ตอนที่ 1403
บทที่ 1403 สมแล้วที่เป็นพี่น้องกันจริง ๆ
October 31, 2026
“ในประเทศFนี่คนมีความสามารถเยอะจริง ๆ และนี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นการกระทำของยอดฝีมือคนไหน ถึงได้เอาความคิดมากมายอยู่บนหัวผมแล้ว”
จณัตว์หัวเราะเสียงเย็นทีหนึ่ง แล้วก็ออกคำสั่งออกไปโดยตรง
“เอาคนไปโยนไว้บนเสาที่ลานกล้างแจ้งตรงใจกลางเมือง ฉันจะดูสักหน่อยว่าในประเทศFนี้ใครกันที่อยากมีเรื่องกับตระกูลแหลมวิไลเรา”
“ครับ”
พวกลูกน้องรีบมายกคนออกไปเลยทันที
หัวคิ้วของบุริศร์ก็ขมวดเข้าด้วยกันแน่นขึ้นมาเหมือนกัน
สามารถเข้ามาในตระกูลแหลมวิไลอย่างไม่มีสุ้มเสียง และยังใช้บ่อน้ำร้อนมาเป็นที่กำบังกาย ตกลงอีกฝ่ายอยากจะทำอะไรกันแน่? หรือว่าแค่มาดูคนแช่น้ำเฉย ๆ เหรอ? นี่มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลไปหน่อยแล้วมั้ง
“จณัตว์ ห้องทดลองอะไรของคุณนั่นก็อยู่ในบ้านใหญ่นี่ใช่ไหม?”
“อืม”
จณัตว์พยักหน้าเล็กน้อย
“ที่นี่เป็นที่ที่ผมทำการทดลองมาตลอด ทำไมเหรอ? คุณรู้สึกว่าอีกฝ่ายจะมาเพื่อห้องทดลองของผมเหรอ?”
บุริศร์พยักหน้าแล้วก็พูดขึ้นว่า “ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้นี้ ทำไมสมชัยจะต้องชักชวนคุณล่ะ? ไม่ใช่เพราะว่ารหัสทางการวิจัยทางพันธุกรรมนั่นไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้เจ้านายที่อยู่เบื้องหลังของคนคนนี้ ก็คงจะมุ่งมาเพราะอันนี้ด้วยเหมือนกัน ตอนนั้นตระกูลโตเล็กเราก็มีเชษฐ์คนหนึ่งที่ชื่นชอบเรื่องแบบนี้เป็นอย่างมาก และตอนนี้ก็พูดได้ยากว่าจะไม่มีใครที่อยากได้การทดลองแบบนี้”
แน่นอนว่าจณัตว์นั้นรู้จักเชษฐ์อยู่ แต่ว่าเขากลับพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ถึงผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับด้านนี้อยู่ แต่ว่าก็ไม่ได้คิดว่าจะเข้าไปวิจัยลึกซึ้งอะไร ของอย่างพันธุกรรมในร่างกายมนุษย์นี้ สมชัยอยากจะเอาไปใช้ในตัวคน แล้วกระตุ้นศักยภาพที่สูงที่สุดในตัวคนออกมาเพื่อให้กลายเป็นนักรบคงกระพัน ความคิดแบบนี้เชื่อถือไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมไม่มีเวลามาบ้าบอกับเขาด้วยหรอกนะ ตอนนี้ก็แค่มาเสแสร้งแกล้งทำกับเขาไปเท่านั้น แต่ว่าถ้าเป็นอย่างที่คุณเดามาจริง ๆ ละก็ ถ้าอีกฝ่ายมาเพื่อการวิจัยทางพันธุกรรมนั่นละก็ คุณไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก ไอ้ห้องทดลองนี่ถ้าไม่มีลายนิ้วมือของผมกับการสแกนม่านตาของผมก็ไม่มีทางเข้าไปได้หรอก นอกซะจากว่าพวกเขาจะตัดมือของผมไป และควักดวงตาของผมไปด้วย”
พอได้ยินจณัตว์พูดแบบนี้ บุริศร์กลับไม่ได้วางใจลง แต่กลับเป็นกังวลขึ้นเล็กน้อยแล้วก็พูดขึ้นว่า “ยังไงคุณก็ระวังตัวหน่อยดีกว่า หลักการที่ว่าชาวบ้านไม่มีความผิด แต่ชาวบ้านที่ซ่อนหยกนั้นมีความผิดเพราะชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางที่จะมีหยกได้นั้นก็ไม่ได้ไม่มีเหตุผลเลยนะ”
“รู้แล้ว”
จณัตว์ฟังออกว่าบุริศร์นั้นเป็นห่วงตัวเองจริง ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าขึ้น
และเพื่อไม่ให้นรมนคิดไม่เรื่อย บุริศร์ก็รีบเดินกลับไปเลย
“เป็นยังไงบ้างคะ? ตรวจเช็กเจออะไรบ้างคะ?”
นรมนเห็นบุริศร์ออกมาแล้วก็รีบเข้าไปถามทันที หงส์ถึงจะไม่ได้เอ่ยถาม แต่ว่าแววตาก็เป็นห่วงอยู่บ้างเหมือนกัน
บุริศร์ลูบหัวของนรมนเล็กน้อย แล้วก็พูดเสียงอ่อนโยนขึ้นว่า “ไม่พบอะไรเลย ก็แค่คนพลีชีพคนหนึ่ง แต่ว่าบนตัวกลับมีรอยสักขององครักษ์ลับอยู่ เรื่องนี้อีกเดี๋ยวค่อยคุยกับคุณนะ”
“ได้ค่ะ”
นรมนกลับไม่ได้ถามต่ออีก
บุริศร์จ้องมองหงส์เล็กน้อย แล้วครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “หงส์ ปฏิบัติกับจณัตว์ดีหน่อยนะ”
สีหน้าของหงส์นิ่งค้างไปเล็กน้อยทันทีเลย
ถึงแม้ว่าเธอได้คิดว่าจะปล่อยวางความดื้อดึงที่มีต่อบุริศร์แล้ว แต่ว่าตอนนี้บุริศร์มาพูดแบบนี้มันทำให้คนเสียใจมากจริง ๆ นะรู้หรือเปล่า
“เฮียบุรศร์ เรื่องของฉันคุณอย่ามายุ่งเลย”
“เขาเคยช่วยชีวิตเธอมาก่อน ถึงแม้ว่าเธอจะลืมไปแล้ว แต่ว่าฉันรู้สึกว่ายังไงก็จะต้องบอกกับเธอสักหน่อย ตอนนั้นชีวิตเธอแขวนอยู่บนเส้นด้าย หมอสนามไปอยู่ด้านหน้ากันหมด จึงไม่มีคนมาผ่าตัดให้เธอ แล้วจณัตว์ก็เป็นคนมาผ่าตัดให้เธอโดยไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ถ้าหากไม่มีเขาเธอไม่มีทางรอดมาได้หรอก”
บุริศร์พูดจบก็จูงมือนรมนแล้วก็หมุนตัวเดินจากไปเลย เหลือหงส์ทิ้งไว้ให้ว้าวุ่นอยู่ท่ามกลางสายลมคนเดียว
นี่เธอติดค้างชีวิตหนึ่งชีวิตกับผู้ชายอย่างจณัตว์นั่นเลยเหรอ?
เป็นไปได้ยังไงกัน?
แต่ว่าเฮียบุริศร์ไม่มีทางที่จะหลอกเธอแน่
หงส์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
นรมนหันไปมองหงส์ทีหนึ่งอยู่ไม่หยุด แล้วก็ดึกแขนของบุริศร์เบา ๆ แล้วถามขึ้นว่า “คุณกะว่าจะจับคู่ให้พวกเขาเหรอคะ?”
“พวกเขาต้องการให้ผมมาจับคู่ด้วยเหรอ?”
บุริศร์ยักคิ้วเล็กน้อย
“แต่ว่าที่คุณทำแบบนี้มันก็ชัดเจนมากเลยนี่คะ?”
“หงส์มีความทรงจำช่วงหนึ่งหลงลืมไป มันไม่ยุติธรรมต่อจณัตว์ และที่สำคัญจณัตว์เหมือนจะมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อเธอมากด้วย เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่าบอกความจริงบางอย่างกับหงส์บ้าง บางทีสำหรับหงส์แล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้”
บุริศร์เล่าเรื่องสถานการณ์ของหงส์ให้นรมนฟังไปรอบหนึ่ง
นรมนฟังจบก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เธอมีความทรงจำสองปีที่ขาดหายไปเหรอ? งั้นทำไมเรื่องที่ช่วยชีวิตคุณไว้ แล้วอยากจะให้คุณแต่งงานกับเธอถึงได้จำได้แม่นยำแบบนี้ละคะ? แต่กลับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่ฉันกลับจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ? ไอ้ช่วงความทรงจำนี่มันยังเลือกได้ด้วยเหรอคะ? แล้วถึงจะเลือกได้ก็เถอะ ทำไมเธอถึงได้เลือกแต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับพี่ฉันมาลืมไปล่ะ? บุริศร์ คุณไม่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ เหรอคะ?”
บุริศร์จ้องมองนรมนเล็กน้อย อยู่ ๆ ก็หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “สมแล้วที่เป็นพี่น้องกันจริง ๆ แม้แต่คำถามก็ยังเหมือนกันเปี๊ยบเลย เมื่อกี้จณัตว์เองก็พูดแบบนี้ สำหรับเหตุผลนั้นผมก็ไม่ชัดเจน”
“เป็นไปได้ไหมคะ ว่าหงส์จะตั้งใจแกล้งจำพี่ฉันไม่ได้?”
นรมนถามขึ้นอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
บุริศร์พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ผมไม่รู้ เธอจะคิดยังไงนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องไปคิด ผมก็แค่ทำเรื่องที่ผมรู้สึกว่าควรจะทำไปเท่านั้น สำหรับอนาคตพวกจะพัฒนาไปทางไหนนั้น ผมก็ควบคุมไม่ได้แล้ว ไปเถอะ พวกเรากลับห้องกันกว่า แช่บ่อน้ำร้อนสักหน่อยก็ยังทำให้เมียผมโดนคนเห็นไปจนหมด เมื่อกี้ผมควรจะควักลูกตาของเจ้าคนนั้นคนออกมาซะก่อนนะ”
พอคิดถึงเรื่องนี้บุริศร์ก็มีไฟโกรธอยู่เต็มอกเลย