ตอนที่ 1378
บทที่ 1378 มีอารมณ์จะดื่มสักแก้วไหม
October 31, 2026
“ผมยุ่งหมดแล้ว!”
บุริศร์เดินขึ้นหน้ามาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วก็ลูบแรง ๆ ตรงตำแหน่งที่จณัตว์ลูบหัวนรมนเมื่อกี้ไปสองที อย่างกับว่าทำแบบนี้แล้วจะสามารถลบกลิ่นอายของจณัตว์ออกไปได้
น่ารังเกียจที่สุด!
จณัตว์คนนั้นคิดว่าเขาเป็นคนตายหรือไง?
ถึงได้กล้าหยอกล้อผู้หญิงของเขาต่อหน้าเขาแบบนี้ได้!
รอให้เขากลับประเทศแล้วจะต้องทำความรู้จักกับจณัตว์คนนี้สักหน่อยถึงจะดี
บุริศร์คิดอยู่ในใจ สีหน้าก็ไม่สู้ดีนัก ถึงแม้จะแต่งหน้าอยู่ก็บดบังความอาฆาตและความหึงหวงของเขาในตอนนี้ไว้ไม่อยู่
นรมนรู้สึกอยากจะหัวเราะขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าก็กลัวกระตุ้นโดนบุริศร์ จึงได้อดเอาไว้
“เอาล่ะ พวกเราเองก็ออกไปกันเถอะ ไม่รู้ว่าทางด้านพี่ราเชนกับหงส์จะเป็นยังไงบ้างแล้ว ตอนนี้รอให้จณัตว์ส่งคนออกไปแล้ว แผนที่พวกเราจะจัดการกับกล้าณรงค์ก็เริ่มขึ้นได้แล้ว พอดีเลยที่เขาได้ให้เม็ดยาไว้กับฉันบางส่วน พวกเราก็จะสามารถรวดใส่เข้าไปในเหล้าของกล้าณรงค์ จากนั้นก็จับตัวเขาไว้อย่างไม่ให้ใครรู้ได้เลย คุณว่าเป็นไง?”
นรมนคิดแผนการของตัวเองไป ไม่ได้สังเกตเห็นสักนิดเลยว่าสีหน้าของบุริศร์นั้นดูบูดบึ้งมาก
“ผมจำได้ว่ายาที่คุณให้เรณุกา ก็เขาเป็นคนให้มาเหรอ?”
“ค่ะ”
นรมนพยักหน้าเล็กน้อย แล้วไม่เข้าใจว่าอยู่ ๆ ทำไมบุริศร์ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาได้
สีหน้าของบุริศร์ดูบูดบึ้งขึ้นมาหลายส่วนอีกครั้ง
“ครั้งที่แล้วเขาก็ทำแบบนี้กับคุณเหรอ?”
“แบบไหนคะ?”
นรมนอึ้งไปเล็กน้อย แล้วก็นึกการกระทำเมื่อกี้ที่จณัตว์ทำกับตัวเองขึ้นมา แล้วก็รีบพูดขึ้นว่า “เปล่าค่ะ เปล่าค่ะ คราวที่แล้วเขาเป็นปกติมาก ใครจะไปรู้ว่าครั้งนี้เขาไปกินยาผิดอะไรมาหรือเปล่า?”
“ต่อไปนี้อยู่ห่าง ๆ เขาหน่อยนะ”
“ค่ะ”
นรมนจ้องมองใบหน้าที่บูดบึ้งของบุริศร์ แล้วก็อดไม่ได้อยากจะหัวเราะขึ้นมา แต่ว่าสุดท้ายก็ยังอดกลั้นเอาไว้ได้
“กล้าณรงค์ไม่ใช่คนที่จะต่อกรได้ง่าย ๆ แบบนั้น วางยาไว้ในแก้วเขานั้นไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ ยังไงพวกเราก็หาห้องสักห้องซ่อนตัวไว้ก่อนดีกว่า ไว้ค่อยว่ากันไปตามสถานการณ์ละกัน”
“ได้ค่ะ”
สำหรับปฏิบัติการตามล่ากล้าณรงค์นั้นนรมนก็ยังฟังบุริศร์อยู่
ทั้งสองคนหาเส้นทางเล็ก ๆ เส้นหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ตามสาวใช้และพนักงานบริการไม่กี่คนเข้าไปในห้องโถงใหญ่ แล้วก็ไปที่ห้องห้องหนึ่งภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
บุริศร์ใช้คอมพิวเตอร์ย่อส่วนในมือถอดระบบกล้องวงจรปิดไป แล้วถึงได้วางใจที่จะนั่งลงไปบนโซฟาได้
“หิวหรือยัง? ให้ผมไปหาของกินอะไรให้คุณหน่อยไหม?”
บุริศร์จ้องมองนรมน แล้วถามอย่างเป็นห่วงขึ้น
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันยังไม่หิว แต่ว่าห้องนี้ไม่เลวเลย มันน่าจะเป็นห้องพักแขก เอาไว้ให้แขกที่ดื่มเยอะแล้วมาพักมั้งคะ?”
“คนจะใช่มั้ง”
สำหรับเรื่องนี้บุริศร์เองก็ไม่ค่อยเข้าใจ
ที่ข้างนอกการประจบประแจงมีไม่ขาด
นรมนดูจากร่องประตูออกไปข้างนอก ก็เห็นผู้ชายที่ใส่หน้ากากอยู่คนหนึ่งกำลังโดนคนรุมล้อมไว้ และทั้งตัวก็แผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นชาที่อยากจะออกห่างจากผู้คน
“นั่นก็คือตัวแทนของจณัตว์เหรอ? ดูไปแล้วเหมือนกับที่ร่ำลือกันเลยนะคะ”
คำพูดของนรมนทิ่มแทงโดนบุริศร์แล้ว
เริ่มตั้งแต่ที่จณัตว์ลูบหัวนรมนเป็นต้นมา บุริศร์ก็รู้สึกแปลก ๆ ทุกอย่างแล้วก็โกรธ พอมาตอนนี้นรมนก็ยังเฝ้าสังเกตจณัตว์คนนี้มาก จึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “เจ้าหน้าขาวนั่นมันมีอะไรดีกัน?”
“เจ้าหน้าขาว?”
นรมนอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าจณัตว์ นั้นค่อนข้างขาวจริง ๆ ด้วย
บัณฑิตหน้าขาวสี่คำนี้ก็ช่างเหมาะสมกับเขานะ
พอเห็นนรมนมีท่าทางเหมือนกับกำลังคิดถึงจณัตว์อย่างจริงจังนั้น บุริศร์ก็โกรธเคืองขึ้นมาทันที
“ห้ามคิดถึงเขา!”
เขารีบลากตัวนรมนเข้ามาในอกทันที ท่าทางที่วางอำนาจแบบนั้นทำให้นรมนรู้สึกหมดคำพูดขึ้นมาทันที
“ฉันเป็นเมียของคุณ คุณจะไปกลัวอะไรคะ?”
“ใครกลัวกัน? ผมก็แค่ไม่อยากจะให้คุณคิดถึงผู้ชายคนอื่นนอกจากผม”
บุริศร์ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองเป็นคนใจแคบขนาดนี้ นรมนเองก็ค่อนข้างรักษาระยะห่างกับคนอื่น แต่ว่าสำหรับจณัตว์คนนี้ทำไมถึงได้ใส่ใจและสนใจมากขนาดนี้?
ไม่ว่ามากหรือน้อยเขาก็รู้สึกถึงอันตรายขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งแล้ว
นรมนรู้สึกขำเล็กน้อยแล้วก็พูดขึ้นว่า “คุณอย่ามาทำตัวเป็นเด็กมากขนาดนี้ซิ?”
“ยังไงผมก็ไม่อนุญาต ต่อไปถ้าเขายังกล้าลูบหัวคุณอีก ผมก็จะตัดมือเขาทิ้งซะ”
ดวงตาของบุริศร์มีแววโหดเหี้ยมพาดผ่านเสี้ยวหนึ่ง เหมือนกับไม่ใช่แค่พูดเล่น ๆ ไปเท่านั้น
“ได้ค่ะ ได้ค่ะ เมื่อกี้ตัวฉันเองก็ไม่ได้ป้องกันตัว ครั้งหน้าจะไม่มีอีกแล้วค่ะ ฉันรับประกันว่าจะไม่ให้ใครมาลูบหัวฉันอีก พอใจหรือยังคะ”
นรมนปลอบบุริศร์ไปเหมือนอย่างกับปลอบเด็กคนหนึ่ง แต่กลับรู้สึกว่าบุริศร์ที่เป็นแบบนี้ช่างน่ารักมากจริง ๆ “งั้นคุณจะไม่ทดแทนให้ผมหน่อยเหรอ?”
บุริศร์โอบเอวของนรมนเอาไว้ แล้วก็กักตัวเธอไว้ที่ประตูห้อง
ข้างหลังเป็นประตูที่หนาวเย็น ข้างหน้าเป็นบุริศร์ที่ร่างกายร้อนอย่างกับไฟ จนกลายเป็นร้อนเย็นทั้งสองอย่างปะทะกัน ทำให้นรมนรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย ที่สำคัญที่บางแห่งที่อยู่ไม่สุขของบุริศร์ก็ค่อย ๆ ขยับขึ้นมาแล้วตอนนี้ ทำให้นรมนหน้าแดงขึ้นมาทันที
“เราเป็นสามีภรรยากันมาตั้งนานแล้ว คุณจะทำตัวให้มันปกติหน่อยได้ไหม? ตอนนี้พวกเราอยู่ในถิ่นของศัตรู ไม่แน่อีกเดี๋ยวก็อาจจะถูกเปิดโปงไปแล้ว คุณยังมีใจมาคิดเรื่องพวกนี้อีก?”
“ทำไมจะไม่มีใจคิดเรื่องนี้ล่ะ? เป็นสามีภรรยากันมานานแล้วยังไง? ใครตั้งกฎไว้ว่าห้ามคนที่เป็นสามีภรรยากันมานานจู๋จี๋กันเหรอ? และอีกอย่างผมก็แค่ขอค่าทดแทนหน่อยก็เท่านั้น”
พูดแล้วริมฝีปากบางของบุริศร์ก็ค่อย ๆ ประทับลงมา
ตอนแรกนรมนยังอยากจะผลักออกสักหน่อย แต่กลับโดนบุริศร์ใช้มือเดียวจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วล็อกไว้เหนือหัว จูบที่ตอนแรกยังถือว่าอ่อนโยนแต่ครู่เดียวก็กลายเป็นฝนลมกระหน่ำวนเวียนอยู่กับนรมน