ตอนที่ 1383
บทที่ 1383 เอาตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อ
October 31, 2026
“เธอมาช่วยคุณค่ะ เมื่อกี้โชคดีที่มีเธออยู่ ไม่งั้นคนของเราก็ต้องโดนรังสีอินฟราเรดทำให้บาดเจ็บไปแล้ว”
นรมนยังเกลียดเรณุกาอยู่ แต่ว่าก็ไม่ได้กลบเกลื่อนผลงานของเธอไป
เรณุกาไม่ได้พูดอะไร แววตาที่มองบุริศร์นั้นมีความอ่อนโยนอยู่เล็กน้อย ความอ่อนโยนแบบนี้เมื่อก่อนบุริศร์ก็เคย นั่นเป็นความท่าทางที่เรณุกามีต่อเขาเมื่อตอนที่เป็นเด็ก เพียงแต่ว่าเวลามันผ่านไปแล้ว พอมาตอนนี้มาเห็นแววตาแบบนี้เข้า เขากลับรู้สึกรับไม่ค่อยไหว
บุริศร์เบี่ยงหน้าไปทางอื่น แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “การปิดระบบรังสีอินฟราเรดไปจะต้องทำให้ทางกล้าณรงค์รู้เรื่องของที่นี่อย่างรวดเร็วแน่ ที่เขาเอาตัวผมมาขังเอาไว้ก็ไม่ได้อยากจะให้สมชัยรู้เรื่อง เพราะฉะนั้นเขาอาจจะมาดูด้วยตัวเอง ถึงแม้ตอนนี้กำลังคนของเราจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าจะลอบโจมตีก็ไม่ใช่ว่าจะทำสำเร็จไม่ได้”
“คุณจะเอาตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อเหรอคะ?”
นรมนเข้าใจความหมายของบุริศร์ขึ้นมาทันที
“ใช่”
บุริศร์เองก็ไม่ได้ปิดบัง
“ยังไงพวกเราก็จะจับกล้าณรงค์ให้ได้ ตอนนี้มันเป็นโอกาสแล้ว หลังจากที่จับกล้าณรงค์ได้แล้วก็จะนำตัวเขากลับประเทศ แล้วอีกด้านหนึ่งก็ให้คนกระจายข่าวออกไปว่าสมชัยได้ทำร้ายกล้าณรงค์ เพื่อให้ฉัตรพลและสมชัยสองพี่น้องมาต่อสู้กันเอง”
และนี่ก็คือจุดประสงค์ของบุริศร์
นรมนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ฉัตรพลกับสมชัยสองพี่น้องร่วมมือกันมาอย่างสมบูรณ์แบบตั้งนานหลายปี คงจะไม่มีทางตกกับง่าย ๆ แน่ แผนใช้คนของศัตรูมาเป็นตัวล่อของเราก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จได้”
“ถ้าหากว่าฉันเป็นคนไปส่งข่าวนี้ล่ะ?”
อยู่ ๆ เรณุกาก็เปิดปากพูดขึ้น
บุริศร์และนรมนอึ้งไปครู่หนึ่ง
“คุณเหรอ?”
“ใช่ ฉันเป็นคนของสมชัยกับฉัตรพล และพวกเขาก็รู้สถานการณ์ที่ฉันเป็นอยู่ในตอนนี้ ฉันไม่มีทางที่จะกลับไปอยู่ข้างพวกเธอแน่ ไม่งั้นสิ่งที่รอฉันอยู่ก็คือทางตายทางเดียว เพราะฉะนั้นฉันจึงอยู่ได้โดยพึ่งพิงพวกเขาเท่านั้น ถ้าหากฉันโดยสมชัยทำร้ายแล้วหนีออกไปหาฉัตรพลได้ละก็ ไม่แน่ฉัตรพลอาจจะเชื่อจริง ๆ แต่ว่าถ้ากล้าณรงค์ยังมีชีวิตอยู่ คิดว่าฉัตรพลคงจะไม่แตกหักกับสมชัยเป็นอันดับแรกหรอก ในเมื่อกล้าณรงค์เป็นลูกชายคนเดียวของเขา เขาจะต้องตามหาไปช่วยกล้าณรงค์ก่อนแน่”
เรณุกาแจกแจงไป
ตั้งแต่ที่นรมนและบุริศร์มาถึงที่นี่ก็ได้ปิดสัญญาณของเมื่อก่อนไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นผลตรวจดีเอ็นเอที่ว่าตกลงบุณพจน์เป็นลูกแท้ ๆ ของฉัตรพลหรือเปล่านั้น พวกเขาก็ยังไม่ได้รับ พอตอนนี้มาได้ยินเรณุกามาพูดแบบนี้ หัวคิ้วของบุริศร์ก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย
“ว่าแล้วว่าบุณพจน์จะต้องไม่ได้เป็นลูกชายแท้ ๆ ของฉัตรพลจริง ๆ ด้วย?”
“ไม่ใช่ เขาเป็นลูกที่เกิดจากโอมีความสัมพันธ์กับทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างกายฉัตรพล ตอนนั้นฉัตรพลไม่มีทางที่จะให้โอมีลูกกับเขาด้วยซ้ำ แต่ว่าเขาต้องการจุดอ่อนอย่างหนึ่ง จุดอ่อนอันหนึ่งที่จะสามารถควบคุมโอได้ เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้โอสลบไป แล้วก็ให้ทหารองครักษ์ของเขามามีความสัมพันธ์กับโอ แล้วก็ทำให้มีบุณพจน์คลอดออกมา ตอนแรกนึกว่าโอจะเห็นแก่หน้าเด็กแล้วบอกความลับเรื่องทางเข้าให้กับเขา แต่ว่าคิดไม่ถึงว่าในใจของโอ คนในเผ่าจะสำคัญยิ่งกว่าเขาและลูก เพราะฉะนั้นฉัตรพลจึงโกรธมาก ตอนนั้นที่โอหนีจากความตายและถูกส่งตัวไปที่ตระกูลโตเล็กนั้น ฉัตรพลกะว่าจะฆ่าบุณพจน์ซะ แต่ว่าพอคิด ๆ ไปแล้วก็รู้สึกเกลียดชังเป็นอย่างมาก ก็เลยเก็บเขาไว้ และก็ยังเอาเขามาฝึกหนอนกู่และทดลองพิษ เรื่องนี้เขาเคยรายงานกับสมชัยแล้ว ฉันเคยเห็นรายงานฉบับนั้น”
เรณุกาเอาเรื่องทั้งหมดที่ตัวเองรู้มาบอกกับบุริศร์และนรมน
บุริศร์รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากจริง ๆ
เจ้าฉัตรพลคนนี้นี่สมควรตายมากจริง ๆ!
แต่ว่าที่เรณุกาพูดมาก็ถูก ถ้ากล้าณรงค์ไม่ตาย ก็ไม่เห็นว่าฉัตรพลจะแตกหักกับสมชัยได้ แต่ว่าจะเสนอขึ้นไปขออนุมัติในตอนนี้ก็ไม่ทันซะแล้ว
แต่อย่างว่าแม่ทัพออกรบอยู่สามารถสั่งการกะทันหันได้
ยิ่งไปกว่านั้นโทษของกล้าณรงค์ก็หนักหนามาก ถึงแม้จะทำการตัดสินโทษที่นี่เลยก็ไม่มีอะไรผิด
พอคิดมาถึงจุดนี้บุริศร์ก็พยักหน้าเล็กน้อย
“งั้นก็เอาตามนี้แหละ นรมน เดี๋ยวคุณจะต้องระวังตัวให้มากนะ”
“ได้ค่ะ”
หลังจากที่นรมนและบุริศร์ปรึกษาแผนการเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริ่มทำการเคลื่อนไหวเลย
และแล้วทางด้านกล้าณรงค์ก็ได้รับข่าวมา
“คุณชายกล้าณรงค์ ระบบรังสีอินฟราเรดทางทิศเหนือของเมืองถูกปิดไปแล้วครับ”
กล้าณรงค์หรี่ตาลงทันทีครู่หนึ่ง
“รู้ไหมว่าเป็นคนของใคร?”
“เหมือนกับว่าจะไม่ใช่คนในวังของเรา คนของพระราชาเราต่างก็เฝ้าจับตามองอยู่ แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ส่วนคนของตำหนักอื่น ๆ ก็อยู่กันอย่างดี องค์ชายสามและองค์ชายรองต่างก็อยู่ในงานเลี้ยง องค์หญิงห้ากับจณัตว์ก็อยู่ในห้อง คิดว่าช่วงสั้น ๆ นี้คงจะออกมาไม่ได้หรอก ส่วนองค์หญิงหกก็อยู่ภายใต้อำนาจการจับมองของพวกเราอยู่ ไม่มีอะไรน่าสงสัยครับ”
พอได้ยินลูกน้องรายงานแบบนี้แล้ว กล้าณรงค์ก็เดาออกแล้วว่าเป็นนรมน
“ยัยตัวดีนรมน นี่ฉันประเมินเธอต่ำไปนะ ไม่มีความช่วยเหลือจากราเชน แต่เธอกลับยังมีกำลังเสริมที่อื่นอีกเหรอ? ดีเลย พวกเราไปดูกันสักหน่อยว่ากำลังเสริมของเธอคืออะไร? แล้วก็รวดถางอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเธอให้เรียบไปด้วยเลย”
กล้าณรงค์พูดอย่างมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
ทหารองครักษ์รู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย
“คุณชายกล้าณรงค์ครับ ถ้าพวกเราออกไปจากงานเลี้ยง กลัวว่าพระราชาจะตำหนิเอาได้นะครับ”
“ไปบอกกับพระราชาว่า พ่อของฉันส่งข่าวมา ฉันจะออกไปครู่หนึ่ง ไม่ว่ายังไง ตอนนี้เขายังต้องการความร่ำรวยของพ่อฉันมาประคับประคองประเทศและเรื่องการทดลองทางทหารอยู่”
“ครับ”
ทหารองครักษ์ถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
กล้าณรงค์วางแก้วเหล้าลงอย่างเงียบเชียบ แล้วก็จากไปภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีไม่มีใครสังเกตเห็น
ถึงแม้ว่าพรินทร์กับราเชนดูไปแล้วจะกำลังดื่มเหล้าอยู่ แต่หูตาทั้งหมดต่างก็กำลังเฝ้าสังเกตกล้าณรงค์อยู่ พอเห็นว่ากล้าณรงค์ออกไปแล้ว พรินทร์ก็ส่งสายตาไปทีหนึ่ง แล้วคนทั้งหมดก็เดินตามฝีเท้าของกล้าณรงค์ออกไปทันที