ตอนที่ 1388
บทที่ 1388 นายรู้จักฉัน?
October 31, 2026
“เป็นอะไรไป?”
เมื่อนรมนเห็นท่าทางแบบนี้ของเขาก็คิดว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จึงรีบเอ่ยถามขึ้นมา
บุริศร์ส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ปัญญ์อยู่ในวังของประเทศF
“อะไรนะ? เขาไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?”
นรมนค่อนข้างประหลาดใจ
ประเทศFในตอนนี้พูดได้เลยว่ากำลังอยู่ในช่วงโกลาหล ผู้คนจากทั่วทุกแขนงมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ระวังตัวดีๆอาจจะต้องจบชีวิตก็เป็นได้ แล้วทำไมปัญญ์ถึงไปอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้ได้?
บุริศร์เองก็แปลกใจเป็นอย่างมาก
ตอนที่ยกธุรกิจต่างประเทศให้ปัญญ์ดูแล เพราะกลัวว่าการรักษาของขาจะใช้เวลานาน จนพาลทำให้เขาฟุ้งซ่านได้ง่าย ดังนั้นเลยมอบหมายงานเพื่อเติมเต็มชีวิตให้เขา ต่อมาปัญญ์ก็กลายเป็นอัจฉริยะทางด้านธุรกิจ สามารถบริหารธุรกิจต่างประเทศได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บุริศร์จึงวางมือได้อย่างสบายใจ ไม่ได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับการดำเนินงานและการตัดสินใจของปัญญ์มาเป็นเวลานาน เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาที่เดิมทีควรอยู่ที่ต่างประเทศจะโผล่มาที่นี่ได้
นรมนร้อนใจ
คมทิพย์เป็นเพื่อนรักของเธอ เป็นคนเดียวที่เธอไม่อยากทำให้เสียใจและผิดหวัง แล้วการที่ปัญญ์มาปรากฏตัวที่นี่ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นเธอจะอธิบายกับคมทิพย์ยังไง?
“ไม่ได้ ต้องพาเขาออกมา ปัญญ์ไม่ควรอยู่ที่วังในช่วงเวลาแบบนี้ อีกอย่างบางทีสมชัยอาจจะรู้จักเขา แล้วถ้าเกิดเจอตัวเขาขึ้นมาล่ะ ฉันไม่อยากจะจินตนาการถึงผลที่ตามมาเลย”
หัวคิ้วของนรมนขมวดเข้าหากันแน่น
ในตอนนี้เอง ข้อความจากจณัตว์ก็ถูกส่งเข้ามาเหมือนกัน
“ประเทศFปิดเมืองเพื่อตามจับตัวปัญญ์ ต่อให้จับเป็นหรือจับตาย ก็ต้องนำตัวมาประหารทิ้ง ตามที่ได้ยินมาปัญญ์ไปหลอกล่อดารัณ ทั้งยังหลอกใช้ดารัณทำเรื่องอะไรบางอย่างจนจุดชนวนไฟโกรธของสมชัย ตอนนี้ดารัณถูกกักบริเวณ ในสภาพนิ้วขาด ส่วนปัญญ์ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าพวกนายติดต่อเขาได้ บอกเขาไม่ให้ไปไหนสุ่มสี่ส่มห้าเด็ดขาด ออกไปตอนนี้ก็มีแต่ตาย”
จวัตณ์กับหงส์ไม่สามารถอยู่ในห้องได้นานเกินไป บวกกับการที่หงส์เป็นคนมีทักษะการต่อสู้ ไม่นานก็ฟื้นขึ้นมา เพียงแต่เมื่อเห็นจวัตณ์นอนอยู่ข้างๆตัวเอง แถมเสื้อผ้าของเธอก็อยู่ในสภาพหลุดลุ่ย จึงอดคิดไปไกลไม่ได้ เธอเตรียมตบจวัตณ์โดยไม่หยุดคิด แต่ทำอะไรไม่ได้เมื่อจวัตณ์ไม่ได้ดูนุ่มนิ่มเหมือนรูปลักษณ์ภายนอก ในวินาทีที่เธอยื่นมือออกไปเขาก็สกัดเธอเอาไว้ได้ ซ้ำยังกดเธอเอาไว้ใต้ร่าง
“ถ้าคุณขยับตัวอีกเชื่อไหมผมปล้ำคุณจริงๆแน่? ญาณิน อย่าท้าทายขีดจำกัดความอดทนของผมเชียวนะ”
นัยน์ตาของจวัตณ์ทอแววดุดัน ภายในเวลาแค่นิดเดียวก็สามารถทำให้หงส์มาอยู่ใต้อาณัติได้ ในตอนที่เธอรู้ตัว ก็ถูกจวัตณ์อุ้มเดินออกไปนอกห้องแล้ว
บรรยากาศภายนอกเต็มไปด้วยความผิดปกติ ทุกคนต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น คนที่ตอนแรกหยามเหยียดหงส์ ตอนนี้แทบไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น เมื่อเห็นพวกเขาออกมาก็ทำได้แค่เหลือบมองตาม
ธีรตารีบเดินเข้าไปหา พร้อมกับบอกเล่าคำพูดของสมชัยให้หงส์ฟัง นัยน์ตาของหงส์หรี่ลงโดยฉับพลัน
“ปัญญ์อยู่ที่ไหน?”
เพราะความสัมพันธ์ของบุริศร์ หงส์จึงใส่ใจทุกคนรอบตัวนรมน แน่นอนว่าสืบมาแล้ว เธอจึงรู้ว่าปัญญ์เป็นคนของนรมน เคยเสียขาทั้งสองข้างไปเพื่อช่วยนรมน ต่อมาก็ถูกบุริศร์ส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศ ทั้งยังยกธุรกิจต่างประเทศให้เขาจัดการ
เพราะธุรกิจของบุริศร์ค่อนข้างใหญ่ หงส์จึงไม่ค่อยวางใจเป็นธรรมดา ดังนั้นเลยส่งคนคอยจับตามองปัญญ์อยู่เป็นเวลานาน หลังจากที่ได้พบว่าเขาเป็นอัจฉริยะทางด้านธุรกิจถึงได้วางใจ และล้มเลิกการจับตามองเขา ตอนนี้คิดไม่ถึงเลยว่าคนคนนี้จะมาที่ประเทศF
เขามาสร้างความวุ่นวายเพิ่มทำไมกันนะ?
หงส์เริ่มอยากด่าซะแล้วสิ
แน่นอนว่าจวัตณ์เองก็ได้ทราบข่าวจากทางธีรตาเหมือนกัน และเขาก็ส่งข่าวไปให้บุริศร์โดยไม่คิดปิดบังหงส์
เมื่อหงส์เห็นจวัตณ์ที่อยู่ข้างๆหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความเธอก็หันไปมองโดยอัตโนมัติ เมื่อพบว่าเขาส่งข้อความไปหาบุริศร์ เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย ตอนนี้เองถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนของเฮียบุริศร์
แบบนี้เธอก็ไม่จำเป็นต้องส่งข้อความหาเฮียบุริศร์แล้วใช่ไหม?
เมื่อคิดได้แบบนี้ หงส์ก็วางใจลง แต่ก็ยังรู้สึกขัดใจ
ผู้ชายไร้ยางอายคนนี้เป็นคนของเฮียบุริศร์หรอกเหรอ ทำไมเฮียบุริศร์ให้คนแบบนี้มาติดตามล่ะ?
เธอกระโดดลงจากวงแขนของจวัตณ์อย่างฮึดฮัด ในตอนที่กำลังจะเดินหนีก็ได้ยินจวัตณ์เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “คุณต้องกลับตระกูลแหลมวิไลกับผม”
“ได้ยังไง? ฉันคือองค์หญิงห้านะ!”
หงส์รู้สึกว่าจวัตณ์ทะนงตัว และทำตัวเยอะเกินเหตุ
ไม่ใช่แค่สร้างความปั่นป่วนให้เธอ ตอนนี้ยังมีหน้ามาออกคำสั่งกับเธออีก เขาคิดว่าเขาเป็นใคร?
ด้านจวัตณ์กลับไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย หยิบโทรศัพท์ออกมากดต่อสายหาเนกษ์ในทันที
“ฝากบอกสมชัยด้วย ต้องให้ญาณินกลับตระกูลแหลมวิไลกับเรา เราถึงจะพิจารณาเรื่องการลงทุนโครงการการวิจัยทางการทหาร”
จวัตณ์พูดจบก็ตัดสายทิ้ง
ถ้าก่อนหน้านี้หงส์ยังสงสัยตัวตนที่แท้จริงของจวัตน์อยู่ล่ะก็ ในตอนนี้เธอก็คงเชื่อไปแล้วว่าคนตรงหน้าคือจวัตณ์จริงๆ
เขาคือผู้ปกครองตระกูลแหลมวิไลต่างหากล่ะ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือผู้นำตระกูลดีๆนี่เอง
“จวัตณ์ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ญาณินคนนี้ปกครองตัวเอง อย่าคิดว่าพ่อฉันมีอำนาจบารมี แล้วจะมาบังคับให้ฉันทำเรื่องที่ไม่อยากทำได้นะ”
“งั้นเหรอ?”
จู่ๆจวัตณ์ก็ยิ้มขำออกมาเล็กน้อย ท่าทางยั่วสวาทแบบนั้นทำให้หงส์ชะงักไปนิด
ในตอนนี้เอง จวัตณ์ก็ยื่นมือออกมาสับเข้าตรงลำคอของหงส์ให้สลบอย่างฉับพลัน
“ดื้อจริงๆ เสียใจด้วยนะ ถ้าเป็นสิ่งของที่จวัตน์คนนี้อยากได้ ไม่ว่าใครก็ขัดขวางไม่ได้ทั้งนั้น”
จวัตณ์รับร่างกายของหงส์ที่ทรุดลงได้อย่างแม่นยำ ทำเอาธีรตาที่อยู่ข้างๆตกใจจนขาอ่อน
ผู้ช่วยของตระกูลแหลมวิไลคนนี้พูดว่าอะไรนะ?
เขาบอกว่าเขาคือจวัตณ์งั้นเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นผู้นำตระกูลแหลมวิไลที่อยู่ในงานเลี้ยงคือใคร?
เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของธีรตา จวัตณ์ก็ยิ้มออกมานิ่งๆ “เธอจะยอมตามไปดูแลองค์หญิงห้าของเธอที่ตระกูลแหลมวิไลกับฉัน หรือจะให้ฉันฆ่าปิดปากเธอ? เลือกมาข้อใดข้อหนึ่ง”
รอยยิ้มของเขาดุจดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิ แต่ธีรตากลับหนาวเย็นไปทั้งร่างกาย
“ฉันจะไปดูแลองค์หญิงห้า”
คนเราน่ะ อยากมีชีวิตอยู่กันทั้งนั้นล่ะใครมันจะอยากตาย?
ดูจากที่จวัตณ์ทำกับหงส์แล้ว เธอก็แทบจะไม่สงสัยเลยว่าถ้าหากเธอไม่ยอมไปด้วย อีกสักพักเธอจะโดนปลายมีดหรือลูกปืน อีกอย่างต่อให้คนที่ไม่ได้มีฐานะสำคัญอย่างเธอตายไปพระราชาก็คงไม่พูดอะไรอยู่แล้ว