ตอนที่ 1322
บทที่ 1322 นี่มันน่าสนใจมาก
October 31, 2026
“ยังรู้จักเจ็บนะ ลูกรู้ไหมว่าหม่ามี้กังวลแค่ไหนตอนที่คิดว่าลูกเกิดอุบัติเหตุ?”
ถึงปากนรมนจะพูดแบบนี้ แต่ก็ยังอุ้มกมลขึ้นมา
สองมือกมลคล้องคอนรมนไว้ ยิ้มกริ่มพูดขึ้น “หม่ามี้รักหนูที่สุด กมลก็รักหม่ามี้ที่สุดเหมือนกัน”
“ปากนี้กินน้ำผึ้งมาเหรอ?”
นรมนยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
กมลออดอ้อนอย่างแอ๊บแบ๊วน่ารัก ไม่ว่านรมนจะอารมณ์เสียแค่ไหนก็หายไปหมด
พรวลัยถูกจัดให้อยู่ในเต็นท์แยกเดี่ยว บุณพจน์เฝ้าเธอด้วยตัวเอง และบุริศร์และคริชณะก็ไปข้างๆ คุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นสองสามวันนี้
คิ้วคริชณะขมวดเล็กน้อย พูดขึ้นเสียงทุ้ม “พิรุณคือฉัตรพลจริงๆ เหรอ? นี่มันน่าสนใจมาก”
“ยังไงนะ?”
คริชณะยิ้มเยาะขณะพูดขึ้น “ถ้าเขาไม่ใช่คนในประเทศF นี่ก็เป็นแค่ลักษณะของผู้ก่อการร้าย เราจัดการเองก็ได้ แต่เขาเป็นคนในประเทศFซึ่งเกี่ยวกับกับหลายอย่างมากเกินไป อาจจะส่งผลกระทบต่อการทูตด้วยซ้ำ เรื่องนี้ฉันต้องแจ้งธรรศ ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ประเทศF”
“อาสามอยู่ประเทศFเหรอ?”
บุริศร์ค่อนข้างประหลาดใจอย่างช่วยไม่ได้
ไม่มีใครรู้ว่าธรรศถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจที่ไหน ตอนนี้จู่ๆ ได้ยินข่าวธรรศจากคริชณะ ก็แสดงว่าธรรศและคริชณะติดต่อกันอยู่ตลอด
บุริศร์เข้าใจทันที
“การปฏิบัติการทางทหารต้องปิดบังนรมนกับพี่ใหญ่ของฉันใช่ไหม?”
บุริศร์รู้กฎเกณฑ์นี้ แต่ธรรศคืออาสามของนรมน เธอเป็นห่วงมากๆ อยู่เสมอ ตอนนี้รู้ข่าวของเขาแล้ว บุริศร์อยากบอกนรมนโดยไม่กระทบต่อหลักการ
คริชณะพูดขึ้นอย่างลำบากใจนิดหน่อย “นายต้องเข้าใจวินัย”
“ก็ได้ครับ”
บุริศร์พยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก
คริชณะพูดขึ้นเสียงทุ้ม “ยังไงแล้วบุณพจน์ก็ไม่ใช่คนของทหาร อยู่ที่นี่ไม่ค่อยสะดวก ถ้าเป็นไปได้ นายพาพวกเขากลับไปที่เมืองชลธีแล้วฉันจะหาคนไปปกป้องพวกเขาดีไหม?”
“ไม่จำเป็น พี่ใหญ่มีความคิดเป็นของตัวเอง พวกเขาคงอยู่ไม่นาน”
บุริศร์ส่ายหน้าปฏิเสธ
บุณพจน์ไม่ใช่คนธรรมดา หลายปีที่ผ่านมานี้เขามีกำลังเป็นของตัวเอง เดินอยู่ในพื้นที่สีเทา ถ้าปกป้องเขาเหมือนคนอ่อนแอ บุริศร์คิดว่าเป็นการเหยียดหยามบุณพจน์
“พรวลัยเป็นผู้หญิงของเขา ตอนนี้เพิ่งแท้งได้ไม่กี่วัน ถ้าต้องการให้พรวลัยอยู่เพื่อช่วยเหลือ พี่ใหญ่ฉันก็ต้องอยู่”
บุริศร์รู้วินัย แต่พรวลัยไม่ใช่คนในเขตทหาร แน่นอนว่าไม่สามารถทำตามวินัยเขตทหารได้
คริชณะได้ยินแล้วก็พูดเสียงทุ้ม “ฉันต้องขอคำแนะนำจากเบื้องบนสักหน่อย”
“ครับ”
บุริศร์ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก กลับไปอยู่ข้างๆ นรมนทันที
กมลและกิจจาหัวเราะอยู่ด้วยกัน นรมนนั่งเก้าอี้มองพวกเขาสองคนยิ้มแย้ม รู้สึกวันเวลาแบบนี้มันดีจัง ถ้ากานต์มาได้ก็ยิ่งดี
บุริศร์เดินไป พูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน “ในภูเขามันลมแรง คุณสวมเสื้อผ้าเยอะหน่อย”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
นรมนยิ้มเรียบๆ มีช่วงเวลาที่สงบสุข
บุริศร์ก็เลียนแบบเธอ หาเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งข้างๆ มองกิจจาและกมลคุยเล่นหยอกล้อกัน แล้วพูดขึ้นเสียงทุ้ม “บาดแผลกานต์ดีขึ้นมากแล้ว ถ้าคุณคิดถึงเขา ฉันจะให้คนไปรับเขามา”
“ไม่ต้อง สถานการณ์ทางนี้ยังไม่ชัดเจน ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้ส่งกมลกับกิจจากลับไป ต่อไปไม่ว่าจะจัดการฉัตรพลหรือไปประเทศF พาเด็กๆ ไปมันอันตรายเกินไป”
นรมนคิดถึงกานต์ แต่เป็นห่วงความปลอดภัยลูกๆ มากกว่า วิธีในตอนนี้คือส่งพวกเขากลับไปที่สหภาพQT มีวินเซนต์อยู่ ความปลอดภัยของลูกๆ จะต้องได้รับการปกป้องที่ดีที่สุด
บุริศร์ก็คิดแบบนี้เช่นกัน ได้ยินนรมนพูดแบบนี้ ก็พยักหน้า
“โอเค พรุ่งนี้ฉันจะเรียกคนไปส่งพวกเขากลับ”
“ส่งวันนี้ดีกว่า”
นรมนไม่อยากจากลูกๆ ไป แต่เธอก็รู้ เอาพวกเขาอยู่ข้างกายจะยิ่งอันตรายมากแค่ไหน
ไม่กี่วันที่กมลขาดการติดต่อ นรมนก็นอนไม่หลับแล้ว มักคิดว่าถึงแม้ลูกจะเป็นอัจฉริยะ แต่อย่างไรแล้วก็เพิ่งห้าขวบเท่านั้น เด็กอายุน้อยขนาดนั้นให้พวกเขามีประสบการณ์ด้านมืดเร็วเกินไปมันดีจริงเหรอ?
พวกเขาตระกูลโตเล็กไม่ขาดเงิน ไม่ขาดอำนาจ ทำไมต้องให้ลูกกลุ้มใจแบบนี้ตั้งแต่เด็กด้วยล่ะ?