ตอนที่ 1434
บทที่ 1434 แค่บอกใบ้ก็พอแล้ว
October 31, 2026
หนังเล่นอะไร บุริศร์ไม่รู้ แต่ดวงตาสดใสและคำพูดของนรมนเมื่อครู่เขาได้ยินชัดเจน
“คิดอะไรอยู่คะ”
บุริศร์อึ้งไปได้แต่ฝืนยิ้ม
เขาผ่าตัดแล้ว จะมีลูกสาวสองคนได้ยังไง นรมนคงจะดูหนังจนอินเกินไปกระมัง
นรมนเห็นบุริศร์ตอบสนองอย่างนี้ ก็กล้ำกลืนเรื่องที่อยากจะพูดลงไป
เห็นสีหน้าของเขาเธอก็รู้ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไรแล้ว
เฮ้อ
อยากจะมีลูกสักคนทำไมยากขนาดนี้
เธอดูหนังไม่สนุกแล้ว
เห็นนรมนอารมณ์หดหู่ บุริศร์รู้สาเหตุ แต่คิดถึงสุขภาพของนรมน เขาจึงห้ามตัวเองไม่พูดอะไรทั้งนั้น
ในที่สุดนรมนก็ดูไม่รู้เรื่องแล้ว
“ไม่สนุกแล้ว ไปกันเถอะ กลับบ้านกันค่ะ”
“ครับ”
บุริศร์ไม่พูดอะไร ออกจากโรงหนังกับนรมน
ด้านนอกอากาศค่อนข้างเย็น
นรมนห่อตัว บุริศร์จึงหยิบเสื้อคลุมให้เธอ
ตอนเธอออกจากบ้านไม่ได้สวมเสื้อผ้าหนามาก ตอนที่บุริศร์ออกมาหาเธอจึงตั้งใจเตรียมเสื้อคลุมมาให้
นรมนเห็นบุริศร์ใส่ใจตัวเอง ที่จริงผู้ชายคนนี้ดีมากจริงๆ
เธอไม่อาจหาตำหนิเขาได้
บางทีห้าปีก่อนเขาไม่เข้าใจความรัก ไม่เข้าใจวิธีการแสดงออก แต่ห้าปีต่อมาเขาชดเชยทุกอย่างเต็มที่มาตลอด กระทั่งยกทุกอย่างที่ดีที่สุดที่ตัวเองมีให้พวกเขา
นรมนมองสีหน้าซีดเผือดของบุริศร์บนเก้าอี้นั่งรถเข็น ที่จริงเขาน่าจะยังไม่กินข้าวกลางวันก็ออกมาหาเธอ
บางทีตัวเองปิดเครื่องแล้ว เมื่อติดต่อไม่ได้ก็รีบออกมาโดยไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเอง
ในใจนรมนรู้สึกอบอุ่น
ผู้ชายอย่างนี้ที่จริงเธอไม่ควรจะบังคับเขา แต่เธอตัดใจไม่ได้จริงๆ
ถ้าหากพวกเขาไม่วางแผนอะไรแล้วมีลูก นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่ถูก แต่ตอนนี้บุริศร์ผ่าตัดแล้ว แต่เธอก็ยังท้อง อย่างนั้นพระเจ้ามอบของขวัญให้พวกเขาไม่ใช่หรือ
เธออยากจะเก็บลูกไว้จริงๆ
แต่ทัศนคติของบุริศร์แข็งอย่างนั้น นรมนรู้นิสัยเขาดี เรื่องเล็กๆ เธอจะโวยวายเอาแต่ใจอย่างไรก็ได้ แต่เรื่องสุขภาพของเธอ บุริศร์ไม่มีทางประนีประนอม
ฉะนั้นเธอจะต้องประนีประนอมมั้ย
จะต้องปล่อยเด็กคนนี้ไปมั้ย
คำตอบลึกๆ ในใจของนรมนคือไม่
เธอจะพูดกับบุริศร์อย่างไรดี จะเก็บเด็กคนนี้ไว้อย่างไรนรมนรู้สึกว่าต้องคิดอ่านหาวิธีอื่น
บุริศร์เห็นนรมนมองตัวเองไม่พูดจา สีหน้าก็เหมือนครุ่นคิด เหมือนกับอยากจะพูดอะไร ก็อดถามไม่ได้
“เป็นอะไรไปครับ”
นรมนอยากจะพูดเรื่องลูกจริงๆ แต่ก็ส่ายหน้า “คุณกินข้าวแล้วยังคะ”
“ยังครับ”
“งั้นกลับบ้านกันค่ะ ให้ป้าหวานทำอะไรอร่อยๆ ให้คุณกิน ตอนนี้สุขภาพคุณกินอาหารข้างนอกไม่ได้”
นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่บุริศร์ผ่าตัดที่นรมนพูดถึงสุขภาพของเขา เกือบจะทำให้บุริศร์ร้องไห้ซาบซึ้ง
ภรรยาดีกับเขาแล้วจริงๆ หรือ
“คุณไม่โกรธแล้วหรือครับ”
บุริศร์รู้ว่าตัวเองถามอย่างนี้ดูงี่เง่า แต่เขาก็ยังถามออกไป
นรมนพยักหน้า “คุณทำให้ฉันโกรธไม่ใช่แค่เรื่องเดียว ถ้าฉันโกรธทุกเรื่องนานละก็ ฉันคงโกรธตายไปนานแล้ว”
“มีไม่กี่เรื่องที่ทำให้คุณโกรธหรือเปล่า”
บุริศร์รู้สึกผิด
นรมนเบิกตานิดหนึ่ง
“แน่ใจหรือคะ ไม่งั้นเรามาลองนับดู”
“ช่างเถอะ ผมหิวแล้ว เรากลับบ้านไปกินข้าวกัน”
บุริศร์รีบเปลี่ยนหัวข้อ
ล้อเล่นน่า กว่าเขาจะง้อไม่ให้ภรรยาโกรธได้ จะพูดถึงเรื่องในอดีตไม่ได้
มุมปากของนรมนยิ้มนิดหนึ่ง แล้วดันตัวบุริศร์ขึ้นรถ
หลังจากสงครามเย็นผ่านไปจู่ๆ ก็ถูกภรรยาดูแล บุริศร์รู้สึกว่าตัวจะลอยแล้ว
“ที่รัก ผมอยากกินหมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน”
“ค่ะ กลับไปให้ป้าหวานทำให้กิน”
นรมนไม่ปฏิเสธ
มุมปากของบุริศร์ยิ้มนิดๆ
มิลินเห็นเช่นนี้ แอบถอยไปข้างหลังเงียบๆ ทำตัวลีบเล็กเหมือนไม่อยู่ตรงนั้น
จริงๆ เลย เธอไม่อยากจะเป็นก้างขวางคอ แต่หลบไม่ได้
ตลอดทางนรมนอยากจะพูดหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เลิกล้มไป
หลังกลับถึงบ้าน นรมนก็เข็นบุริศร์เข้าไปในห้องนอนใหญ่ จากนั้นก็ให้คนทำอาหารให้เขา แล้วจะเดินออกไปห้องนอนที่อยู่ติดกัน แต่ถูกบุริศร์ดึงไว้
“คุณไม่โกรธผมแล้ว ทำไปยังไม่ย้ายกลับมาอีกละครับ คุณคิดจะแยกกับผมนานเท่าไหร่”
นรมนมอง บุริศร์ กระแอมทีหนึ่ง “ตอนนี้สุขภาพคุณต้องพักผ่อน ฉันก็เหมือนกัน อยู่กับคุณฉันจะเป็นห่วงสุขภาพของคุณ เราแยกกันดีกว่าค่ะ”
เหตุผลอ้อมๆ แบบนี้มีแต่นรมนที่พูดออกมาได้
บุริศร์ถามน้อยใจ “งั้นอีกนานเท่าไหร่ถึงจะย้ายกลับมาครับ”
“ร่างกายคุณคล่องแคล่วแล้วฉันจะกลับมาค่ะ เอาล่ะ ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่ แค่กำแพงกั้นเท่านั้นเอง
นรมนตบมือบุริศร์ “เป็นสามีภรรยากันแล้ว จะตัวติดกันตลอดไปทำไมกัน ไม่ต้องกลัวคนอื่นหัวเราะ จริงสิ พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแล้วรับเด็กๆ กลับมาเถอะค่ะ ฉันคิดถึงพวกเขาแล้วค่ะ”
พูดจบนรมนก็เดินออกไปจากห้อง