ตอนที่ 1272
บทที่ 1272 เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเกินไปจริงๆ
October 31, 2026
ตอนที่บุริศร์มาถึงข้างกายของนรมน ก็มีทหารรับจ้างสามคนล้อมเข้ามาโจมตีนรมนพอดี จึงโดนบุริศร์แทงจากด้านหลังทันที
“บุริศร์ คุณมาได้ยังไง? กมลล่ะ?”
นรมนเห็นบุริศร์มาจึงเป็นห่วงกมล รีบถามขึ้นทันที
ลมหายใจของเธอไม่คงที่ สุขภาพแย่ลงเรื่อยๆแล้ว
บุริศร์มองเธอด้วยความเป็นห่วง หลังจากเตะทหารรับจ้างคนสุดท้ายกระเด็นออกไป ก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด พูดขึ้นเบาๆ “คนของพี่คริชณะมาแล้ว มีคนมาช่วย ผมก็เลยมาดูคุณหน่อย”
“ทักษะการใช้ปืนของกมลใครเป็นคนสอน?”
จนถึงตอนนี้นรมนยังค่อนข้างตกใจ
จำได้ลางๆว่าเด็กที่ยอดเยี่ยมที่สุดในครอบครัวคือกานต์ ไม่นึกว่ากมลก็จะเป็นทองคำที่ซ่อนเอาไว้ ยัยตัวเล็กนี่ซ่อนเอาไว้ซะลึกเชียว
บุริศร์ลูบหัวของเธอด้วยความเห็นใจ พูดอย่างอ่อนโยน “ตอนที่ไปฝึกอบรมพิเศษ กานต์เป็นห่วงสุขภาพของเธอ จึงติดต่อครูฝึกให้ผ่อนผันให้กมลสอบผ่าน ครูฝึกคนนั้นเคยเป็นทหารภายใต้การบังคับบัญชาของผม เขารู้สึกว่าจะยังไงก็ควรให้กมลมีทักษะป้องกันตัว จึงพบว่ากมลมีพรสวรรค์ด้านการยิงโจมตี ตอนนั้นเขาเคยโทรมาถามความเห็นจากผม ผมจึงตอบตกลงไป ยังไงซะลูกสาวของตระกูลโตเล็กก็ไม่ควรอ่อนแอเกินไป สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมากมาย เป็นไปไม่ได้ที่จะมาได้ทันเวลา ดังนั้นทักษะการป้องกันตัวขั้นพื้นฐานจึงจำเป็น”
“เรื่องนี้คุณปิดบังลึกไปนะ”
ได้ยินบุริศร์อธิบายอย่างนี้ นรมนจึงคลายกังวลลงได้ แต่ทว่ายังคงพูดด้วยความเป็นห่วง “แรงดีดกลับของปืนซุ่มยิงกมลรับไหวได้ยังไง?”
“ดัดแปลงใหม่แล้ว เท่าที่ขีดจำกัดภายในร่างกายของเธอจะรับไหว ปืนซุ่มยิงนั้นเป็นของเธอโดยเฉพาะ พกเอาไว้ในกระเป๋าเดินทาง อีกอย่างตอนที่อยู่กับตระกูลทวาทสิน เจ้าดนัยน่าจะสอนทักษะตีรันฟันแทงป้องกันตัวให้กมลไม่น้อยเลย อย่าโดนใบหน้านางฟ้าของลูกสาวคุณหลอกเชียว นี่เป็นหน้ากาก แล้วก็เป็นอาวุธลับของเธอด้วย”
บุริศร์พูดแล้วก็อุ้มนรมนขึ้นมา
“เอาล่ะ เรื่องของกมลคุณไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ สุขภาพของคุณนี่แหละที่ไม่ไหวแล้ว ออกแรงแค่ชั่วครู่ไม่นึกว่าจะหอบแฮ่กเลย พรุ่งนี้เช้าต้องตื่นขึ้นมาวิ่งกับผมนะ”
คำพูดของบุริศร์ ทำให้นรมนพูดอะไรไม่ออก
“กิจจาอยู่ในครัว เรากลับไปรับเขากันเถอะ”
“รออีกเดี๋ยว รอพวกเขาเก็บกวาดสนามรบให้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน”
บุริศร์ไม่คาดหวังให้ภรรยาของตนเองออกแรงอีกแล้ว อุ้มเธอไปพักอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ที่ด้านข้าง
นรมนยังเป็นกังวลอยู่ แต่ทว่ากลับโดนจูบที่เร่าร้อนของบุริศร์จนเวียนหัวไปหมด
หลังจากพวกปีวราเก็บกวาดสนามรบเรียบร้อยก็เห็นกมลกำลังเช็ดปืนซุ่มยิงของตนเองอย่างตั้งใจ จึงอดไม่ได้ที่จะชะงักงัน
“คุณหนูกมลปืนซุ่มยิงเมื่อกี้คุณเป็นคนยิงเหรอ?”
“ใช่แล้ว ทำไมเหรอ?”
คำถามนี้ของกมล ทำให้ปีวราต้องกลืนคำถามที่อยู่เต็มปากลงไป
ถ้าเป็นยัยคุณหนูนี่ งั้นก็ช่างเถอะ เธอเก็บความคิดก่อนหน้านี้ไปดีกว่า
“ไม่มีอะไรค่ะ”
ปีวรารีบยิ้มแย้ม แต่ในใจกลัดกลุ้มจะแย่แล้ว
“คนของเธอต้องฝึกฝนแล้วนะ มาช้าขนาดนี้ ถ้าฉันกับหม่ามี้เป็นอะไรไปจะทำยังไง? ผู้หญิงสวยๆอย่างพวกเราโดนทหารรับจ้างฆ่าตาย น่าเสียดายมากนะ อ้อ ใช่สิ ฉันอยากกินสัตว์ปีก เธอไปเตรียมด้วยนะ”
พูดจบกมลก็เก็บปืนซุ่มยิงขึ้นมา แล้วเดินไปตามหากิจจา
ปีวรายกมุมปากขึ้นอีกครั้ง
“แม่ทูนหัวนี่เมื่อไหร่จะกลับไปนะ?”
“หัวหน้าครับ เหมือนพวกเขาเพิ่งจะมากันเอง”
มีคนไม่กลัวตายรับคำของปีวรา หาเรื่องให้ปีวราค้อนขวับ
“ฉันไม่รู้หรือไง? ถึงต้องให้นายเตือน ไปทำงาน!”
“ครับ”
หลังจากคำรามออกมาปีวรายิ่งรู้สึกเจ็บแผล
ฮือๆ แล้วยังต้องไปจับสัตว์ปีกอีก
ใครจะรู้ว่าแม่ทูนหัวอยากกินตัวอะไร
ตอนนี้เธออยากย้ายออกไปจากที่นี่มากจริงๆ
บุริศร์กับนรมนเห็นสนามรบจัดการได้พอประมาณแล้ว จึงอุ้มนรมนเดินเข้ามา
“นำตัวศัตรูพวกนั้นไปขังไว้ในถ้ำ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคนบงการที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร อย่าให้พวกมันตาย ถ้าพวกมันตาย พวกนายก็เลือกหลุมฝังศพได้เลย”
น้ำเสียงของบุริศร์เย็นเฉียบ ทั่วทั้งร่างกายยิ่งแพร่กระจายความเย็นยะเยือกออกมา ทำให้ทุกคนไม่กล้าพูดเสียงดัง
กมลก็ค่อนข้างหงุดหงิด ตัวตนที่ปิดบังมาตั้งนานโผล่ออกมาซะแล้ว น่าเบื่อจัง
“แด๊ดดี้ พี่กิจจาล่ะ?”
“อยู่ในตู้ของห้องครัว”
นรมนรีบพูดขึ้น
คนของปีวราไปอุ้มเขาออกมา
กิจจายังไม่ได้สติ กมลจึงให้คนอุ้มเขาเข้าไปในห้อง แล้วคอยดูแลอยู่ข้างๆ
บุริศร์ก็พานรมนเข้ามาในห้องนอน
“คนพวกนี้รู้สถานที่ที่พวกเราจะไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ”
นรมนกังวลใจ
“เป้าหมายของพวกเขาคงจะง่ายมาก แค่ขัดขวางไม่ให้พวกเราทำอะไร บางทีอาจจะเกี่ยวกับ พี่คริชณะ”
บุริศร์ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น
“งั้นเรายังจะไปไหว้หลุมศพอยู่ไหม?”
“ไป ทำไมถึงไม่ไปล่ะ? คุณกับกมลอยู่ที่บ้านเถอะ”
บุริศร์เป็นห่วงมาก
“ไม่เป็นไร ฉันแค่เหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่ถึงขนาดที่จะปกป้องตนเองไม่ได้หรอก”
สำหรับสุขภาพของตนเอง นรมนก็เบื่อหน่าย
นานขนาดนี้แล้ว บุริศร์ให้ยาบำรุงร่างกายแก่เธอไปไม่น้อยเลย แต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนแอสุดๆ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่แท้งไปครั้งก่อนหรือเปล่า
บุริศร์ยังอยากพูดอะไรอีก แต่สุดท้ายแล้วก็หยุดเอาไว้ เพราะเขาเข้าใจนรมน แทนที่จะให้เธอเป็นห่วงอยู่ที่บ้าน ให้เธอไปด้วยกันดีกว่า
“งั้นรอให้กิจจาตื่นแล้วค่อยว่ากัน”
“อื้ม ฉันก็จะพักผ่อนหน่อย”
แววตาของนรมนค่อนข้างเหนื่อยล้า