ตอนที่ 1384
บทที่ 1384 นรมนนั้นเป็นคนยอดเยี่ยมมาก
October 31, 2026
ทำไมนรมนจะไม่เข้าใจล่ะ?
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอวางความเขินอายลงต่อหน้าผู้คน แล้วกอดบุริศร์ไว้แน่น และพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เชื่อใจฉันนะ ฉันนรมนจะต้องคู่ควรกับคุณบุริศร์ให้ได้แน่ ๆ ฉันจะต้องทำให้คนทุกคนรู้ ว่าที่ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ และฉันก็ไม่ใช่แจกันดอกไม้ ฉันเป็นเพื่อนร่วมรบที่สามารถเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้ไปพร้อมกับคุณได้ การสามารถให้คุณภาคภูมิใจและเป็นเกียรติได้มันเป็นเป้าหมายที่ฉันพยายามมาตลอด”
ดวงตาของบุริศร์มีความเปียกชื้นเล็กน้อยขึ้นมาทันที
“ลำบากคุณแล้ว”
“ไม่หรอกค่ะ ทุกคนต่างก็ลำบากกันทั้งนั้น เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว ฉันไปก่อนนะคะ ฉันจะจัดแจงทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยรอพวกคุณมานะคะ”
นรมนเอาเครื่องติดตามออกมาจากมือบุริศร์ จากนั้นก็จุ๊บบนใบหน้าบุริศร์ทีหนึ่ง แต่กลับโดนบุริศร์ล็อกหัวไว้ แล้วก็จูบอย่างบ้าคลั่งและเร่าร้อนขึ้น
ลมหายใจของทั้งสองคนประสานเข้าด้วยกัน ภาพที่เกี่ยวพันกันเช่นนี้แต่กลับทำให้คนทั้งหมดรู้สึกเลือดร้อนพุ่งขึ้นมา และกำลังเผาไหม้ไป
นรมนผลักบุริศร์ออกอย่างหายใจหอบเหนื่อย จากนั้นก็หมุนตัวแล้ววิ่งออกไปข้างนอกเลย
บุริศร์จ้องมองดูแผ่นหลังของเธอหายไปจากตรงหน้าตัวเอง ดวงตาคู่นั้นแฝงได้ด้วยความแข็งแกร่ง
“พี่น้องทั้งหลาย ตอนนี้พวกเราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไม่มีกำลังเสริม ไม่มีผู้สนับสนุน มีเพียงแต่คนของพวกเราเท่านี้ที่จะต้องไปทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ชีวิตของทุกคนต่างก็ผูกไว้รวมกัน ผมจะให้เวลาพวกคุณสามนาทีในการเขียนคำสั่งเสีย แล้วก็ยังเป็นกฎเดิม ไม่ว่าสุดท้ายแล้วคนที่รอดชีวิตจะเป็นใคร จะต้องเอาจดหมายสั่งเสียของเพื่อนกลับไปด้วย ช่วยพวกเขาทำคำสั่งเสียให้สำเร็จ สามารถทำได้หรือเปล่า?”
“ทำได้ครับ!”
คำพูดของบุริศร์เพิ่งจบลง เหล่าทหารทั้งหมดก็ร้องตะโกนพร้อมกันออกมาทันที
นี่คือการรบที่ไม่มีทางถอยครั้งหนึ่ง และก็เป็นสงครามการปกป้องที่เหนือความเป็นความตาย
เหล่าทหารต่างก็กำลังเลือดร้อนอยู่ และก็ได้โยนความเป็นความตายไปตั้งนานแล้ว บุริศร์เองก็ไม่ได้นำทหารออกศึกมานานแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นอย่างเมื่อก่อนอีกครั้ง กลับไปเป็นช่วงอายุที่เลือดร้อนพุ่งทะยาน
เรณุกาจ้องมองทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ในใจก็เข้าใจแล้วว่าทำไมสมชัยกับฉัตรพลถึงได้โดนกำหนดมาให้แพ้อยู่แล้ว
ทหารของบุริศร์ต่างก็มีความศรัทธาเป็นของตัวเอง เพื่อความศรัทธานั้น เพื่อประเทศชาติและประชาชนสามารถไม่สนใจทุกสิ่ง กล้าที่จะสละชีวิต ถึงจะต้องตายแต่ก็ยังพุ่งไปข้างหน้า แต่ทางด้านสมชัยนั้นถึงแม้จะใช้เทคโนโลยีชั้นสูงมาปรับเปลี่ยนกรมทหารอยู่ แต่เป็นเพราะว่าคนของพวกเขาไม่มีความศรัทธา เหมือนกับเป็นทรายกะละมังหนึ่ง ที่อยู่รวมกันได้ก็เพราะว่าการข่มขู่ของสมชัย แต่ไม่ใช่เพราะว่ายอมรับในตัวพระราชาคนนี้และประเทศนี้จากใจจริง
เพราะฉะนั้นสมชัยจึงถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องพ่ายแพ้
นี่เป็นครั้งแรกที่เรณุการู้สึกว่าการตัดสินใจของตัวเองเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
การยืนอยู่ข้างบุริศร์ถึงจะเป็นการเลือกที่ชาญฉลาดที่สุด น่าเสียดายที่ครึ่งชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอกลับไม่ได้มองทุกอย่างให้ทะลุเร็ว ๆ หน่อย มาตอนนี้ก็ได้แต่ต้องจบลงอย่างหงอยเหงาแล้ว
แน่นอนว่านรมนจะต้องไม่รู้เรื่องของทางนี้ หลังเธอจากไปได้ไม่นาน เรณุกาก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “บุริศร์ ให้ฉันตามนรมนไปเถอะ ทางนั้นฉันคุ้นเคยดี ถึงความสามารถของนรมนจะไม่เลว แต่ก็ยากที่จะไม่โดนกลลวงได้ กล้าณรงค์ไม่ใช่คนทั่วไป จิตใจของเขาปลิ้นปล้อนมาก ถ้าฉันไปกับนรมนก็ยังพอดูแลกันได้”
คำพูดของเรณุกาทำให้บุริศร์อึ้งไปครู่หนึ่ง
เขาเป็นห่วงนรมน ไม่วางใจนรมน แต่ว่าก็ยังรู้สึกไม่ไว้วางใจเรณุกาเล็กน้อย ในจุดนี้เรณุกาเองก็รู้
“ฉันรู้ว่านายไม่ไว้วางใจฉัน แต่ว่าได้โปรดให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับฉันได้ไหม? ฉันรับรองว่าฉันจะต้องไม่มีทางทำร้ายนรมนแน่ และที่สำคัญยังจะใช้ความสามารถทั้งหมดของฉันไปพยายามปกป้องเธอด้วย ในเมื่อเธอเป็นภรรยาของนาย เป็นแม่ของลูกนาย ฉันได้ทำผิดต่อพ่อของนายไป ได้ทำผิดต่อตระกูลโตเล็กไป ก่อนที่ฉันจะตายจะต้องไม่มีทางทำผิดต่อนายแน่”
เรณุกาพูดอย่างความรู้สึกลึกซึ้ง
บุริศร์ค่อย ๆ ขมวดคิ้วขึ้น แต่สุดท้ายก็ให้โอกาสเรณุกา
หรือบางทีจากดวงตาของเรณุกา บุริศร์อาจจะมองเห็นความสำนึกผิดแล้ว
หลังจากที่บุริศร์พยักหน้าแล้วเรณุกาก็รีบตามนรมนไปอย่างรวดเร็วเลย
ตอนที่นรมนรู้สึกว่าข้างหลังมีคนตามมานั้นก็หวาดระแวงเล็กน้อย ในตอนที่เธอเห็นเรณุกานั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย
“คุณมาได้ยังไงคะ?”
“ฉันมาช่วยเธอ”
เรณุกาพูดเพียงสี่คำสั้น นรมนก็เข้าใจแล้ว ว่านี่คือการไม่ไว้วางใจของบุริศร์
แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงทางโน้นก็เป็นที่ของสมชัย บางทีพาเรณุกาไปด้วยก็ใช่ว่าจะไม่ได้
ทั้งสองคนไปถึงบ้านหลังเล็กอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ชัญญาจากไปแล้วที่นี่ก็โดนปล่อยให้รกร้างไป แต่ว่ายังพอดูออกได้ว่า เป็นเพราะชัญญาหนีไปแล้ว สมชัยก็ได้ระเบิดอารมณ์ครั้งใหญ่ที่นี่ ของในห้องแทบจะโดนทุบทำลายไปหมดแล้ว
นรมนจ้องมองรอบข้างอย่างรวดเร็ว รอบข้างมีเนินสูงสองสามแห่งสามารถใช้เป็นจุดซุ่มยิงได้ แต่ว่าก็ดูโจ่งแจ้งเป็นอย่างมาก โดยรวมแล้วน่าจะโดนเล็งเห็นเป็นอันดับแรกเลย
แน่นอนว่าปัญหาที่เธอพบเห็นเรณุกาก็ต้องพบเห็นแล้วเหมือนกัน
“ฉันไปทางนั้น เธอลงไปที่ข้างล่างไปหาที่ซ่อนตัวสักแห่งแล้วซ่อนตัวให้เรียบร้อย พวกเราคนหนึ่งอยู่ข้างบนคนหนึ่งอยู่ข้างล่างร่วมมือกัน ถึงกล้าณรงค์จะฉลาดหลักแหลมมีใจรอบคอบแค่ไหนก็ไม่แน่ว่าจะเดาได้หรอก”
เรณุกาชี้ไปที่จุดซุ่มยิงที่โจ่งแจ้งแล้วพูดไป
นรมนกลับส่ายหัวเล็กน้อย
“ไม่ค่ะ ฉันไปทางนั้นดีกว่า ถึงจะโจ่งแจ้งไปหน่อย แต่ว่าก็เป็นจุดซุ่มยิงที่ดีที่สุดเรณุกา ขอแค่กล้าณรงค์เข้ามา ฉันก็จะสามารถยิงเขาทิ้งได้เป็นคนแรกเลย”
นรมนรู้ จุดซุ่มยิงจะต้องอยู่บนที่สูงถึงจะได้ผลดี ถึงแม้ว่าที่อื่น ๆ ก็สามารถหลบซ่อนตัวได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผลจะต้องออกมาดี ถึงแม้ว่าที่สูงจะเปิดเผยง่าย ๆ แต่ว่าถ้าสามารถกะเวลาให้แม่นยำได้ละก็ ก็ยังสามารถทำสำเร็จได้อยู่
แน่นอนว่าเรณุกาเองก็รู้หลักการนี้ เธอก็แค่กลัวนรมนจะตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น พอตอนนี้มาได้ยินนรมนพูดแบบนี้ ก็รู้แล้วว่านรมนได้ตัดสินใจแล้ว
ที่เธอมาที่นี่ก็เพราะว่ามาช่วยเหลือนรมน แต่ไม่ใช่มารบกวนนรมน
“ได้ งั้นฉันจะไปหาที่ซ่อนสักแห่งซ่อนตัวไว้ พวกเราก็คอยดูแลซึ่งกันและกันนะ”