ตอนที่ 1405
บทที่ 1405 ความรู้สึกแบบนี้มันย่ำแย่มาก
October 31, 2026
“ใครน่ะ?”
หงส์ตะโกนเสียงเข้มออกไปคำหนึ่ง แล้วอีกฝ่ายก็กระโดดออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็ไม่เห็นตัวอีกเลย
พอบุริศร์กับนรมนได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมาทันที
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“เมื่อกี้มีคนคนหนึ่งอยู่หน้าประตูห้องของพวกคุณไม่รู้ว่าจะทำอะไร”
ปฏิกิริยาของหงส์นั้นเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
นรมนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“พวกเราเพิ่งมาถึงบ้านตระกูลแหลมวิไลไม่นาน แต่กลับเกิดเรื่องขึ้นมาติด ๆ กัน และเป้าหมายก็ชัดเจนมาก เหมือนกับว่าจะเป็นพวกเรา จะเป็นใครกันนะที่สังเกตเห็นถึงความเคลื่อนไหวของพวกเราแล้ว?”
นรมนรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าหากว่าเป็นคนของสมชัย งั้นจณัตว์และคนทั้งตระกูลแหลมวิไลก็ตกอยู่ในอันตรายแล้ว
ดวงตาของบุริศร์เองก็ขรึมลงหลายส่วน
“ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องบอกกับจณัตว์”
“ได้ เดี๋ยวฉันไปบอกพี่ชายฉันเอง”
นรมนอาสาเป็นคนไปเอง
ที่หงส์มาก็จะต้องมีเรื่องที่จะพูดอยู่แล้ว แต่ว่าดูจากท่าทางน่าจะไม่ได้มาหาตัวเอง ตั้งแต่ที่รู้ว่าหงส์ยอมตัดใจจากบุริศร์แล้ว นรมนก็ไม่คิดอะไรมากอีก แน่นอนว่าก็ต้องให้เวลาส่วนตัวกับพวกเขาสักหน่อย
ยังไงเธอก็ยังเชื่อใจบุริศร์อยู่แล้ว
“ระวังตัวหน่อยนะ”
บุริศร์เองก็รู้ว่าหงส์จะต้องไม่มาหาเขาโดยไม่มีเหตุผลแน่ และจะต้องมีเรื่องอะไรจะถามแน่ ๆ ยิ่งไปกว่านั้นตัวเองเคยบอกกับเธอแล้วว่าจณัตว์เคยช่วยชีวิตเธอมาก่อน แล้วดูจากเวลาแล้ว ทั้งสองคนน่าจะได้เจอกันมาแล้ว และก็คงจะพูดอะไรกันมาแล้วมั้ง และหงส์ก็คงจะเกิดความสงสัยขึ้นมาอีก
ตอนนี้นรมนกับบุริศร์นั้นรู้ใจกันเป็นอย่างมาก มีเรื่องบางอย่างไม่ต้องพูดก็สามารถเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายได้ เพราะฉะนั้นตอนที่นรมนบอกว่าจะไปหาจณัตว์นั้น บุริศร์ก็ไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่ว่าที่นี่เหมือนกับว่าจะไม่ค่อยสงบสุข ยังไงเขาก็หวังว่าเธอจะระวังตัวหน่อย
“รู้แล้ว ถึงอีกฝ่ายจะหยิ่งผยองแค่ไหนก็คงไม่กล้าลงมือกับพวกเราอย่างเปิดเผยในบ้านใหญ่ตระกูลแหลมวิไลหรอก วางใจเถอะ ที่นี่มีบอดี้การ์ดที่ลาดตระเวนอยู่ไม่น้อย ถ้าไม่ได้ยังไงฉันก็หาทางที่มีคนเยอะ ๆ เดินก็ได้”
นรมนยิ้มให้กับหงส์เล็กน้อยแล้วก็จะเดินไป แต่ก็ได้ยินบุริศร์พูดขึ้นว่า “อีกครู่หนึ่งผมไปหาคุณ คุณรออยู่ตรงที่จณัตว์เลยนะ”
“ได้ค่ะ”
ในช่วงเวลาที่พิเศษนั้นนรมนก็ยังเชื่อฟังอยู่
พอเห็นนรมนเป็นแบบนี้ หงส์กลับรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
“พี่สะใภ้ ฉันแค่มาถามเฮียบุริศร์ไม่กี่ประโยคเท่านั้น เดี๋ยวถามเสร็จฉันก็ไปแล้ว”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ฉันก็มีธุระจะหาพี่ชายฉันพอดีเลย”
นรมนนั้นกลับใจกว้างมาก ชั่วขณะหนึ่งก็ทำให้หงส์เข้าใจขึ้นมาแล้วว่าบุริศร์ชอบอะไรในตัวเธอ
ผู้หญิงอย่างนี้ถ้าตัวเองเป็นผู้ชายก็คงจะชอบอยู่แหละมั้ง
บุริศร์จ้องมองหงส์ทีหนึ่ง แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เธอมีเวลาแค่ห้านาที”
พอไม่มีนรมนอยู่ตรงหน้า บุคลิกของบุริศร์ก็เปลี่ยนกลับไปเป็นนิ่งเฉยอย่างเย็นชาและห่างเหินจากผู้คนเป็นพันลี้อีกครั้งหนึ่ง
ในใจของหงส์รู้สึกขมขื่นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าตัวเองไม่มีความหวังแล้ว แต่ว่าพอมาเปรียบเทียบกันดูแล้วก็ยังเจ็บปวดมากอยู่ดี
“เฮียบุริศร์ ฉันแค่อยากจะถามสักหน่อยเท่านั้น ตอนนั้นที่ฉันร้องขอให้คุณแต่งงานกันฉันนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาใช่หรือเปล่า? อาจจะเป็นเรื่องที่ฉันหลงลืมไป”
หงส์ถามได้อย่างจริงจังเป็นอย่างมาก
บุริศร์อึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่ว่ายังไงก็คิดไม่ถึงว่าหงส์จะถามเรื่องนี้ แต่ก็ยังพูดอย่างมีความรับผิดชอบเป็นอย่างมากว่า “ตอนนั้นที่เธอบอกให้ฉันแต่งงานกับเธอ มีคนอยู่เยอะขนาดนั้นฉันจะหักหน้าเธอก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้เปิดปากพูดปฏิเสธไป แต่ว่าฉันมาคิดดูดี ๆ แล้ว ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอมันไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาว ถ้าแต่งงานกับเธอไป ทั้งต่อเธอและต่อฉันต่างก็ไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นฉันก็เลยไปหาเธอแล้วก็บอกความคิดของฉันออกไป แถมยังกลัวว่าเธอจะอึดอัด คืนนั้นฉันก็เลยจากไปเลย น่าจะถือได้ว่าเป็นการจากไปโดยไม่ล่ำลามั้ง”
พอคำพูดนี้พูดออกมาหงส์ก็เข้าใจแล้ว
ในความทรงจำของเธอนั้นเป็นตอนที่เธอช่วยบุริศร์เสร็จแล้วและจะให้บุริศร์แต่งงานกับเธอมาตลอด จากนั้นก็ไม่มีเนื้อหาต่ออีกเลย เพราะฉะนั้นเธอก็เลยคิดว่านี่คือคำสัญญาที่บุริศร์มีต่ออย่างอัตโนมัติ เพียงแต่ว่าไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้น ต่อมาบุริศร์ก็มักจะหลบหน้าเธอตลอด และวินเซนต์ก็เอาแต่บอกกับเธอว่าบุริศร์ไม่อยากทำตามสัญญาแล้ว หงส์ถึงได้ออกจากสหภาพQTมาอย่างผิดหวัง แล้วกลับมาที่ประเทศF
มาตอนนี้เรื่องมันเป็นอย่างนี้เองเหรอ?
บุริศร์ได้ปฏิเสธเธอไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเหรอ?
และเพราะว่าการปฏิเสธของบุริศร์ เพราะฉะนั้นเธอถึงได้ไปหาจณัตว์เหรอ?
พอคิดได้แบบนี้ก็เหมาะสมกับนิสัยของเธอแล้ว
เพราะฉะนั้นระหว่างเธอกับจณัตว์เคยนอนด้วยกันมาก่อนจริง ๆ เหรอ?
สีหน้าของหงส์ขาวซีดราวกับกระดาษขึ้นมาทันที จนทำบุริศร์ตกใจจนรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม? จณัตว์บอกอะไรกับเธอมาใช่ไหม?”
“ไม่มีอะไรค่ะ?
หงส์ส่ายหัวเล็กน้อย
เรื่องนี้จะบอกกับบุริศร์ยังไงล่ะ?
ถ้าหากว่าตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนจริง ๆ จณัตว์เองก็น่าจะเป็นฝ่ายเสียหายด้วยละมั้ง ถึงว่าล่ะเขามักจะไม่ค่อยรู้สึกเป็นมิตรกับตัวเองซะเท่าไหร่
ไม่ใช่ซิ
ฝีมือของจณัตว์ดีกว่าตัวกว่าตัวเองตั้งเยอะ
หงส์รีบถามขึ้นว่า “เฮียบุริศร์ ตอนนี้ฝีมือการต่อสู้ของจณัตว์เป็นยังไงบ้าง?”
“เขาไม่ได้มีฝีมืออะไร ที่มีอยู่ก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น ตอนนั้นเขาโดนกลุ่มผู้ก่อการร้ายจับตัวไป และเป็นเพราะพวกเรามาถึงทันเวลาก็เลยช่วยพวกเขาเหล่านั้นไว้ได้ ทำไมถึงถามเรื่องพวกนี้ขึ้นมาล่ะ?”
“ไม่ ไม่มีอะไรค่ะ”
ในใจของหงส์วุ่นวายเป็นอย่างมาก
ถ้าหากสิ่งที่บุริศร์พูดมาเป็นความจริง ถ้าอย่างงั้นด้วยนิสัยในตอนนั้นของเธออาจจะข่มขืนจณัตว์ได้จริง ๆ เหรอ? และถ้าหากว่าตัวเองดื่มจนเมาละก็
พอคิดได้แบบนี้ หงส์ก็แทบอยากจะหารูสักแห่งมุดเข้าไปเลย
นี่มันช่างน่าอายมากเลยนะรู้ไหม?
เธอทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!
“เฮียบุริศร์ ฉันยังมีธุระอีก ขอตัวก่อนนะคะ”
หงส์พูดจบก็หมุนตัววิ่งไปเลย