็ไม่รู้จัก เป็นคนนอกพื้นที่ แค่บอกว่าทำธุรกิจค้ามนุษย์ อยากร่วมมือกับพวกเขา ตอนนั้นผู้หญิงคนนั้นให้เงินเยอะมาก ดังนั้นพวกเขาจึงหวั่นไหว ยังคิดจะใช้หน้าที่การงานหาเด็กหลายๆคนขายออกไป แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่ปรากฏตัวออกมาอีก”
คำพูดของลูกน้องทำให้บุริศร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ผู้หญิงเหรอ?”
“ครับ พวกเขาบอกว่าตอนนั้นคนที่ให้พวกเขาทำอย่างนั้นเป็นผู้หญิงอายุสี่สิบกว่าปีคนหนึ่ง สำเนียงการพูดไม่ใช่คนในพื้นที่ ดูแล้วพูดอะไรก็เหมือนพวกค้ามนุษย์จริงๆ อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นบอกว่าที่เธอทำเป็นเครือข่ายต่างประเทศทั้งหมด แค่นำตัวเด็กมาให้เธอ เธอก็มีวิธีขายเด็กออกไปนอกประเทศ รับประกันว่าจะไม่เดือดร้อนมาถึงพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงยอมเสี่ยงดู”
แววตาของบุริศร์เย็นชาขึ้นมาเล็กน้อย
ใช้ประโยชน์จากผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูกร่างกายอ่อนแอแล้วถือโอกาสขายเด็กออกไปธุรกิจที่ไร้หัวใจอย่างนี้ ไม่นึกว่าบุคลากรทางการแพทย์จะมีส่วนร่วมอยู่ในนั้นด้วย ช่างเป็นความผิดที่ไม่ควรได้รับการให้อภัยเลยจริงๆ
“ตอนนั้นมีแค่เกวลินคนเดียวที่โดนพาตัวไปใช่ไหม?”
“ไม่ครับ ตามที่พวกเขาเล่า ประมาณหนึ่งสัปดาห์นั้น พวกเขาขายทารกที่เพิ่งเกิดออกไปเจ็ดแปดคน ส่วนสาเหตุที่จำเกวลินได้แม่น นั่นเป็นเพราะพ่อแม่ของเด็กเจ็ดแปดคนนั้นแม้จะเจ็บปวดเสียใจ แต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยารุนแรงเท่าคุณหญิงกุลนิภา ตามที่พูดกันว่าตอนแรกคุณหญิงกุลนิภาเกือบจะเอาหัวโขกกำแพงตาย อยากจะตามลูกไปด้วย เพราะหมอบอกว่าเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกอยู่ในท้องนานเกินไปจึงทำให้ขาดอากาศหายใจตาย ตอนนั้นคุณหญิงกุลนิภาตัดสินใจคลอดธรรมชาติแต่สี่วันแล้วก็ยังไม่คลอด สุดท้ายจึงต้องผ่าท้องคลอดแทน เธอเอาแต่โทษตนเองอย่างหนัก คิดว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของตนเองถึงทำให้ลูกตาย ดังนั้นจึงไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้ หลังจากนั้น คุณหญิงกุลนิภาก็เป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตนเองในทุกๆวัน และคุณปฤษฎีเพื่อดูแลเธอ จึงไม่ได้ใส่ใจตรวจสอบเด็กที่บอกกันว่าขาดอากาศหายใจตายคนนั้น เรื่องนี้จึงผ่านไปอย่างนี้ครับ”
เปลวไฟที่เดือดดาลพุ่งสูงขึ้นภายในร่างกายของบุริศร์
ตอนนี้เขาก็เป็นพ่อคนหนึ่ง เข้าใจถึงความลำบากของแม่ที่อุ้มท้องถึงสิบเดือนอยู่แล้ว ในวันหนึ่งที่คลอดออกมา ลูกกลับโดนคนขายออกไปเหมือนเป็นสินค้า แล้วยังมาบอกว่าลูกของตนเองขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว นี่จะทำให้แม่รับได้ยังไง?
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเด็กสองคนนั้นของตนเองอีกครั้งที่ไม่มีวาสนาต่อกัน
ในตอนนี้บุริศร์ค่อนข้างเศร้าใจ
“ไปสืบมาให้ฉัน! หมอกับพยาบาลพวกนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ต้องตามหาพวกค้ามนุษย์พวกนั้นมาให้ฉันให้ได้ ถ้าโดนประหารชีวิตไปแล้วก็ช่าง แต่ถ้าผู้หญิงคนนี้ยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ยังทำเรื่องที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ประเภทนี้อยู่อีก งั้นตัดแขนตัดขาของเธอก่อนแล้วค่อยโยนไปที่สถานีตำรวจ”
“ครับ”
ลูกน้องพยักหน้าแล้วเดินออกไป
ไม่รู้ว่านรมนตื่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พิงกำแพงมองบุริศร์ที่เฉียบขาด มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เธอก็รู้ เนื้อแท้ของบุริศร์เป็นคนดี
ราวกับรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังมองตนเองอยู่ที่ด้านหลัง บุริศร์หันกลับไปทันที จึงสบเข้ากับดวงตาที่มีรอยยิ้มของนรมน
ดวงตาคู่นั้นเหมือนเป็นความชุ่มชื้นในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ก้นบึ้งของหัวใจบุริศร์อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
“ทำไมไม่นอนอีกหน่อย?”
“ถ้านอนอีกหน่อยก็ไม่ได้เห็นท่าทางเด็ดขาดของผู้ชายของฉันน่ะสิ”
นรมนยิ้มบางๆแล้วเดินเข้าไป
บุริศร์ดึงๆเสื้อผ้าของเธอ ป้องกันเธอเป็นหวัด แล้วจึงพูดขึ้น “อุตส่าห์คิดอย่างดีแล้วเชียวแต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นการค้ามนุษย์”
“ใช่น่ะสิ กี่วันก่อนฉันยังเห็นข่าวอยู่เลย บอกว่าตอนนี้พวกค้ามนุษย์กำเริบเสิบสานมาก โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์บางคนก็มีส่วนร่วมอยู่ในนั้นด้วย น่ารังเกียจจริงๆ อีกอย่างบ้านเกิดของทรรศยาน่าจะเป็นเมืองเล็กๆสินะ ปัจจัยการรักษาพยาบาลที่ด้านนั้นเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ทำให้คนหวาดผวาจริงๆ ตอนนี้ยืนยันแล้วว่าเกวลินเป็นน้องสาวแท้ๆของทรรศยา คุณคิดจะทำยังไงต่อ?”
นรมนมองบุริศร์ แต่บุริศร์กลับส่ายหัว “ไม่รู้เลย ผมเคยบอกไปแล้ว เรื่องนี้ยังต้องให้วินเซนต์ตัดสินใจเอง จริงๆนี่เป็นเรื่องของเขา ต่อให้เกวลินไม่ได้ฆ่าทมโภลีตาย แต่ที่วินเซนต์บาดเจ็บเกวลินก็เป็นคนทำอยู่ดี ตอนนี้ความแค้นเคืองของสหายในสหภาพถึงได้มีมากมาย ถ้าเราให้อภัยเธออย่างนี้กลัวว่าจะโน้มน้าวใจทุกคนไม่ได้ อีกอย่างหลายปีนี้เป็นวินเซนต์ที่พาเหล่าสหายให้พยายามกันอย่างเต็มที่ มิตรภาพระหว่างพวกเขาผมไม่ควรพูดอะไร รอให้วินเซนต์ฟื้นแล้วค่อยว่ากันดีกว่า”
“วินเซนต์จะฟื้นไหม?”
นรมนไม่ค่อยแน่ใจ