ตอนที่ 1465
บทที่ 1465 โสดได้ด้วยความสามารถจริง ๆ
October 31, 2026
ในเมื่อรู้ความต้องการของพวกเขาแล้ว นภดลก็ไม่ค่อยเป็นกังวลแล้ว ถึงแม้ว่าคุณนายตระกูลจันทรวงศ์จะจับตัวปาณีไว้ แต่ว่าการฝึกฝนพิเศษของปาณีในระยะเวลาที่ผ่านมานภดลก็ได้เห็นด้วยตาตัวเองอยู่ ก่อนที่เขายังไปไม่ถึง แค่ปาณียืนหยัดไว้ได้ คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ก็ไม่กล้าทำอะไรกับเธอ
หลังจากที่นภดลวางสายแล้วก็โทรศัพท์หาบุริศร์เลย
“ประทานบุริศร์ครับ ปาณีโดนจับตัวไปแล้ว”
“ฉันรู้แล้ว ทำไมนายถึงปิดเครื่องไป?”
พอพูดถึงเรื่องนี้นภดลก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ตอนแรกกะว่าจะอยู่ด้วยกันสองต่อสองกับปาณีดี ๆ สักหน่อย แต่คิดไม่ถึงว่าเพราะเรื่องที่ตัวเองปิดเครื่องจะทำให้กระทบต่อเรื่องอื่นมากขนาดนี้
“เป็นความผิดของผมเอง ต่อไปจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ คุณนายตระกูลจันทรวงศ์โทรศัพท์มาหาผม และบอกว่าได้จับตัวปาณีไปแล้ว จะให้ผมไปหาสักเที่ยว เป้าหมายของพวกเขาน่าจะเป็นเลือดของผม แต่ทางคุณนายก็ต้องการเหมือนกัน คุณว่าผมควรจะทำยังไงดีครับ?”
นภดลไม่อยากจะให้เลือดกับคุณนายตระกูลจันทรวงศ์เลยแม้แต่หยดเดียว แต่ว่าปาณีอยู่ในกำมือของพวกเขา ยังไงเขาก็ต้องไปสักหน่อย
มาตอนนี้เรื่องนี้จำเป็นจะต้องบอกกับบุริศร์และนรมน เพราะในตอนที่จำเป็นเขาต้องการให้อาณาจักรรัตติกาลมาช่วยเหลือ
พอบุริศร์เห็นว่านภดลได้รู้เรื่องแล้ว ก็พูดขึ้นว่า “เรื่องที่ปาณีโดนจับตัวไปนั้นคือวิธีแผนซ้อนแผนของพวกเรา ตอนนั้นติดต่อนายไม่ได้ เพราะฉะนั้นพวกเราก็เลยตัดสินใจกันก่อนแล้ว”
“แผนซ้อนแผนเหรอครับ?”
พอนภดลได้ยินคำสามคำนี้ ก็รู้สึกโล่งใจไปทีหนึ่งอย่างบอกไม่ถูก แต่ว่าก็ยังเป็นกังวลอยู่ดี
“ตกลงทำไมปาณีจะต้องไปหาคุณนายตระกูลจันทรวงศ์ด้วย?”
“เป็นแผนการ เพราะว่าพวกเราได้รับข่าวมาว่า มีคนมาเชื่อมสัมพันธ์กับดร.ฐานทัต และอยากจะได้เลือดของนายไปทำการวิจัยทางพันธุกรรม เพราะฉะนั้นคุณนายตระกูลจันทรวงศ์มาเข้าหาปาณี ปาณีก็เลยใช้แผนซ้อนแผน นายไม่ต้องเป็นกังวลมากนักหรอก ปาณีมียาถอนพิษที่ป้องให้ไว้ น่าจะไม่ได้ตกหลุมพราง เป้าหมายของเรานั้นง่ายมาก ก็คือลากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังดร.ฐานทัตออกมา แล้วก็ถอนรากถอนโคนซะ”
บุริศร์ปิดบังไปส่วนหนึ่ง แต่ว่าก็ถือได้ว่าได้บอกเรื่องราวไปพอประมาณแล้ว
นภดลเข้าใจความหมายของนรมนและบุริศร์ขึ้นมาทันที จะถอนรากถอนโคนที่พวกเขาว่ามานี้ก็เพื่อตัวเขาทั้งนั้น
ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะมีความอบอุ่นพาดผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง
“ประธานบุริศร์ ขอบคุณครับ”
“พูดเรื่องพวกนี้ทำไม? ตอนนี้นายอยู่ไหน? จะตรงไปเลยหรือว่าจะยังไง?”
“แน่นอนว่าจะต้องตรงไปเลยอยู่แล้ว ในเมื่อเป้าหมายของพวกเขาคือผม ถ้าผมไม่ปรากฏตัวไปก็เหมือนกับว่าจะไม่ค่อยดีซะเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าประธานบุริศร์คุณมีแผนอยู่แล้วใช่ไหมครับ?”
“อืม ใช่ นายไปเป็นเหยื่อล่อก่อน รอบนอกฉันได้วางกำลังคนไว้หมดแล้ว ขอแค่พวกเขาลงมือ พวกเราก็จะเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่อเลย”
บุริศร์ได้วางแผนไว้ตั้งนานแล้ว
ในเมื่อในเมืองชลธีนี้ เป็นที่ของเขา ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เขาเองก็เงียบหายไปนานมาก และอีกอย่างคนของธเนศพลก็อยู่ ถ้าเวลานี้จะใช้คนของธเนศพลก็ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้
“ได้ครับ ผมจะฟังประธานบุริศร์”
พอนภดลวางสายโทรศัพท์แล้วก็ลุกยืนขึ้นมา
จ้องมองร้านอาหารที่ครึกครื้นแต่ตอนนี้กลับมีคนอยู่แค่ไม่กี่คนแล้ว และการนัดดูตัวของเขากับปาณีก็ถือได้ว่าล้มเหลวแล้ว
พอคิดถึงช่วงเวลาแบบนี้ ปาณีอาจจะยังไม่ได้กินข้าว นภดลก็ให้คนทำข้าวราดแกงใส่กล่องให้ปาณีชุดหนึ่งแล้วก็เอาไปด้วยเลย
เขามาขึ้นรถ พอเอาข้าวราดแกงวางไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงได้ขับรถไปตามตำแหน่งที่คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ส่งมาให้ตัวเอง
พอมาถึงที่นี่ นภดลก็พบว่าที่นี่มียามรักษาการณ์อยู่อย่างแน่นหนา หนำซ้ำพวกบอดี้การ์ดพวกนั้นแต่ละคนยังมองดูเขาด้วยสายตาที่ร้อนแรง
นภดลไม่เข้าใจว่าตกลงความหมายในดวงตาของพวกเขาคืออะไร แต่พอนึกถึงแผนการที่ของบุริศร์วางไว้ เขาก็ได้สงบนิ่งลงมา พอจอดรถเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามา
พอคุณนายตระกูลจันทรวงศ์เห็นนภดลเดินเข้ามาอย่างสงบนิ่งขนาดนี้ ก็อดไม่ได้ที่ขมวดคิ้วขึ้น
“แกนี่เป็นสัตว์เลือดเย็นตัวหนึ่งจริง ๆ ลูกสาวของฉันต้องตายเพื่อแก แกยังไม่หลั่งน้ำตาให้สักเท่าไหร่ มาตอนนี้ปาณีคนนี้โดนฉันจับตัวมาเพราะแก แต่แกกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ฉันนึกว่าแกจะรีบมาอย่างรวดเร็ว แต่แกกลับใช้เวลาไปตั้งครึ่งชั่วโมง นภดล ในเนื้อแท้ของแกนี่เป็นคนเลือดเย็นจริง ๆ คนอื่นสำหรับแกแล้วก็ไม่ถือว่าเป็นอะไรเลยใช่ไหม?”
การซักถามของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์ทำให้ในใจของนภดลนั้นไม่ชอบใจมาก
เขาเลือดเย็นเหรอ?
ตอนที่ฉัตรยาตายนั้นเขาแทบอยากจะตายตามไปด้วย เพียงแต่ว่าคนอย่างเขานั้นแสดงออกไม่เก่ง บางครั้งน้ำตาไม่ไหลก็ไม่ได้แปลว่าไม่เสียใจ แต่ว่าเห็นได้ชัดว่า ปัญหาพวกนี้คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ
“ตัวปาณีล่ะ?”
ตอนนี้นภดลแค่อยากจะยืนยันว่าปาณีปลอดภัยดีหรือเปล่า
คุณนายตระกูลจันทรวงศ์กลับยิ้มเย็นแล้วพูดขึ้นว่า “แกมาคนเดียวใช่ไหม?”
“ไม่งั้นล่ะ?”
คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ยังคงไม่ค่อยมั่นใจ แล้วก็ให้คนไปตรวจสอบดูสักหน่อย ก็พบว่านภดลมาตัวคนเดียวจริง ๆ ในที่สุดคุณนายตระกูลจันทรวงศ์ถึงได้วางใจลงสักที
“ในเมื่อแกเป็นห่วงเธอซะขนาดนี้ หรือไม่แกก็เขามาดูเองดีกว่าไหม?”
นภดลมองเห็นในดวงตาของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์มีประกายระยิบระยับอยู่ นั่นคือความดีใจแบบหนึ่ง เป็นแววตาแบบหนึ่งที่จะแสดงออกมาทุกครั้งที่เธอทรมานเขา
พอนึกถึงเป้าหมายของพวกเขาแล้ว นภดลก็ค่อย ๆ หรี่ตาลงครู่หนึ่ง
“พาตัวเธอออกมา ไม่งั้นละก็……”
“แกจะไปทำอะไรได้?”
คุณนายตระกูลจันทรวงศ์เห็นเขามาตัวคนเดียว แต่ทางเธอนั้นมีคนมากมาย เธอไม่เชื่อหรอกว่านภดลจะสามารถติดปีกบินหนีไปได้?
นภดลยิ้มอ่อน ๆ ทีหนึ่ง จากนั้นจู่ ๆ ก็เปิดเสื้อออก ในเสื้อนั้นมีแต่ระเบิด จนคุณนายตระกูลจันทรวงศ์ตกใจร้องกรี๊ดออกมาคำหนึ่งแล้วถอยหนีไปหลายก้าวเลย
“นี่แกบ้าไปแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ ผมบ้าไปตั้งนานแล้ว คุณรู้หรือเปล่า? ผมขอเตือนคุณนะ ทางที่ดีทำตามที่ผมบอก ไม่งั้นผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำเรื่องอะไรออกมาได้บ้าง ตอนนี้ผมจะเจอปาณี”
นภดลทำตัวเฉยเมย อย่างกับว่าชีวิตของตัวเองนี้สำหรับเขาแล้วไม่มีความสำคัญอะไรเลย แต่ว่าคุณนายตระกูลจันทรวงศ์กลับรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้ว
เธอไม่เพียงแค่กลัวนภดลตาย แถมยังกลัวว่านภดลจะไม่สนใจอะไรเลยด้วย
แล้วก็ในเวลานี้พอดี น้ำเสียงของดร.ฐานทัตก็ลอยออกมาจากข้างใน
“ให้เขาเจอกับปาณีสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร ที่สำคัญคือเขาจะต้องมีชีวิตอยู่! และอีกอย่างเลือดจะสิ้นเปลืองไปไม่ได้!”