ตอนที่ 1404
บทที่ 1404 เคยใช้ร่างกายมาตอบแทนบุญคุณครั้งหนึ่งแล้ว
October 31, 2026
นรมนอึ้งไปเล็กน้อย
ตอนนั้นตอนที่มิลินจากไปนั้นเธอรู้ดีอยู่ และแน่นอนว่าก็ต้องรู้มิลินหักหลังหมู่บ้านดารายน สำหรับจุดนี้นรมนก็ยังรู้สึกไม่ค่อยวางใจนัก
แต่ตอนนี้อยู่ ๆ เธอก็มาปรากฏตัวละแวกสหภาพQTตกลงมันเพื่ออะไรกันแน่?
“กิจจา ตอนนี้อย่าเพิ่งไปเจอเธอ หม่ามี้กลัวว่าหนูจะได้รับอันตรายนะ”
คำพูดของนรมนเพิ่งพูดจบก็เห็นกิจจามีสีหน้าที่ผิดหวังเล็กน้อย แต่ว่าก็ยังพยักหน้าให้เล็กน้อย
และเพราะว่าเรื่องของมิลิน การพูดคุยของนรมนกับพวกลูก ๆ ก็เลยจบลง
เมื่อกี้บุริศร์ไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าในหัวสมองของนรมนนั้นมีแต่ใบหน้าที่ผิดหวังนั่นของกิจจา จึงอดไม่ได้ที่ถอนหายใจทีหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “เรื่องของมิลินนี้ควรจะแก้ไขยังไงดี? ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรหน่อยละคะ?”
บุริศร์มานั่งลงตรงฝั่งตรงข้ามของนรมน แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ความรู้สึกของคนนั้นซับซ้อนมาก ไม่ว่ามิลินจะทำอะไรกับพวกเรา แต่ว่าเธอยังจริงใจต่อกิจจาอยู่ แถมเธอยังเคยพากิจจาไปเป็นอาสาสมัครที่แอฟริกามาก่อน มีเรื่องมากมายบางทีพวกเราดูแล้วอาจจะมีเป้าหมายแอบแฝงอยู่ แต่ว่าสำหรับกิจจามาพูดนั้น มิลินนั้นไม่เหมือนกัน พวกเราสามารถขัดขวางการเจอหน้ากันของเขากับมิลิน แต่ว่าจะบอกเขายังไงว่าทำไมถึงขัดขวาง? ถ้าเอาเรื่องของมิลินมาบอกกับกิจจา นี่ก็คือการทำร้ายกิจจา แต่ว่าถ้าไม่บอกเขา ก็กลัวว่ามิลินจะทำร้ายกิจจาเข้า เพราะฉะนั้นเรื่องที่คุณลังเล ที่คุณเป็นห่วงผมก็เข้าใจทั้งนั้น แต่ในเมื่อเขายังเป็นเด็กคนหนึ่ง สิ่งที่คิดก็ไม่เท่าที่เราคิดหรอก”
นรมนเองก็รู้ว่าสิ่งที่บุริศร์พูดนั้นไม่ผิด แต่ว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ข้างกายกิจจา จึงกลัวจริง ๆ ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา
“มิลินสามารถหักหลังหมู่บ้านดารายนได้แล้ว คุณรู้สึกว่าเธอยังจริงใจกับกิจจาอีกเหรอคะ?”
“จริงใจหรือไม่จริงใจ ที่จริงคุณก็มีคำตอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
บุริศร์จ้องมองนรมน แววตาอ่อนโยนราวกับสายน้ำ
นรมนถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นว่า “นี่คุณไม่สามารถบอกฉันมาตรง ๆ ว่าควรจะทำยังไงเหรอคะ?”
“ไม่ว่าคุณจะทำอะไรผมก็สนับสนุนคุณทั้งนั้น”
การตามใจอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ของบุริศร์ทำให้มุมปากของนรมนอดไม่ได้ที่จะคลี่ออกมา ถึงแม้สายตาจะยังคงเย่อหยิ่งมากและเหลือบมองเขาไปทีหนึ่ง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ดีขึ้นมามากเลย
“ฉันจะบอกไว้ก่อนเลยนะ ฉันไม่ได้ให้โอกาสมิลิน ฉันเพียงแต่แค่ไม่อยากเห็นกิจจาไม่มีความสุข ถ้าหากครั้งนี้มิลินยังไม่รู้จักรักษาไว้อีก ถึงต่อไปกิจจาจะโกรธเคืองฉัน ฉันก็จะไม่มีทางอนุญาตให้เธอเข้าใกล้กิจจาแม้แต่ก้าวเดียวแน่ และที่สำคัญตอนนี้พี่ชายของฉันก็เป็นดอกเตอร์ทางการแพทย์อยู่ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าไม่มีมิลินแล้วก็จะไม่มีคนมาสอนกิจจาจริง ๆ”
“โอ้โห ดูความมั่นใจเต็มเปี่ยมนี่ซิ คนมีพี่ชายแล้วนี่ก็ไม่เหมือนเดิมจริง ๆ”
คำพูดของบุริศร์ฟังไม่ออกว่าเป็นการเยาะเย้ยหรือว่าอะไร แต่ว่ากลับทำให้ใจของนรมนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันก็เป็นคนที่มีพี่ชายแล้วนะ ฉันจะบอกคุณไว้นะ ต่อไปถ้าคุณกล้ารังแกฉัน ลูกพี่ลูกน้องของฉันราเชนกับเจตต์ และยังมีพี่ชายของฉันจณัตว์ทั้งสามคนนี้ล้วนสามารถทำให้คุณอ่วมได้แน่”
ท่าทางที่คนตัวเล็กได้ใจอย่างนั้นของนรมนดูแล้วน่ารักจริง ๆ ทำให้บุริศร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา
“เทียบพี่ชายเหรอ? ผมก็มีนะ คุณลืมไปแล้วใช่ไหม ผมยังมีบุณพจน์อยู่คนหนึ่งนะ ถ้าจะเปรียบเทียบกันจริง ๆ แล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะแพ้ให้กับคุณได้”
“เชอะ!”
นรมนมองตาขาวใส่เขาทีหนึ่ง แล้วถึงพบว่าพวกเขาสองคนเป็นเหมือนอย่างกับเด็กคนหนึ่งที่โอ้อวดไป จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา
“อยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าพอมาอยู่กับคุณก็กลายเป็นคนไร้เดียงสาเลย”
บุริศร์จึงตอบกลับเสียงต่ำไปประโยคหนึ่งว่า “ไม่ใช่เพราะว่าผมอยู่กับคุณแล้วได้รับผลกระทบจากคุณถึงได้กลายเป็นคนไร้เดียงสาหรอกเหรอ?”
“ไม่ใช่ซะหน่อย อ๋อใช่แล้ว พวกเราออกมากันนานขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเจตต์จะเป็นยังไงบ้างแล้ว และการอยู่ไฟเล็กของขวัญตาจะทำได้ดีหรือเปล่าก็ไม่รู้”
นรมนรู้สึกคิดถึงบ้านแล้ว
ช่วงเวลาที่ออกมานี่เกิดเรื่องขึ้นมากมายเลย ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยอยู่บ้าง แต่ว่าความรู้สึกที่คิดถึงบ้านนั้นห้ามไม่อยู่เลย
ถึงทิวทัศน์ข้างนอกจะสวยงามมากแค่ไหนก็อยู่สบายสู้ประเทศตัวเองแผ่นดินของตัวเองไม่ได้หรอก
บุริศร์โอบเอวของเธอไว้อย่างรู้สึกปวดใจเล็กน้อย แล้วก็พูดเสียงอ่อนโยนขึ้นว่า “อดทนอีกนิดนะ ใกล้แล้ว พวกเราใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว”
“ฉันรู้ค่ะ ฉันก็แค่พูดไปงั้น ๆ แหละค่ะ”
นรมนกลัวว่าบุริศร์จะเป็นห่วงตัวเอง จึงรีบยิ้มแล้วก็พูดขึ้น
บุริศร์พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ร่างกายของเจตต์นั้นก่อนที่ผมจะมาได้ให้ป้องไปตรวจดูแล้ว และก็บอกกับป้องแล้ว ว่าจะติดต่อหมอที่ดีที่สุดมารักษาให้เขา สำหรับขวัญตาที่แท้งลูกก็มีตระกูลปวนะฤทธิ์และเจตต์คอยดูแลอยู่ ก็ยังค่อนข้างราบรื่นนะ และเพราะว่าพวกเราออกมาแล้ว ก็ได้ดึงดูดสายตาทั้งหมดของศัตรูมาทางพวกเราด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับพวกเขาแล้วก็ถือได้ว่าค่อนข้างปลอดภัยอยู่ เมื่อสองวันก่อนผมได้รับข่าวมาจากป้อง ว่าสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเจตต์นั้นได้ขับออกจนหมดแล้ว แต่เพราะการกัดกร่อนของสารพิษ ร่างกายของเขาในช่วงสามปีนี้จึงยังไม่เหมาะสมที่จะมีลูกอีก”
“อะไรนะคะ? งั้นก็หมายความว่าสามปีนี้พวกเขา......”
“นรมน เรื่องมันมีทั้งดีทั้งร้ายนะ ยังดีที่พวกเรารู้ตัวเร็ว ไม่งั้นละก็เจตต์คงจะไม่ใช่แค่ไม่สามารถมีลูกได้ในสามปีง่าย ๆ แบบนี้หรอกนะ? ชีวิตคนเราชาติหนึ่งนั้นถึงจะสั้นนัก แต่ว่าสามปีสำหรับพวกเขาแล้วก็แค่พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้ว ยังดีที่ตอนนี้ทุกคนยังอยู่ ต่างก็ยังแข็งแรงปลอดภัยกันอยู่ และนี่ถึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ?”
พอได้ยินบุริศร์พูดมาแบบนี้ นรมนก็รู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้เป็นทุกข์มากขนาดนั้นแล้ว
และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย ถ้าหากไม่สังเกตเห็นว่าในร่างกายของเจตต์มีสารพิษอยู่ ลูกคนนั้นของขวัญตาถ้าคลอดออกมาก็คงอาจจะเป็นเด็กตายอยู่ในท้องแม่คนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นเด็กพิการคนหนึ่ง แถมเจตต์เองก็ไม่แน่ว่าจะสามารถมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้
ยังดี ที่ตอนนี้ทุกคนยังอยู่ ส่วนลูกก็แค่มีช้าไปสามปีเท่านั้น ยังไงก็ต้องมีแน่
“ฉันรู้แล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ฉันไม่ได้ชอบคิดไม่ตกมากขนาดนั้น”
นรมนตบมือของบุริศร์เล็กน้อย ยังไงพวกเขาก็ยังอยู่ด้วยกันตลอด
ตอนที่จณัตว์กลับมานั้น หงส์ยังอ้อยอิ่งอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นจณัตว์ก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในตอนที่กำลังอยากจะถามอะไรนั้นก็ได้ยินจณัตว์พูดขึ้นว่า “ทำไมคุณไม่เข้าไปข้างในมาทำอะไรอยู่ที่หน้าประตูนี่? อยากจะให้เป็นหวัดแล้วโดนฉีดยาเหรอ? ยังไง? ตอนนี้ไม่กลัวโดนฉีดยาแล้วเหรอ?”
พูดแล้วเขาก็ยื่นมือออกไปแล้วก็ดึงตัวหงส์มาเลย
หงส์นิ่งอึ้งไปชั่วครู่หนึ่ง
เรื่องที่เธอกลัวฉีดยานั้นมีคนรู้อยู่แค่ไม่กี่คน ถึงจะเป็นบุริศร์ก็ยังไม่รู้เลย แต่ว่าจณัตว์กลับรู้เรื่อง และที่สำคัญยังมีท่าทีที่คุ้นเคยขนาดนี้ นี่มันทำให้หงส์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วจริง ๆ
ตกลงระหว่างเธอกับจณัตว์นั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
บุริศร์บอกว่าจณัตว์เคยช่วยชีวิตตัวเองมาก่อน มีบุญคุณเคยช่วยชีวิตไว้เรื่องที่ใหญ่ขนาดนี้ทำไมเธอถึงลืมไปได้นะ?
และที่สำคัญผู้ชายคนนี้ยังมีท่าทางอย่างกับตัวเองติดหนี้เข้าไว้แปดล้านอีก เธอดูยังไงก็ไม่เหมือนท่าทีที่หมอควรมีเลย
“คิดอะไรอยู่?”
จณัตว์เห็นว่าหงส์กำลังเหม่อลอย จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปดีดที่หน้าผากเธอทีหนึ่ง แล้วก็เจ็บจนหงส์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยทันที แต่กลับไม่ขัดขืนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แล้วก็กลายเป็นจณัตว์ที่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยขึ้นมา
“นี่คุณเป็นอะไรไป? โดนอะไรมาเข้าสิงเข้าเหรอ?”
“คุณนะแหละที่โดนเข้าสิง”
หงส์มองเขาตาขาวทีหนึ่ง จากนั้นก็ผลักเขาออกแล้วก็ไปเทเหล้าที่ตู้เหล้าก่อนแก้วหนึ่ง