ตอนที่ 1422
บทที่ 1422 คางคกขึ้นวอ
October 31, 2026
ก่อนหน้านี้กลัวว่าถ้าบอกเรื่องนงลักษณ์กับคุณท่านตนุวร คุณท่านตนุวรจะควบคุมจิตใจไม่ได้แล้วทำลายแผนพวกเขา ยิ่งกลัวว่านงลักษณ์ไม่มีความกตัญญูต่อคุณท่านบุริศร์ แต่เป็นการหลอกใช้และแก้แค้น อย่างไรแล้วนงลักษณ์ก็ถูกอุ้มไปตั้งแต่เด็ก คิดอย่างไรกับคุณท่านตนุวรก็ไม่มีใครกล้าคาดเดา และไม่กล้าเสี่ยงด้วย
ตอนนี้นงลักษณ์มีบุญทิวาอยู่ข้างๆ และต้องการใช้ชีวิตกับบุญทิวาด้วยใจจริง บุริศร์จึงรู้สึกว่าต้องบอกความจริงแก่คุณท่านตนุวร
คิดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็เล่าเหตุผลตั้งแต่ต้นจนจบกับคุณท่านตนุวร
หลังจากคุณท่านตนุวรฟังจบแล้วก็โกรธจนแทบกระโดดขึ้นมา
“นายบอกว่าคนที่ลักพาตัวลูกสาวฉันไปในตอนนั้นคือสมชัย?”
“ใช่ครับ และเขาฝึกคุณป้าให้กลายเป็นนักฆ่าตั้งแต่เด็ก ต่อมาเห็นว่าคุณป้าชอบคุณอาบุญทิวา ก็บังคับจับตัวคุณอาบุญทิวาเพื่อข่มขู่คุณป้า บีบบังคับให้เธอต้องเป็นพระมเหสีเจ็ดของสมชัย ถึงขนาดมีลูกชายคนหนึ่งกับเขาด้วย นั่นก็คือราเชน แต่ก่อนหน้านี้ คุณป้ามีลูกชายคนหนึ่งกับคุณอาบุญทิวา เพื่อความปลอดภัยของเขา คุณป้าซ่อนตัวจากทุกคนตลอดเวลา แอบทุกคนคลอดลูกและส่งไปเลี้ยงที่ตระกูลแหลมวิไล ฉันคิดว่าตอนนั้นมิลินน่าจะช่วยคุณป้ามากเลย อย่างน้อยการคลอดลูกเรื่องนี้ถ้าต้องการดำเนินการคนเดียวมันไม่ง่ายนัก เว้นแต่ว่าข้างกายจะมีคนรู้เรื่องทางการแพทย์ และมิลินก็เป็นเพื่อนสนิทคุณป้าพอดี”
บุริศร์บอกคุณท่านตนุวรเกี่ยวกับการคาดเดาของตัวเอง
ตอนนี้คุณท่านตนุวรก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง
เดิมทีแล้วนึกว่าชาตินี้ตัวเองจะแก่ตายโดยลำพัง ไม่คิดว่ายังมีลูกสาวคนหนึ่งอยู่
สำหรับลูกสาวคนโตคนนี้ คุณท่านตนุวรรู้สึกผิดในใจมาตลอด ที่ตอนนั้นไม่ได้ปกป้องเธอเป็นอย่างดี จึงทำให้ความสัมพันธ์กับภรรยาในเวลาต่อมานั้นรักษาไว้ไม่ได้ สุดท้ายครอบครัวก็แตกแยก จนกระทั่งวันนั้นที่ภรรยาเสียชีวิตพวกเขาก็ไม่ได้เจอกันอีกครั้ง
ในวันนี้ไม่คิดว่านงลักษณ์ยังมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงแต่ยังมีชีวิต แต่ยังมีหลานชายให้เขาสองคน คุณท่านตนุวรจึงตื่นเต้นมาก
“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ฉันไปเจอเธอได้ไหม?”
บุริศร์พูดเสียงทุ้ม “คุณตาครับ ตอนนี้เธออยู่เมืองหลวงกับคุณอาบุญทิวา คุณชายธเนศพลส่งคนไปดูแลพวกเขาอยู่ ถ้าคุณอยากเจอพวกเขา ก็โทรหาคุณชายธเนศพลถามความต้องการของคุณป้าดูได้ครับ”
เขารู้สึกว่าคุณท่านตนุวรอายุขนาดนี้แล้ว ควรลดความเสียใจลงบ้าง ไม่อย่างนั้นหากมีวันหนึ่งไม่อยู่แล้วจริงๆ นงลักษณ์อยากเจอก็ไม่สามารถเจอได้
คุณท่านตนุวรได้ยินถึงตรงนี้ก็เข้าใจทันที
“โอเค ฉันจะโทรหาคุณชายธเนศพล ทางด้านนรมนฝากนายดูแลเยอะๆ ด้วยนะ”
“เธอเป็นภรรยาผม ทุกอย่างที่ทำเป็นสิ่งที่ผมควรทำครับ”
บุริศร์ก็ไม่ได้ไร้เหตุผล
หลังจากวางสายไป บุริศร์ก็โล่งใจ
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวนรมนจะไปเยี่ยมคุณท่านตนุวรที่ตระกูลพรโสภณอีก บุริศร์ก็คงไม่พูดเรื่องนงลักษณ์ในเวลานี้หรอก อย่างไรแล้วเขาก็ยังกลัว
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกล้ายิงนรมนตามถนน ถ้าหากนรมนออกไปอีกครั้งล่ะก็ ยากที่จะรับประกันว่าจะไม่เป็นการให้โอกาสคนอื่นอีกครั้ง แค่ตอนนี้นรมนโกรธเขาอยู่ ถ้าเขาพูดแบบนี้เธอต้องไม่ฟังแน่ๆ
ในตอนนี้ถ้าคุณท่านตนุวรไปเมืองหลวง นรมนก็ไม่มีเหตุผลที่จะออกไป
ไม่สิ
ยังมีเจตต์และขวัญตา
ทันใดนั้นบุริศร์ก็รู้สึกว่าตัวเองยากเกินไปแล้วจริงๆ
เพื่อได้รับการให้อภัยจากภรรยา เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของภรรยาด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าเขาต้องจัดการไล่คนรอบตัวเหล่านี้ออกไปทีละคน
เขายังเป็นผู้บาดเจ็บอยู่โอเคไหม?
ภรรยาไม่สงสารเขาสักนิดเลย
ในใจบุริศร์รู้สึกแย่ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเจตต์
เมื่อเจตต์ได้ยินว่าบุริศร์เขาจะออกเงินให้เจตต์และขวัญตาไปตรวจร่างกายที่เมืองDก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
“ทำไมจู่ๆ นายก็ใจดีแบบนี้?”
“ฉันแค่ไม่อยากให้ช่วงนี้นรมนไปหาพวกนายก็เท่านั้น”
บุริศร์พูดตามความจริง
เจตต์เห็นข่าวเกี่ยวกับนรมนถูกซุ่มโจมตีในโทรศัพท์ตัวเองทันที จึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ใครกันแน่? ตรวจสอบเจอหรือยัง?”
“น่าจะเกี่ยวข้องกับประเทศF ฉันกำลังตรวจสอบอยู่ ช่วงเวลานี้นรมนไม่ออกจากบ้านจะดีที่สุด นายก็รู้ ถ้าเธออยากออกไป ฉันก็ห้ามไม่ได้ แต่ถ้าพวกนายไม่อยู่ในเมืองชลธี เธอก็ไม่มีที่ให้ไป”
“ฉันรู้แล้ว โอนเงินเข้าบัญชีฉัน ฉันกับขวัญตาจะไปทันที”
เจตต์ก็ไม่ลังเล แต่บุริศร์รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ถ้ารู้ว่าเจตต์จะตอบตกลงโดยไม่ลังเลเพื่อนรมน เขาคงไม่บอกว่าจะออกเงินให้หรอก
“ตระกูลปวนะฤทธิ์ไม่มีเงินเหรอ?”
“นั่นมันเงินพ่อตา ฉันไม่เกาะเมียกินหรอก”
เจตต์พูดอย่างสบายๆ
มุมปากบุริศร์กระตุกทันที
“บริษัทตระกูลรัตติกรวรกุลดูเหมือนช่วงนี้ธุรกิจก็ไม่เลวนี่”
“ไม่อยากใช้เงินตัวเองน่ะ”
“ทวดนายสิ”
บุริศร์วางสายด้วยความขุ่นเคือง รู้สึกตอนนี้ตัวเองคับแค้นใจมาก แต่นึกถึงนรมน เขาก็รู้สึกสบายใจอีกครั้ง
ให้เจตต์โอ้อวดสักสองวันแล้วกัน ตราบใดที่เขาไป ใช้เงินสักหน่อยจะเป็นอะไรไป สิ่งที่คุณชายอย่างฉันมีก็คือเงิน
บุริศร์โอนเงินหนึ่งร้อยหยวนให้เจตต์
เมื่อเจตต์เห็นเงินหนึ่งร้อยหยวนก็สบถด่าบุริศร์ทันที
“ไอ้บ้า นี่เงินที่นายบอกเหรอ?”
“ใช่ นั่งรถไปถึงเมืองDแค่ครึ่งชั่วโมงเอง หนึ่งร้อยหยวนฉันคิดว่าไปกลับก็พอแล้ว”
บุริศร์พูดได้อย่างมีเหตุผลถูกต้อง