ตอนที่ 1377
บทที่ 1377 เจอกันอีกครั้งแล้ว
October 31, 2026
“มาหลบก่อน”
บุริศร์จับตัวนรมนมาอยู่ข้างหลังอย่างรวดเร็ว แล้วก็รีบมองหาที่ที่จะสามารถหลบซ่อนตัวไปทั่ว แต่ว่าที่นี่ค่อนข้างว่างเปล่าเกินไปแล้ว จึงทำให้ชั่วขณะหนึ่งไม่สามารถหาที่หลบซ่อนตัวได้
นรมนรู้สึกร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
แล้วก็ในขณะนั้นเอง อยู่ ๆ เสียงของเรณุกาก็ลอยมา
“หัวหน้าโอภาส นี่คุณจะไปไหนเหรอ?”
“คุณน้าเรณุกา?”
ตอนที่หัวหน้าทีมเล็กเห็นเรณุกานั้นก็อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างอัตโนมัติว่า “ทำไมอาถึงมาอยู่ที่นี่ละครับ? เวลาแบบนี้ควรจะไปทำความสะอาดอยู่ในห้องลับไม่ใช่เหรอครับ?”
“ก็ต้องใช่อยู่แล้ว แต่ว่าในนั้นมีเด็กสาวคนหนึ่งเป็นช่วงประจำเดือนพอดี ฉันก็เลยมาเอาของสักหน่อย นายก็รู้นี่ว่าในห้องขององค์ชายสามไม่มีของที่เด็กผู้หญิงเขาใช้กันหรอก”
เรณุกากลับตอบได้อย่างไม่มีพิรุธเลยสักนิด
หัวหน้าโอภาสได้ยินเช่นนี้ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าจะเขินอายเล็กน้อย แล้วก็รีบพูดขึ้นว่า “งั้นก็ไม่รบกวนอาแล้ว ผมจะพาคนไปเปลี่ยนเวรแล้วครับ”
พูดเสร็จแล้วกลุ่มทหารลาดตระเวนกลุ่มเล็ก ๆ นั่นก็เดินจากไปจากที่ไกลจากบุริศร์และนรมน
เรณุกาจ้องมาที่พวกเขาทีหนึ่ง แล้วก็รีบเดินเข้ามาเอาเสื้อผ้าของทหารยามยื่นให้กับพวกเขา จากนั้นก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เดินไปตามทางข้างขวาของถนนเล็ก ๆ นี่ก็จะสามารถไปถึงบ้านเล็ก ๆ ที่ฉันว่าแล้ว ฉันได้โทรศัพท์ให้เพชรีแล้ว หล่อนจะให้คนเข็นถังขยะผ่านที่ตรงนั้นอย่างเร็วที่สุด พอถึงตอนนั้นพวกเธอก็หาโอกาสหลบเข้าไปในถังขยะ แล้วให้หล่อนพาพวกเธอจากไป”
ตอนนี้สิ่งที่สามารถทำให้พวกเขาได้ก็มีเพียงเท่านี้แล้ว
หลังจากที่เรณุกาพูดจบแล้วก็หมุนตัวกลับเข้าไปในห้องลับเลย
บุริศณ์จ้องมองนรมนเล็กน้อย ทั้งสองคนพยักหน้าให้กันเล็กน้อย แล้วก็ไปที่บ้านเล็กตามที่เรณุกาบอกไว้เลย
ผ่านไปไม่นานที่ข้างนอกก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังลอยมา จากนั้นก็มีเสียงไพเราะของผู้หญิงดังลอยมา
“ทิ้งขยะแล้ว! มีขยะที่จะเอาไปทิ้งข้างนอกไหม เร็ว ๆ นะ!”
บุริศร์จับมือนรมนไว้แน่น และรู้ว่าทุกอย่างจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็อยู่ที่คราวนี้แหละ
ทั้งสองคนพุ่งออกไปจากบ้านเล็กอย่างรวดเร็ว และเพชรีก็เปิดถังขยะออกทันที แล้วก็รวดใส่พวกเขาเข้าไปด้วย จากนั้นก็ปิดฝาลง
รถขับไปเรื่อย ๆ อย่างมั่นคง
บุริศร์และนรมนสามารถได้ยินเสียงเพชรีสแกนนิ้วได้อย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาทันที ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเพชรีพาพวกเขาจากไป คิดว่ายังไงก็คงจะออกไปไม่ได้แน่
ตอนนี้เทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยนั้นได้พัฒนาไปสูงกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้ว
รถยนต์ขับไปถึงครัวข้างหลังอย่างมั่นคงตลอดทาง
เพชรีพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “รีบออกมาเถอะ ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย อีกเดี๋ยวงานเลี้ยงจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว พอถึงตอนนั้นอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการก็จะมีเป็นจำนวนมาก เดี๋ยวฉันจะให้คนมาแต่งหน้าให้พวกคุณสักหน่อย จะได้ทำให้คนอื่นดูพวกคุณไม่ออกชั่วคราว พวกคุณก็แกล้งทำเป็นสาวใช้และพนักงานบริการเข้าไปส่งเหล้าให้คนพวกนั้น พอออกจากครัวแล้ว เรื่องที่พวกคุณจะทำก็รีบไปทำ คุณน้าเรณุกาไม่ได้บอกว่าต้องให้ฉันระวังหลังให้พวกคุณด้วย สิ่งที่ฉันสามารถช่วยพวกคุณได้ก็มีเท่านี้แหละ แค่หวังว่าถ้าพวกคุณโดนจับขึ้นมาช่วยอย่าซัดทอดถึงฉันก็พอ”
พูดคำพูดพวกนี้จบ เหงื่อเย็น ๆ ของเพชรีก็ซึมออกมา แล้วก็ได้จากไปอย่างรวดเร็วเลย
บุริศร์จ้องมองกล้องวงจรปิดรอบข้างทีหนึ่ง แล้วก็ได้ตัดวิดีโอออกไปช่วงหนึ่งอย่างอัตโนมัติ
“ไป!”
ทั้งสองคนเดินตามเพชรีเข้าไป คนที่หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งมาช่วยแต่งหน้าให้พวกเขาทั้งคู่
นรมนรู้เรื่องประโยชน์ของทักษะการแต่งหน้ามาตลอด พอแต่งเสร็จแล้ว เธอก็พบว่าตัวเองเป็นแบบที่ดูธรรมดาเป็นอย่างมาก เป็นใบหน้าที่ดูไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย ช่างเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้มากเลย
บุริศร์ก็ได้กลายเป็นมีสภาพอย่างกับทหารบริการธรรมดาคนหนึ่ง
งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ที่ข้างนอกเริ่มมีเสียงเพลงเสียงดนตรีบรรเลงขึ้น ผู้ส่งสารก็เริ่มบอกให้ส่งอาหารเข้ามา
สาวใช้และพนักงานบริการแต่ละชุดก็เริ่มเดินออกไป
ตอนแรกนรมนกะว่าจะออกไปด้วย แต่กลับโดนบุริศร์ขวางไว้ซะก่อน
“อย่าเพิ่งรีบออกไป ตอนนี้พวกบุคคลระดับสูงต่างรวมตัวกันอยู่ สาวใช้และพนักงานบริการที่เพิ่งเข้าไปจะต้องโดนมองมากกว่าปกติแน่ ถึงแม้ว่าใบหน้าของเราตอนนี้อาจจะไม่โดนมองออกง่าย ๆ แต่ยังไงก็ระวังตัวไว้หน่อยดีกว่า”
“อืม เบอร์โทรของจณัตว์คนนั้นค้นหาเจอหรือยังคะ?”
เมื่อกี้ถ้าไม่ใช่เพราะว่ากลุ่มทหารลาดตระเวนเดินผ่านมา บางทีบุริศร์อาจจะหาเบอร์ของจณัตว์เจอตั้งนานแล้ว แต่ตอนนี้นรมนก็ยังถามขึ้นอย่างไม่วางใจประโยคหนึ่ง
“ยังเลย แต่ว่าผมได้แคปรูปเอาไว้แล้ว น่าจะสามารถค้นหาได้อยู่”
พูดแล้วบุริศร์ก็เอาข้อมูลบางส่วนที่หาได้เมื่อกี้ออกมาจากโทรศัพท์ ไม่นานก็หาเบอร์โทรศัพท์ของจณัตว์เจอแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เบอร์โทรศัพท์อันนี้จณัตว์ยังใช้เองอยู่หรือเปล่า
เห็นได้ชัดว่านรมนเองก็นึกถึงสิ่งนี้เหมือนกัน
เธอเอาโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความให้จณัตว์ไปข้อความหนึ่ง
“สิบนาทีให้หลังเจอกันที่ประตูห้องครัว นงลักษณ์”
เธอเอาชื่อของนงลักษณ์มาใช้
ในเมื่อคุณป้าใหญ่บอกว่าจณัตว์เป็นคนของเธอ นรมนเองก็จะต้องลองดูสักหน่อย
หลังจากที่ทำทุกอย่างนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นรมนและบุริศร์ก็ซ่อนตัวไว้
ผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินมาทางห้องครัวนี้แล้ว
ชายหนุ่มคนนั้นยิ่งเดินก็ยิ่งเข้ามาใกล้ นรมนก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
“ทำไมเหรอ?”
บุริศร์เห็นการเปลี่ยนแปลงของนรมน จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง
นรมนพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “คนคนนี้เป็นหมอคนนั้นที่มารักษาให้โสธรนี่”
ระหว่างที่พูด ชายหนุ่มก็ได้มาถึงประตูห้องครัวแล้ว จากนั้นก็เอาโทรศัพท์ออกมาดูเล็กน้อย หลังจากที่มั่นใจในตำแหน่งแล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “คุณผู้หญิงเจ็ด ผมมาถึงแล้ว ออกมาเถอะครับ”
นรมนได้ยินชายหนุ่มเรียกนงลักษณ์ว่าคุณผู้หญิงเจ็ด และก็แบ่งแยกไม่ออกว่าตกลงเขาเป็นคนของนงลักษณ์หรือเปล่า แต่ว่าเขาคือจณัตว์เหรอ?
คิดไปแบบนี้แล้วนรมนก็จะเดินออกไป แต่กลับโดนบุริศร์ขวางเอาไว้ซะก่อน
บุริศร์เดินออกไปก่อนเลย
“จณัตว์เหรอ?”
บุริศร์เปิดปากพูดขึ้นก่อน
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมที่นี่ถึงได้ไม่มีกลุ่มทหารลาดตระเวนหรือทหารยามอยู่เลย แต่ว่าต้องรีบใช้เวลายืนยันตัวตนของอีกฝ่ายให้ได้ก่อนถึงจะเป็นความจริง
ชายหนุ่มจ้องมองบุริศร์ทีหนึ่ง จากนั้นก็คลี่มุมปากขึ้นเล็กน้อย