ตอนที่ 1432
บทที่ 1432 เธอจะให้บุริศร์รู้ไม่ได้
October 31, 2026
คนในโรงพยาบาลเยอะมาก นรมน ไม่ได้เข้าแถวรอตรวจอย่างนี้มานานมากแล้ว ตอนนี้จู่ๆ กลับมาทำตัวเหมือนคนทั่วไป เธอรู้สึกดี อย่างน้อยก็ไม่มีใครจำได้ว่าเธอคือคุณนายบุริศร์
เพื่อปิดบังตัวตน นรมนไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่ใช้ชื่อชลลี่
ตอนที่เรียกชื่อของเธอก็เกือบเที่ยงแล้ว
นรมนเดินเข้าไปรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“เป็นอะไรมาครับ”
คุณหมออายุราวสี่ห้าสิบปี ได้ยินว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้
นรมนสูดลมหายใจลึก พูดเสียงเบา “หมู่นี้ฉันอารมณ์แปรปรวนมาก และยังรู้สึกน้อยใจตลอด แค่เรื่องเล็กๆ ก็รู้สึกเป็นเรื่องใหญ่มาก คิดไม่ตกค่ะ”
เมื่อได้ยินนรมนพูดเช่นนี้ คุณหมอก็ชะงักนิดหนึ่ง จากนั้นมองนรมนพูดขึ้น “สถานการณ์ของคุณไม่น่าจะมาหาหมอสูติ ออกไปเลี้ยวซ้าย ลองไปพบจิตแพทย์ที่ชั้นสองดู”
ได้ยินคุณหมอพูดเช่นนี้ นรมนก็รู้สึกหงุดหงิด แต่ไม่ลุกขึ้น คิดนิดหนึ่งแล้วพูดขึ้น “ประจำเดือนฉันไม่มาสิบวันแล้วค่ะ”
“คุณแต่งงานแล้วยังคะ”
คุณหมอมองผิวพรรณนรมนละเอียด ดูไม่ออกว่าเธออายุเท่าไหร่ สีหน้าไม่ค่อยดีจริงๆ จึงลองถามออกไป
“แต่งแล้วค่ะ มีลูกสองคน”
นรมนไม่ปิดบัง
คุณหมอชะงักนิดหนึ่ง
“อายุไม่มาก แต่งงานเร็วทีเดียว สถานการณ์อย่างนี้ก็พูดได้ยาก อาจจะเป็นเพราะความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ หรืออาจจะท้องก็ได้ เอาอย่างนี้ คุณไปอัลตราซาวด์ก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกัน”
คำพูดของคุณหมอชัดเจน ท้องหรือไม่อัลตราซาวด์แล้วก็จะรู้คำตอบ
นรมนพยักหน้า คุณหมอเขียนใบรายการให้
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยก็ไปที่ห้องอัลตราซาวด์ เมื่อเธอเห็นว่ามีคนรอมากขนาดนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
คิดมาตลอดว่าอัลตราซาวด์เป็นเรื่องง่ายๆ นึกไม่ถึงจะมีคนเข้าแถวขนาดนี้ เธอเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้เมื่อก่อนเธอมีเส้นสาย
ตอนนี้นรมนไม่อยากจะปัสสาวะ คิดจะดื่มน้ำหน่อยกลั้นปัสสาวะ แม้ว่าจะทำแบบที่ไม่ต้องกลั้นปัสสาวะได้ แต่เธอรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย
นรมนหยิบถ้วยกระดาษมารองน้ำร้อน จิบน้ำเรื่อยๆ
ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ น่าจะมาอัลตราซาวด์เช่นกัน หลายคนมีคนในครอบครัวมาเป็นเพื่อน เมื่อเห็นอย่างนี้ นรมนก็รู้สึกโดดเดี่ยวและน้อยใจ
ส่วนเธอน้อยใจอะไรกันแน่ก็ไม่รู้ชัด แต่รู้สึกว่าช่วงนี้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย
นรมนดื่มน้ำแก้วหนึ่งแล้วดื่มเพิ่มอีก รู้สึกอิ่มน้ำ กำลังคิดจะไปห้องน้ำก็ได้ยินคุณหมอเรียกชื่อของเธอ
เธอรีบเดินเข้าไป นอนลงตามที่คุณหมอบอก ตอนนี้รู้สึกกังวลไม่น้อย
คุณหมอเห็นเธอหน้าซีด ก็รีบพูด “ไม่ต้องกังวล ผมเห็นท้องคุณมีแผลผ่าตัด น่าจะไม่ใช่ท้องแรกใช่มั้ย”
“ไม่ใช่ค่ะ”
นรมนพยักหน้าตอบคำถาม
“ท้องสองแล้วยังกลัวอะไร”
คุณหมอยิ้มบาง หยิบอุปกรณ์ตรวจมาแตะที่ท้องของเธอ รู้สึกเย็นๆ แต่ทำให้ใจของนรมนผ่อนคลายลงบ้าง
เธอนึกถึงตอนที่ตัวเองท้องกานต์กับกมลอยู่ที่เมืองนอก ตอนนั้นไม่ได้ไปตรวจตามกำหนดเวลา ถึงอย่างไรเธอไม่อยากหาเรื่องยุ่งยากเพราะยืมจมูกคนอื่นหายใจ
ตอนนี้คิดถึงเรื่องพวกนี้ รู้สึกเหมือนเรื่องเมื่อชาติที่แล้ว
คุณหมอไม่รู้ว่านรมนคิดอะไร ใช้เครื่องวนที่หน้าท้องครู่หนึ่งก็พูดขึ้น “โอเค เสร็จแล้ว ยินดีด้วยครับ คุณเป็นแม่แล้ว”
ตอนนั้นนรมนเหมือนถูกทุบจนมึนหัว
“คุณหมอ คุณพูดว่าอะไรนะคะ”
“ผมบอกว่าคุณท้องแล้ว เด็กห้าสัปดาห์แล้ว ตอนนี้ดูแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่มดลูกบางไปหน่อย เคยแท้งใช่มั้ยครับ”
คุณหมอมองนรมน ตอนนี้นรมนงุนงง เพียงแต่พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
“เคยค่ะ”
“บำรุงดีๆ ละกัน ช่วงสามเดือนแรกเป็นช่วงรักษาครรภ์ที่ดีที่สุด พื้นฐานร่างกายคุณไม่ดี ถ้าหากคุณอยากเก็บเด็กคนนี้ไว้”
นรมนพยักหน้าเบลอๆ
“เอ่อคุณหมอ ถุงการตั้งครรภ์อันเดียวหรือคะ”
นรมนแทบจะถามโดยอัตโนมัติ
คุณหมอชะงักนิดหนึ่ง พูดขึ้น “ตอนนี้คุณเพิ่งท้องสามสิบกว่าวัน ตัวอ่อนยังแบ่งตัวไม่สมบูรณ์ จึงดูไม่ออกจะเป็นแฝดหรือเปล่า รอห้าสิบวันก็จะฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์ได้ ทำไมหรือครับ ที่บ้านมียีนพันธุกรรมแฝดหรือครับ”
คำพูดของนรมนทำให้คุณหมอประหลาดใจ
“อย่างนั้นโอกาสก็สูง แต่ก็ต้องดูสถานการณ์จริงด้วย”
คุณหมอส่งรายงานให้นรมน
นรมนรู้สึกว่าทั้งตัวไม่เป็นความจริงแล้ว
ท้องงั้นหรือ
เหลือเชื่อจะท้องจริงๆ
แต่บุริศร์ทำหมันแล้วไม่ใช่หรือ
จะท้องได้อย่างไรกัน
นรมนกลับมาหาคุณหมอท่าทีสับสนงงงวย ยื่นรายงานให้คุณหมอ
คุณหมอดูแล้วก็ยิ้ม “ยินดีด้วยค่ะ คุณได้เป็นแม่อีกแล้ว”
“คุณหมอคะ ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อยค่ะ”
นรมนยากที่จะพูดออกมา
“มีอะไรคะ”
คุณหมอไม่มีท่าทีหงุดหงิดรำคาญ
นรมนกัดริมฝีปากพูดเสียงแผ่วเบา “สามีของฉันทำหมันแล้ว ทำไมฉันท้องคะ”
คุณหมอตะลึงอย่างเห็นได้ชัด