ตอนที่ 1274
บทที่ 1274 ฉันจะเก็บศพให้นายเอง
October 31, 2026
“กมล!”
นรมนรีบกอดกมลเอาไว้ แล้วกลิ้งไปบนพื้น
เธอมองไปทางบุริศร์ พบว่าฝั่งบุริศร์ไม่ได้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใดๆเลย ทั้งสองคนยังกำลังคุยอะไรกันอยู่ที่ด้านหน้าหลุมศพของตรินท์ นรมนขมวดคิ้วเล็กน้อย
เธอไม่อยากรบกวนเวลาคุยกันของบุริศร์กับตรินท์ แต่ชัดเจนว่าที่นี่มีมือปืนซุ่มยิง
กมลที่โดนคุ้มครองอยู่ในอ้อมกอดของนรมน พูดขึ้นเบาๆ “หม่ามี้ หนูพอจะรู้สึกได้ อีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่บนที่สูงฝั่งซ้ายมือตำแหน่งสามนาฬิกา”
“อืม”
นรมนพยักหน้าเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้พูดอะไร
ต่อให้รู้ตำแหน่งของอีกฝ่าย แต่นรมนไม่ได้พกอาวุธติดตัวมา กมลยิ่งไม่ได้เอาอะไรออกมาจากบ้านเลย ถ้าทั้งสองคนออกไปตอนนี้ก็คือเป้าที่เคลื่อนไหวได้นี่แหละ
กมลเห็นนรมนไม่ได้พูดอย่างอื่นอีก จึงอดไม่ได้ที่จะร้อนรน
“หม่ามี้ ได้ยินที่หนูพูดไหม?”
“ได้ยินแล้ว แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีอาวุธ ถ้าออกไปมันไม่ฉลาดเลย อีกอย่างภารกิจที่สำคัญของพวกเราตอนนี้คือจะบอกให้พวกแด๊ดดี้ระวังตัวยังไง”
ได้ยินนรมนพูดอย่างนี้ กมลก็ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเล็กๆแทบจะย่นรวมกัน
พวกเธออยู่ห่างจากบุริศร์พอประมาณ ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ฝั่งบุริศร์เป็นยังไงบ้าง
กมลหยิบมือถือออกมา กำลังคิดจะโทรหาบุริศร์ ก็มีกระสุนเม็ดหนึ่งยิงมือถือของเธอจนกระเด็นออกไป
ตอนนี้นรมนจึงรู้แล้ว อีกฝ่ายไม่ได้คิดจะฆ่า แค่ไม่อยากให้พวกเธอเคลื่อนไหว ให้อยู่ตรงนี้อย่างว่าง่าย
งั้นเป้าหมายของพวกเขาคืออะไรล่ะ?
นรมนมองไปที่บุริศร์ด้านนั้น
บุริศร์กับกิจจากำลังคุยอะไรกันอยู่ที่หน้าหลุมศพของตรินท์ จู่ๆก็รู้สึกได้ถึงภัยอันตรายที่มาเยือน
กิจจาอยากจะหันไป แต่กลับโดนบุริศร์กุมมือเอาไว้ แล้วดึงกิจจามาคุ้มครองที่ด้านหน้าของตนเอง
“ประธานบุริศร์ยังคงตอบสนองได้รวดเร็วจริงๆ”
ด้านหลังมีเสียงเย้ยหยันลอยมา เสียงแปลกหูมาก แต่ทว่าฟังดูแล้วเสียงยังหนุ่มอยู่เลย
บุริศร์ค่อยๆหันกลับมา แค่ได้เห็นคนตรงหน้า ในใจก็เจ็บปวดเล็กน้อย
“นายเองเหรอ?”
“นายรู้จักฉัน?”
บุณพจน์ค่อนข้างประหลาดใจ
เขาไม่รู้ว่าแม่ของตนเองเป็นใครมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว พ่อก็ไม่เคยบอก แค่เข้มงวดกับเขาเป็นพิเศษ จนกระทั่งอายุสิบแปดปี พ่อถึงบอกตัวตนของแม่เขา ในเวลาเดียวกันก็บอกเขาว่าในโลกนี้เขายังมีพี่น้องคนละพ่ออีกด้วย
หลายปีนี้ บุณพจน์แอบรวบรวมข้อมูลของบุริศร์อย่างเงียบๆมาโดยตลอด เรียกได้ว่าเข้าใจเขาอย่างทะลุปรุโปร่งเลย แต่บุริศร์เพิ่งจะรู้จักบุณพจน์ได้ไม่นาน
อย่างที่เรียกว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ในจุดนี้ บุริศร์แพ้ให้บุณพจน์แล้ว
แต่บุริศร์กลับไม่ได้ประหลาดใจเหมือนที่บุณพจน์คิดเอาไว้ แค่พูดอย่างเมินเฉย “ถ้านายมาไหว้ตรินท์ที่หลุมศพ งั้นก็ยืนให้ดีๆ แต่ถ้าไม่ใช่ ตอนนี้ก็ไสหัวไปซะ อย่าคิดว่านายสอดแทรกพวกมือปืนซุ่มยิงเอาไว้แล้วจะเป็นยังไงนะ ที่ฉันให้นายสอดแทรกเข้ามาก็เพราะยอมทน แต่ไม่ได้ส่งเสริมให้นายทำอย่างนี้”
พูดจบ บุริศร์ก็ไม่สนใจบุณพจน์ จูงมือกิจจาไปจุดธูปให้ตรินท์
กิจจาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร แต่ก็ไม่ได้ถาม หลังจากจุดธูปให้ตรินท์ด้วยความเคารพเสร็จแล้ว ก็ยืนรออยู่ด้านข้างอย่างว่าง่าย
แม้บุณพจน์จะคิดความเป็นไปได้ต่างๆนานาเอาไว้แล้ว ก็คิดไม่ถึงว่าบุริศร์จะเย็นชาและสุขุมเช่นนี้ ยิ่งคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะพูดอย่างนี้กับตนเอง
ช่วงเวลานี้ บุณพจน์เหม่อลอยไปแล้ว จุดธูปให้ตรินท์โดยไม่รู้ตัว
หลังจากปักธูปเสร็จ บุริศร์จึงพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “นายไปได้แล้ว”
“ฉันคิดว่าฉันกับนายหรืออาจจะตรินท์สามารถคุยกันได้”
จริงๆแล้วบุณพจน์เกลียดบุริศร์ ถึงยังไงหลายปีมานี้แม่ก็อยู่ข้างกายเขาตลอด แล้วยังใช้สถานะแม่บ้านอยู่กับพวกเขาสองคนพี่น้องอีก ส่วนเขานั้นไม่เคยได้รับความรักจากแม่เลยแม้แต่วันเดียว
แต่หลังจากได้เจอบุริศร์จริงๆ เขาถึงพบว่าความเกลียดในใจของเขาเป็นเพราะอิจฉาเท่านั้นเอง
“นายอยากคุยอะไร? ภรรยากับลูกสาวของฉันนายอย่าทำร้ายพวกเธอจะดีที่สุด ไม่งั้นไม่ว่าในร่างกายของนายจะมีเลือดของใครอยู่ ฉันก็จะฆ่านาย”
คำพูดนี้บุริศร์พูดออกมาอย่างนิ่งเฉย ถึงกับฟังไม่ออกถึงความรู้สึกใดๆ ความรู้สึกบางอย่างที่ค่อนข้างเย็นชาทำให้ใจเหน็บหนาว หวาดหวั่น
บุณพจน์มองบุริศร์ พูดขึ้นเบาๆ “ฉันไม่ได้บ้าคลั่งกับการฆ่าคนนะ นายอย่าคิดว่าฉันเลวสิ”
“แต่นายกลับซื้อชีวิตฉันด้วยเงินสิบล้านดอลลาร์สหรัฐเนี่ยนะ”
บุริศร์โต้กลับไปจนบุณพจน์พูดไม่ออก
“นายก็ยังอยู่ดีไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างภารกิจของพวกเขาล้มเหลว เงินนี้ฉันก็ไม่ต้องให้ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนความคิดแล้ว ไม่อยากให้นายตายแล้ว”
สำหรับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของบุณพจน์ บุริศร์ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แค่มองรูปของตรินท์ พูดขึ้น “ตอนแรกที่ตรินท์เกิดเรื่องนายอยู่ด้วยหรือเปล่า?”
คำพูดนี้ทำให้บุณพจน์ตะลึงไปเลย
“ทำไมนายถามอย่างนี้?”
“เพราะนายรู้ถึงตัวตนของฉันกับตรินท์ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันไม่เชื่อว่านายจะไม่สนใจการเคลื่อนไหวของพวกฉัน ตอนแรกที่ตรินท์เกิดเรื่องฉันมาไม่ทัน นายน่าจะมีโอกาสและเวลามาช่วยเขาได้ทัน แต่เขาก็ยังคงจากไป”
สายตาที่บุริศร์มองบุณพจน์เฉียบคมและโหดร้ายขึ้นเล็กน้อย