ตอนที่ 1476
บทที่ 1476 ต้นกล้าผักกาดขาวยังไม่เติบโต
October 31, 2026
นรมนไม่เห็นแววตาอาฆาตของบุริศร์ ยังคงจมดิ่งในความทรงจำ พูดพลางร้องไห้ “คุณไม่รู้ตอนที่กานต์เกิดน้ำหนักห้าขีดกว่าเท่านั้น ตอนนั้นหมอบบอกกับฉันเด็กขาดสารอาหาร และยังขาดแคลเซียม ตอนนั้นฉันแทบล้มทั้งยืน รอบตัวฉันไม่มีใคร มีแต่พยาบาลคนเดียว และยังคอยคิดจะเอาชีวิตลูกฉันตลอดเวลา ฉันไม่กล้านอน ไม่กล้าวางใจ กระทั่งไม่กล้าเข้าห้องน้ำ ฉันกลัวแค่กะพริบตาลูกก็จะไม่อยู่แล้ว ลูกสาวยังเป็นตายเท่ากัน ลูกชายถ้าหากเป็นอะไรไป ฉันไม่รู้ตัวเองจะกล้ามีชีวิตอยู่ต่อไปมั้ย”
“อย่าพูดอีกเลย ครั้งนี้ไม่มีทาง ผมจะเป็นเพื่อนคุณเอง อยู่เคียงข้างคุณกับลูกๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ยอมให้ใครทำอันตรายคุณกับลูกๆ”
บุริศร์กอดนรมน หางตารื้นน้ำตา
เขารู้ว่านรมนลำบากแค่ไหน และรู้ว่าตอนนั้นนรมนคลอดลูกลำบากแค่ไหน เขาเคยสืบข่าวแล้ว แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่สืบไม่ได้ ถ้าหากวันนี้นรมนไม่พูด เขาไม่มีทางรู้ว่าตระกูลวัชโรทัยทำกับภรรยาของเขาเกินไปมากขนาดนี้
เมื่อก่อนเห็นแก่ที่รเมศดูแลนรมนสามคนแม่ลูกห้าปี เขาถึงได้ยั้งมือไว้ ตอนนี้เห็นทีจะพลาดไปแล้ว
ถ้าหากเขารู้เช่นนี้แต่แรก บุริศร์จะทำให้ตระกูลวัชโรทัยหายไปจากโลกนี้ทันที
นรมนร้องไห้เจ็บปวดในอ้อมกอดของบุริศร์
“ฉันคิดถึงกานต์ คิดถึงกมล คิดถึงกิจจา เมื่อไหร่คุณจะพาพวกเขากลับมาคะ”
“หม่ามี้”
ในห้องจู่ๆ ก็มีเสียงกานต์ดังขึ้น ทำเอานรมนสะดุ้งตกใจ คิดว่าตัวเองฝันไป
“คุณดูสิ ฉันคิดถึงลูกๆ จนเพ้อไปแล้ว ฉันได้ยินเสียงของกานต์”
กานต์ที่อยู่ข้างหลังเห็นนรมนร้องไห้เหมือนเด็กๆ เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหม่ามี้ร้องไห้อย่างนี้
ที่แท้ตอนที่ตัวเองเกิดทำให้หม่ามี้เป็นห่วงขนาดนี้หรือ
กานต์พูดขึ้นอีกครั้ง
“หม่ามี้ ไม่ใช่เพ้อไป ผมกลับมาแล้วจริงๆ”
นรมนชะงัก จากนั้นก็ผลักบุริศร์ออก ตอนที่เธอเห็นกานต์ ก็รีบกางสองแขน
“ลู หม่ามี้คิดถึงลูกจะแย่แล้ว”
กานต์ฉีกยิ้ม จากนั้นก็รีบโผเข้าไปกอดนรมน
“หม่ามี้ ผมก็คิดถึง”
บุริศร์รู้สึกอิจฉา
เขาถูกทิ้งอย่างนี้เลยหรือ
แต่เมื่อเห็นภรรยากับลูกชายใกล้ชิดกัน ในใจก็รู้สึกอบอุ่น
นี่คือครอบครัวที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ต่อไปเขาจะต้องปกป้องดูแลพวกเขาให้ดี
นรมนลูบตัวกานต์ที่อบอุ่น ถึงได้รู้ว่าเป็นความจริง
“ลูกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกหม่ามี้ก่อนสักคำ กมลกับกิจจาล่ะ พวกเขากลับมาด้วยมั้ยจ๊ะ”
นรมนรีบมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นเงาของเด็กทั้งสองคน
กานต์รีบพูด “กมลสมัครเรียนคลาสที่สนใจ ช่วงนี้ยังไม่กลับมาครับ ส่วนกิจจารับงานคลินิกฟรี ตามคณะแพทย์ไปตรวจคนไข้ฟรีครับ”
เขาไม่ได้บอกหม่ามี้ กิจจาติดตามคณะอาสาสมัครไปแอฟริกา ช่วงนี้ถ้าให้นรมนรู้ละก็ จะต้องเป็นห่วงแทบขาดใจแน่
แด๊ดดี้บอกแล้ว หม่ามี้ท้องครั้งนี้ยังไม่มั่นคง อารมณ์แปรปรวนเกินไปไม่ได้
นรมนถามอย่างเป็นห่วง “กิจจามีคนติดตามไปด้วยหรือเปล่า”
“มีครับ คุณอาวินเซนต์ให้บอดี้การ์ดติดตามกิจจาไปด้วย ไม่เป็นครับ”
“ดีแล้วจ้ะ”
นรมนค่อยโล่งใจ
แม้จะไม่ได้เจอหน้ากิจจากับกมล แต่ได้เจอหน้าลูกชายกานต์ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
“น้องสาวลูกเป็นยังไงบ้าง คลาสที่ชอบคืออะไร เธอชอบกินไม่ใช่หรือ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ กานต์ก็รู้สึกจนใจ
“ช่วงนี้เธอชอบเล่นไวโอลินครับ”
คิดถึงเด็กผู้ชายคนนั้นที่ทำให้กมลคอยตามแจ กานต์ก็ไม่ชอบใจ
เจ้านั่นชื่อธนธี ดูก็รู้มีเจตนาไม่ดีกับน้องสาว แต่จนใจที่เจ้าเด็กตะกละนั่นดูไม่ออก พูดอยู่ได้ธนธีดีอย่างงั้นอย่างงี้ ไวโอลินก็เล่นเก่ง อะไรๆ ก็ดีกว่าเขาพี่ชายคนนี้
ทำเอาเขาโมโหชะมัด
ผู้หญิงโตแล้วต้องออกเรือน!
กานต์คิดแล้วก็โกรธ แต่ก็ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับนรมน ถ้าหากให้หม่ามี้รู้ว่าผักกาดขาวของตัวเองเล็กขนาดนี้ก็ถูกคนจ้องจะเก็บแล้ว ไม่รู้ว่าจะกังวลขนาดไหน
เรื่องนี้เขาจะแก้ไขเอง ไม่ให้หม่ามี้โกรธจนมีผลต่อครรภ์
กานต์คิดอย่างนี้ ยิ้มยิ่งอ่อนโยน
“หม่ามี้อยากดื่มน้ำมั้ยครับ ผมจะไปรินน้ำให้”
นึกถึงที่นรมนพูดเมื่อกี้ตัวเองเพิ่งเกิดไม่นานก็ถูกน้ำร้อนลวก เขาก็เข้าใจได้หม่ามี้เสียใจมากแค่ไหน
ต่อไปเขาต้องเชื่อฟังหม่ามี้ จะให้หม่ามี้บาดเจ็บและเสียใจไม่ได้
นรมนส่ายหน้า โอบกานต์เข้ามาในอ้อมกอด กานต์ดิ้นรนนิดหนึ่ง
“หม่ามี้ ผมหนักแล้ว ปล่อยผมลงเถอะ”
นรมนรู้สึกจริงๆ ว่าลูกชายสูงขึ้น น้ำหนักก็เพิ่มขึ้น แต่ก็พูดอย่างดีใจ “ไม่เป็นไรจ้ะ ลูกตัวเท่าไหร่เอง ไม่หนักมากหรอก ไม่ทับหม่ามี้แบน หม่ามี้คิดถึงลูก อยากกอดให้ชื่นใจ”
พูดจบนรมนก็สังเกตเห็นใบหน้ากานต์แดงขึ้น
โอ๊ย เด็กบ้าเขินซะแล้ว
นรมนคิดอยากจะแหย่ซะหน่อย เธอก้มหน้า หอมแก้มกานต์ฟอดหนึ่ง บุริศร์กับกานต์ต่างอึ้งไป
บุริศร์หึงซะแล้ว
นั่นมันจูบของเขา! ของเขา!
กานต์รู้สึกเขิน
ริมฝีปากหม่ามี้นุ่มไปมั้ย
นรมนมองพวกเขาสองคน จู่ๆ ก็ยิ้มขึ้นมา
“ลูกชายฉันน่ารักจัง”
เธอขยี้หัวกานต์ อารมณ์ดีมาก แต่กลับเห็นบุริศร์ขวางหูขวางตา
“คุณจะไปติดตามความเคลื่อนไหวของนภดลไม่ใช่หรือคะ รีบไปเถอะ อย่างรบกวนเราสองคนแม่ลูกจะเปิดใจคุยกัน”
ท่าทางนรมนรังเกียจอย่างนี้ยิ่งทำร้ายบุริศร์
“ที่รัก คุณไม่รักผมแล้วเหรอ”