ตอนที่ 1461
บทที่ 1461 คุณนี่มีอารมณ์สบายอกสบายใจมากจริง ๆ เลยนะ
October 31, 2026
“คือว่า คุณนายคะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ปาณีพูดจบก็จะหนีออกไปเลย แต่กลับโดนนรมนดึงตัวไว้ซะก่อน
“จะหนีทำไม? นภดลไม่ได้กินคนซะหน่อย ไม่ใช่ซิ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าระหว่างพวกเธอสองคนมีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้อยู่ล่ะ? ตัวอย่างเช่น ซักกางเกงอะไรนะ?”
พอเห็นว่าสีหน้าของปาณีแดงมาก นรมนก็เอ่ยถึงหัวข้อนี้อีกครั้งด้วยจิตใจชั่วร้ายเล็กน้อย
“คุณนาย ทำไมคุณก็……”
ปาณีแทบอยากจะหารูสักแห่งมุดเข้าไปเลย
เรื่องนี้มีแต่ตัวเองกับนภดลที่รู้เรื่องไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงได้ลอยไปถึงหูบุริศร์กับคุณนายแล้วล่ะ?
และอีกอย่างปกติแล้วบุริศร์ก็ไม่ได้ชอบสอดรู้สอดเห็นอะไรนี่ เธอนึกภาพท่าทางตอนที่บุริศร์ดูภาพกล้องวงจรปิดไม่ออกจริง ๆ
ไม่ใช่ซิ
ตอนที่เธอซักผ้านั้นซักอยู่ในห้องตัวเองนี่?
หรือว่าในห้องตัวเองจะมีกล้องวงปิดเหรอ?
ปาณีตกใจจนหน้าขาวซีดขึ้นมาทันที
พอเห็นปฏิกิริยาของปาณี บุริศร์ก็รู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็ยิ้มอ่อน ๆ และพูดขึ้นว่า “วางใจเถอะ ในห้องของคุณไม่มีกล้องวงจรปิดหรอก ที่ผมเห็นนั้นเป็นภาพกล้องวงจรปิดในห้องซักผ้า เห็นใครบางคนเอาเสื้อผ้ามาให้คุณซักเท่านั้น”
แล้วสีหน้าของปาณีก็แดงขึ้นมาอีกครั้งเลย
นภดลอยู่ที่หน้าประตูแล้วได้ยินอย่างชัดเจนทุกอย่าง จากนั้นก็เคาะประตูแล้วก็พูดขึ้นว่า “ประธานบุริศร์ คุณนาย ผู้รู้สึกว่าห้องซักผ้าไม่จำเป็นต้องติดกล้องวงจรปิดแล้วนะครับ”
ในระหว่างที่พูดเขาก็ยกเท้าก้าวเดินเข้ามาเลย
นรมนเองก็แทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่แล้ว
“ทำไมล่ะ? ห้องซักผ้าก็อยู่ในขอบเขตสถานที่เฝ้าสังเกตการณ์ ถ้าเกิดมีโจรอะไรแอบลักลอบเข้ามาซ่อนอยู่ในห้องซักผ้าล่ะ?”
นภดลพูดด้วยท่าทีนิ่งเฉยขึ้นว่า “แอบดูความเป็นส่วนตัวของคนอื่น มันไม่ดีนะครับ”
“ไอ้เรื่องความเป็นส่วนตัวนั้น คือจะต้องไม่อยากให้คนอื่นเห็นถึงจะเรียกว่าความเป็นส่วนตัว แต่นายให้ปาณีเขาช่วยซักผ้าให้อย่างเปิดเผยซะขนาดนี้ ไม่ถือว่าเป็นส่วนตัวหรอกมั้ง?”
บุริศร์เม้มปากไว้แล้วจ้องมองดูนภดล เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ดีมาก
นภดลจ้องมองบุริศร์ทีหนึ่ง แล้วก็มองนรมนที่มีท่าทางอยากรู้อยากเห็นอยู่เต็มหน้า จากนั้นก็มองเห็นปาณีที่มีท่าทางแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว เขาจึงรีบเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วก็ดึงตัวปาณีมา จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “พัณณิตามีธุระมาหาคุณ”
“อ่อ ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย”
ปาณีจากไปอย่างกับว่าหนี
“จุ ๆ”
นรมนกระดกลิ้นจนเกิดเสียงขึ้นมาสองที และจ้องมองนภดลด้วยแววตาแฝงไว้ด้วยความขบขัน
นภดลพูดอย่างเรียบเฉยขึ้นว่า “ไหนคุณอยากจะเป็นแม่สื่อไม่ใช่เหรอ? ความสัมพันธ์นี้ก็คุณยังเป็นคนดึงมาเชื่อมด้วย เพราะฉะนั้นคุณนายครับ การดูตัวที่ไม่มีประโยชน์นั่นควรหยุดลงได้แล้ว”
นรมนลืมตาโตขึ้นมาทันที
“โธ่เอ๊ย ไหนนายไม่มีความรู้สึกต่อปาณีเขาไม่ใช่เหรอ? แล้วอีกอย่าง ไอ้เรื่องนัดดูตัวนี่ปาณีก็ยินยอมแล้วด้วย ฉันเองก็พูดกับอีกฝ่ายไว้แล้ว จู่ ๆ นายมาพูดว่าไม่ไปก็ไม่ต้องไปแล้วเหรอ?”
นภดลแค่มองนรมนไปทีหนึ่ง แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก แต่นรมนกลับรู้สึกว่าดวงตาของนภดลนี้มันมีความหมายอะไรอยู่หน่อยหนึ่งแล้ว
บุริศร์กระแอมไอขึ้นมาสองทีแล้วพูดขึ้นว่า “เรื่องปัญหาความรู้สึกของนายจะจัดการยังไงก็ได้ แต่ว่าอย่าให้กระทบกับงานก็พอ”
“ไม่มีทางหรอกครับ”
“พอดีเลยที่นายมา มีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับนายหน่อย”
บุริศร์จ้องมองนภดล แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “สภาพร่างกายของนรมนนายก็รู้ดี มาตอนนี้ก็มาตั้งท้องอย่างไม่คาดฝันขึ้นอีก แต่ว่าร่างกายของเธอน่าจะไม่สามารถแบกรับไหว ฉันก็เลยอยากจะถามนายสักหน่อย เลือดของนายมีประโยชน์ต่อลูกในท้องของเธออยู่นิดหน่อย เพราะฉะนั้น……”
“จะเอาเท่าไหร่ครับ?”
นภดลเข้าใจขึ้นมาทันที แล้วก็ไม่รอให้บุริศร์พูดจบก็เปิดปากพูดขึ้นมาทันที
มุมปากของนรมนกระตุกขึ้นมาครู่หนึ่ง
นี่มันคือเลือดที่อยู่ในร่างกายคนเลยนะ แต่เขาเปิดปากพูดมาก็ถามว่าจะเอาเท่าไหร่เลยเหรอ? เจ้าเด็กคนนี้นี่ช่างบ้าคลั่งเกินไปแล้วมั้ง?
“นภดล นายรู้หรือเปล่าว่าเลือดของนายมันพิเศษ?”
นรมนลองเปิดปากพูดขึ้น
“รู้ครับ”
พอพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของนภดลก็ขรึมลงมาหลายส่วน
ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะว่าเลือดที่พิเศษนี้ของเขา ตั้งแต่เล็กจนโตตัวเองก็ไม่ต้องมาโดนลักพาตัวและโดนวิจัยอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่เพื่อนรมนแล้ว เขากลับรู้สึกว่าไม่เป็นอะไรเลย
ก็แค่เลือด ดูดออกไปส่วนหนึ่งแล้วก็ยังสามารถผลิตขึ้นมาใหม่ได้
และที่สำคัญนรมนก็มีบุญคุณต่อเขา แค่ด้วยจุดนี้ เขาก็ได้ติดค้างชีวิตหนึ่งกับนรมนแล้ว แค่เลือดจะไปนับประสาอะไรได้ล่ะ?
แววตาของนภดลดูเปิดเผยจริงใจ ในใจของนรมนรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย
บุริศร์กลัวว่านรมนจะใจอ่อนแล้วพูดอะไรออกมา จึงรีบพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่แค่เอาครั้งเดียวจบ แต่ต้องเอา400CCทุกอาทิตย์ นายดูซิว่าจะได้ไหม? สภาพร่างกายของนายจำเป็นจะต้องฝึกฝนให้มากขึ้น ต้องเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น แล้วพวกยาบำรุงเลือดและอาหารที่มีประโยชน์ ฉันจะให้ปาณีเตรียมไว้ให้เรียบร้อย”
“ไม่มีปัญหาครับ”
นภดลนึกถึงเมื่อก่อนตอนที่ดร.ฐานทัตวิจัยองค์ประกอบของเลือดของเขานั้นทุกวันต้องดูดไปเยอะมาก และมีอยู่ครั้งหนึ่งโดนดูดจนเขาเกือบจะเป็นลมไป มาตอนนี้นรมนจะเอาแค่อาทิตย์ละ400CC สำหรับเขาแล้วนี่ก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเอง
“งั้นนายก็ลงไปเตรียมตัวสักหน่อย เดี๋ยววันนี้จะดูดสักหน่อยก่อน”
“ได้ครับ”
นภดลหมุนตัวแล้วก็ออกไป
นรมนจ้องมองแผ่นหลังของเขา แล้วอยู่ ๆ ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“บุริศร์คะ เขามาห้องฉันทำไมกันคะ?”
“มาหาปาณีไง”
มุมปากของบุริศร์คลี่ออกเล็กน้อย
เจ้านภดลที่ซื่อบื้อนี่ยังรู้จักฉลาดแล้ว ความสุขก็น่าจะอยู่ไม่ไกลแล้วมั้ง? ได้แต่หวังว่าสวรรค์คงจะดีกับคู่รักคู่นี้หน่อย
นรมนอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมา
“นี่ที่เขาเคาะประตูเข้ามาก็เพื่อมาหาปาณีเหรอคะ? ไม่ได้มารายงานเรื่องงานกับฉันเหรอ?”
“ตอนนี้คุณมีงานอะไรที่จะต้องให้เขามารายงานเหรอ? ระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านใหญ่ตระกูลเล็กทั้งหมดได้มอบให้เขาไปคุมแล้ว นี่ถ้าเขาจะมารายงานจริง ๆ ก็คงต้องเกิดเรื่องขึ้นแล้ว”
บุริศร์ยื่นมือไปแตะปลายจมูกของนรมนเล็กน้อย จนทำให้นรมนขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
“คนอย่างคุณนี่ยังไงกันคะ? ไม่ดีดหน้าผากฉัน ก็ต้องมาแตะจมูกฉัน คุณอย่ามาคิดว่าฉันตั้งท้องอยู่ก็มารังแกฉันนะ ฉันจะบอกอะไรคุณให้นะ ถ้าคุณยังมารังแกฉันอีก คุณเชื่อหรือเปล่าว่าฉันจะกัดคุณกัดคุณให้เลยนะ?”
“กัดเลย ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนคุณจะไม่เคยกัดสักหน่อย ผมว่าคุณเปลี่ยนไปเกิดปีจอไปเลยดีกว่า”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนรู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อยทันที