ตอนที่ 1273
บทที่ 1273 พูดอย่างนี้เป้าหมายคือฉันสินะ
October 31, 2026
“คุณหนูกมลพอดีฉันมีธุระ ตอนนี้ไปไม่ได้แล้วค่ะ”
ปีวราเพิ่งพูดจบก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่โหดร้ายพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอตกใจจนตัวสั่น
กิจจาหันกลับมาทันที พูดอย่างเย็นชา “วันนี้ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมา พี่ก็ต้องให้ผมดูบาดแผลให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน ไม่งั้นน้องสาวผมจะซึมไปทั้งวันแน่ๆ”
คำพูดนี้ทำให้ปีวรายกมุมปากขึ้นมาอีกครั้ง
นี่คงเป็นสไตล์ที่รักน้องสาวมากๆสินะ
เธอรู้สึกว่าเด็กสองคนที่อยู่ตรงหน้าใครก็หาเรื่องไม่ได้
“ฉัน......”
“เร็วๆหน่อย!”
กิจจาพูดจบก็หมุนตัวเดินไป
กมลมองปีวรายิ้มอย่างเบิกบาน รอยยิ้มนั้นเปล่งประกายเหลือเกิน แต่กลับทำให้เธอเสียวสันหลัง
“ฉันไป ฉันไปยังไม่พอใจอีกเหรอ?”
ปีวราส่งมือถือไปให้ลูกน้อง พูดเบาๆ “รีบกลับไปดูหน่อย อย่าให้เกิดเรื่อง อีกเดี๋ยวฉันจะกลับไป”
“ครับ”
อีกฝ่ายรีบออกไป
ปีวราตามพวกกมลเข้ามาในห้อง กิจจาให้เธอนอนลงบนเตียง
เขาตรวจร่างกายให้ปีวรารอบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “แค่อาการบาดเจ็บภายนอกทั้งนั้น ไม่ถึงกับตายหรอก ทายานิดหน่อยก็หายแล้ว วันละสามครั้ง สามวันก็ดีขึ้นแล้ว”
พูดจบกิจจาก็โยนขวดยาไปให้ปีวรา แต่ตอนที่หันไปหากมลกลับสีหน้าอ่อนโยน
“กมล เหนื่อยไหม? อยากนอนพักหน่อยไหม? งั้นเธอไม่ต้องตามพี่ไปหรอก อยู่บ้านเป็นเพื่อนหม่ามี้เถอะ”
“ไม่เอา หนูว่าหม่ามี้ก็คงไม่อยู่บ้าน หนูไปเปลี่ยนชุดก่อน พี่กิจจาต้องรอหนูนะ”
กมลพูดจบก็หมุนตัววิ่งออกไป
ปีวราเห็นเธอออกไปแล้วถึงเป่าปากคลายกังวลลงได้
เจ้าปีศาจน้อยอยู่ตรงนี้ เธอกดดันมากจริงๆรู้ไหม
แต่กิจจากลับพูดขึ้นอย่างไม่ชอบใจ “เหมือนพี่จะไม่ค่อยมีไมตรีกับน้องสาวผมเลยนะ”
“ไม่ ไม่ใช่นะ คุณหนูกมลน่ารักขนาดนั้น ทำไมฉันจะไม่ชอบเธอล่ะ?”
ปีวราพูดออกไปไม่เหมือนกับที่ใจคิด ยิ้มสดใสสุดๆ
แต่กิจจากลับพูดอย่างเย็นชา “ด้วยหลักจิตวิทยาบอกว่าตอนที่คนๆหนึ่งโกหกมักจะมีการกระทำเล็กๆที่ไม่ได้ใส่ใจออกมาเพื่อปกปิดความคิดที่แท้จริงในใจ เมื่อกี้พี่บิดชายเสื้ออยู่นะ”
เพิ่งพูดจบ รอยยิ้มของปีวราก็ฝืนเอาไว้ไม่ได้แล้ว
ตระกูลโตเล็กนี่เป็นปีศาจกันหมดเลยเหรอ?
ไม่ต้องพูดถึงเด็กห้าขวบที่น่ารักเหมือนตุ๊กตานางฟ้าแต่เป็นมือปืนซุ่มยิง เด็กชายตรงหน้าก็เหมือนจะไม่ได้โตกว่ามาก ไม่นึกว่าจะมีความรู้ด้านจิตวิทยาอีก?
ปีวรารู้สึกว่าความคิดกับความรู้สึกของตนเองโดนทำลายไปแล้ว
“เอาเถอะ ไม่มีอะไรพี่ก็ไปได้แล้ว ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”
นี่เป็นการไล่แขกกลับไปอย่างโจ่งแจ้ง
กมลไม่อยู่ ใบหน้าของกิจจาก็ขี้เกียจจะรักษามารยาทขั้นพื้นฐานเอาไว้แล้ว
อันที่จริงเขารู้สึกแย่มากๆ
ตอนที่ภัยอันตรายมาเยือน เขาไม่คิดว่าจะโดนหม่ามี้ทำให้หมดสติไป
เฮ้อ
ขายหน้าชะมัดเลย
คิดอย่างนี้ สีหน้าของกิจจายิ่งแย่กว่าเดิมอีก
ปีวราจึงไม่กล้าอยู่นานอยู่แล้ว รีบลุกออกไป
บุริศร์ไปที่ถ้ำ
ทหารรับจ้างพวกนี้โดนบอดี้การ์ดของบุริศร์จับตาดูอยู่ที่นี่ กำลังบีบบังคับให้สารภาพออกมา แต่เห็นได้ชัดว่า ปากของพวกเขาแข็งมาก
ตอนที่เห็นบุริศร์มาถึง บอดี้การ์ดพวกนั้นจึงพูดขึ้น “ประธานบุริศร์ กระดูกของพวกเขาแข็งใช้ได้เลยครับ”
“กระดูกแข็งไม่เป็นไร วิธีของฉันแข็งกว่า พวกนาย ไปหาคีมปากยาวมาอันหนึ่ง ฉันได้ยินว่าเอาซี่โครงออกมาจากตัวคนน่าจะไม่ถึงตาย แต่ไม่รู้ว่าเจ็บหรือเปล่า ฉันก็ไม่ใช่หมอซะด้วย แต่ทว่าให้ลงมือก็เชี่ยวชาญพอตัวนะ”
บุริศร์นั่งลงไปที่ด้านหน้าของทหารรับจ้างพวกนั้นตามอำเภอใจ กำลังมองท่าทีที่ไม่เกรงกลัวต่อความตายของพวกเขา รอยยิ้มที่ราวกับยมทูต ทำให้คนตัวสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว
ทหารรับจ้างสองคนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
เลาะซี่โครงออกมาจากตัวคน นี่คงไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดาๆ ถึงขั้นตายได้เลย
เหมือนมองออกถึงความคิดของพวกเขา บุริศร์จึงยิ้มอย่างโหดเหี้ยมพูดขึ้น “ตายสักคนสองคนก็ไม่เป็นไร ยังไงซะก็จับได้ตั้งหลายคน ฉันไม่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไม่เหลือศัตรูที่จับไว้ได้สักคนเลย ต่อให้ตายหมดก็ไม่เป็นไร มีการจู่โจมครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง ครั้งนี้ไม่สำเร็จยังมีครั้งที่สองอีก ฉันไม่รีบ”
คำพูดนี้โจมตีขีดจำกัดความอดทนของสองคนนั้นแตกกระเจิงทันที
“อย่า อย่าทำกับพวกเราอย่างนี้ พวกเราจะบอก”
“หยุดนะ!”
คนอื่นๆยังคิดจะห้ามสองคนนี้เอาไว้ แต่เมื่อบุริศร์ส่งสายตาออกไป ก็มีคนอุดปากของพวกเขาไว้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังโดนตีจนบวมเป่งด้วย
ทหารรับจ้างสองคนนั้นขดตัวเล็กน้อย พูดขึ้น “พวกเราก็ไม่รู้ว่านายจ้างเป็นใคร แค่ให้พวกเรามาฆ่าคุณ ไม่ได้มีคำสั่งอื่น”
“ฆ่าฉัน? พูดอย่างนี้เป้าหมายคือฉันสินะ?”
บุริศร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ใช่ แค่บอกว่าฆ่าคุณ”
“ใครเป็นคนสั่ง?”
คำพูดของบุริศร์ทำให้ทหารรับจ้างสองคนกลุ้มใจ
“พวกเราไม่รู้จริงๆ อีกฝ่ายแค่โทรติดต่อกับลูกพี่ของพวกเรา เพราะให้เงินค่อนข้างเยอะ พวกเราก็เลยรับงานนี้”
“เท่าไหร่ที่ใช้ซื้อชีวิตของฉัน?”
“สิบล้าน ดอลลาร์สหรัฐ”
ทหารรับจ้างพูดอย่างระมัดระวัง แต่บุริศร์กลับยิ้ม
“คิดไม่ถึงว่าชีวิตของฉันจะมีมูลค่าใช้ได้เลยนะ”
หลังจากพูดจบบุริศร์ก็ยืนขึ้น แล้วเดินออกไปด้านนอก
“ฆ่าไปเลยแล้วกัน ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สักเท่าไหร่”
หลังจากบุริศร์ออกคำสั่งอย่างเย็นชา ด้านหลังจึงมีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น แล้วทั้งหมดก็กลับมาเงียบสงบเหมือนเดิม
อากาศด้านนอกค่อนข้างสดชื่นปลอดโปร่ง แต่บุริศร์กลับรู้สึกกลัดกลุ้ม